17 ธ.ค. 2025 เวลา 08:31 • ความคิดเห็น
การเปรียบเทียบควรต้องเปรียบเทียบให้ครบทั้งโลก ไม่ใช่หยิบเฉพาะประเทศประชาธิปไตยบางแห่งในช่วงเวลานี้ แล้วนำไปเทียบกับประเทศที่อ้างตัวว่าเป็นคอมมิวนิสต์เพียงไม่กี่ประเทศ เพราะถ้าใช้ตรรกะแบบนั้น เราก็ต้องซื่อสัตย์พอที่จะนับประเทศคอมมิวนิสต์ที่ล้มเหลวให้ครบด้วยเช่นกัน
1
เกาหลีเหนือล่ะ กัมพูชาล่ะ ลาวในหลายช่วงเวลา รวมถึงรัฐคอมมิวนิสต์อีกหลายแห่งในศตวรรษที่ผ่านมา ประเทศเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนภาพของความมั่งคั่ง เสถียรภาพ หรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เลย หากจะบอกว่าคอมมิวนิสต์พิสูจน์ตัวเองแล้ว เราก็ต้องยอมรับพร้อมกันว่ามันล้มเหลวมาแล้วจำนวนมาก และความล้มเหลวนั้นไม่ได้จบแค่เศรษฐกิจ แต่จบลงด้วยความอดอยาก การปราบปราม และการสูญเสียชีวิตผู้คนจำนวนมหาศาล
ในขณะเดียวกัน หากมองไปยังประเทศประชาธิปไตยที่หลายคนใฝ่ฝัน เช่น ประเทศแถบนอร์ดิก ไม่ว่าจะเป็นนอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ รวมถึงแคนาดา นิวซีแลนด์ หรือเยอรมนี จะเห็นภาพที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน เศรษฐกิจอาจไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดดหวือหวา แต่มีเสถียรภาพสูง ความเหลื่อมล้ำต่ำ ระบบสวัสดิการแข็งแรง และสังคมมีความไว้วางใจกันสูง สิ่งสำคัญคือ ระบบการเมืองไม่ต้องพึ่งการบังคับหรือความรุนแรงเพื่อรักษาอำนาจ
ตรงนี้ทำให้เห็นชัดว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ชื่อเรียกระบบว่าเป็นประชาธิปไตยหรือคอมมิวนิสต์ แต่อยู่ที่โครงสร้างอำนาจว่าใครเป็นเจ้าของ ใครตัดสินใจ และประชาชนมีสิทธิ์กำหนดอนาคตของตัวเองหรือไม่ ประเทศประชาธิปไตยจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจริง แต่ความแตกต่างคือปัญหาเหล่านั้นถูกเปิดเผย ถูกถกเถียง และถูกตรวจสอบ ไม่ได้ถูกกดทับหรือทำให้เงียบหายไป
1
ส่วนจีนที่มักถูกยกมาเป็นตัวอย่าง ต้องพูดกันตรงไปตรงมาว่า จีนในวันนี้ไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์ในเชิงอุดมการณ์อีกต่อไปแล้ว ระบบเศรษฐกิจของจีนคือทุนนิยมเต็มรูปแบบ ใช้ตลาด ใช้ทุน ใช้การแข่งขัน และเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอย่างลึกซึ้ง สิ่งที่จีนยังคงไว้คืออำนาจรัฐแบบรวมศูนย์และการไม่มีการเลือกตั้ง ไม่ใช่หลักการคอมมิวนิสต์เรื่องความเท่าเทียม
การเติบโตของจีนจึงไม่ได้พิสูจน์ว่าคอมมิวนิสต์เหนือกว่าประชาธิปไตย แต่มันสะท้อนว่าอำนาจรวมศูนย์สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้รวดเร็วโดยไม่ต้องฟังเสียงคัดค้าน ซึ่งแลกมาด้วยต้นทุนด้านเสรีภาพ สิทธิ และการมีส่วนร่วมของประชาชน เมื่อมองในระยะยาว ประเทศประชาธิปไตยกลับมีความเสถียรมากกว่า เพราะมีระบบระบายความขัดแย้ง สามารถเปลี่ยนผู้นำได้ และมีความยืดหยุ่นในการแก้ไขความผิดพลาดของตัวเอง
ดังนั้น คำถามว่าเป็นการโฆษณาเกินจริงหรือไม่ อาจไม่ใช่คำถามที่สำคัญ สิ่งที่ควรถามมากกว่าคือ เราเปรียบเทียบอย่างเป็นธรรมหรือยัง เรามองเห็นทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวของทุกระบบหรือยัง และเรากำลังพูดถึงความก้าวหน้าของประเทศในเชิงตัวเลข หรือกำลังพูดถึงชีวิต ศักดิ์ศรี และเสรีภาพของผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศนั้นจริงๆ
1
เพราะถ้ามองให้ครบทั้งโลก จะเห็นชัดว่าไม่มีระบบใดสมบูรณ์แบบ แต่ระบบที่เปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบ เปลี่ยนแปลง และแก้ไขความผิดพลาดได้ ยังคงเป็นระบบที่มนุษย์จำนวนมากเลือกจะอยู่ ไม่ใช่เพราะมันโฆษณาเก่ง แต่เพราะมันไม่จำเป็นต้องใช้โฆษณาเพื่อบังคับให้คนเชื่อ
2
โฆษณา