17 ธ.ค. 2025 เวลา 10:20 • หุ้น & เศรษฐกิจ

Case Study: อ่านใจตลาดโลกผ่าน "ราคาน้ำมัน" สัญญาณ Risk-on หรือ Risk-off ที่นักลงทุนต้องดู

นักลงทุนหลายคนโฟกัสแต่กราฟหุ้นหรือคริปโต จนลืมดู "พี่ใหญ่" ของโลกโภคภัณฑ์อย่าง น้ำมัน (Crude Oil) ทั้งที่ความจริงแล้ว น้ำมันคือเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลก และเป็นดัชนีชี้วัดความกล้า/ความกลัว (Sentiment) ได้แม่นยำมาก
​วันนี้เรามาแกะ Case Study การใช้น้ำมันวัด Risk-on / Risk-off กันครับ
​1. ภาวะปกติ: น้ำมันขึ้น = เศรษฐกิจดี (Risk-On) 🟢
​ตรรกะ: เมื่อเศรษฐกิจเติบโต โรงงานผลิตของ การขนส่งคึกคัก เครื่องบินบินว่อน = Demand น้ำมันสูง
​ผลลัพธ์: ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น พร้อมกับ ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง (เพราะบริษัทมีกำไร)
​Case Study: ช่วงปี 2021 ที่โลกเริ่มเปิดเมืองหลังโควิด ราคาน้ำมันพุ่งจาก $50 ไป $80 ตลาดหุ้นและคริปโตทำ All Time High เพราะตลาดเชื่อมั่นในการฟื้นตัว
​2. ภาวะถดถอย: น้ำมันลง = เศรษฐกิจแย่ (Risk-Off) 🔴
​ตรรกะ: เมื่อคนกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย (Recession) กิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลง = Demand น้ำมันหด
​ผลลัพธ์: กองทุนเทขายน้ำมัน และเทขายหุ้น/คริปโต เพื่อไปถือเงินสดหรือพันธบัตร
​Case Study: ช่วงต้นปี 2020 (Covid Crash) น้ำมันร่วงหนักจนติดลบ เพราะโลกหยุดหมุน สินทรัพย์เสี่ยงทุกอย่างเทกระจาด
​3. จุดตายที่ต้องระวัง: "Supply Shock" (กับดักนักลงทุน) ⚠️
​บางครั้งน้ำมันพุ่ง ไม่ใช่ เพราะเศรษฐกิจดี แต่เพราะ "สงคราม" หรือการจำกัดการผลิต
​ผลลัพธ์: น้ำมันแพง -> ต้นทุนการผลิตสูง -> เงินเฟ้อพุ่ง -> ดอกเบี้ยขึ้น -> หุ้น/คริปโต ร่วง! (ราคาน้ำมันสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง)
​Case Study: สงครามรัสเซีย-ยูเครน (2022) น้ำมันพุ่งทะลุ $100 แต่หุ้นและคริปโตร่วงหนัก เพราะตลาดกลัว Stagflation
​สรุป: อย่าดูแค่ราคาน้ำมันขึ้นหรือลง แต่ต้องดู "สาเหตุ" ของมันด้วย ถ้าขึ้นเพราะ Demand = ลุย (Risk-on) แต่ถ้าขึ้นเพราะสงคราม = ถอย (Risk-off) ครับ
การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนในตัวคุณเอง!
อยากอ่านตลาดโลกให้คมขึ้นแบบ “ดูสาเหตุ ไม่ดูแค่ราคา” ทักมาได้ เดี๋ยวผมสรุป Dashboard ที่ใช้จริงให้เอาไปเช็กทุกวันแบบเป็นระบบ
บัญชีเทรด & แพลตฟอร์มที่ผมใช้
ติดตาม/เข้ากลุ่ม
LINE: https://lin.ee/eoot7tn (@peachcrypto)
#น้ำมัน #WTI #Brent #Macro #riskonriskoff #Commodity #เศรษฐกิจโลก #วิเคราะห์กราฟ #ลงทุนคริปโต
โฆษณา