18 ธ.ค. 2025 เวลา 03:26 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ทำความรู้จัก “Baht Bond” ตราสารหนี้ต่างชาติสกุลเงินบาท

ในช่วงที่ตลาดการเงินโลกผันผวนจากอัตราดอกเบี้ยและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ผู้ออกตราสารและนักลงทุนสถาบันบางส่วน เริ่มมองหาทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงด้านสกุลเงิน นอกเหนือจากตราสารหนี้สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ โดยหนึ่งในตลาดที่มีโอกาสได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มนี้คือ “Baht Bond” หรือ ตราสารหนี้สกุลเงินบาทในตลาดไทย
อย่างไรก็ตาม คำว่า Baht Bond มักสร้างความสับสน เพราะตลาดมักใช้คำนี้ไม่เหมือนกับคำว่า “หุ้นกู้” แม้ว่าทั้งสองจะเป็นตราสารหนี้สกุลเงินบาทเหมือนกันก็ตาม
ซึ่งบทความนี้ Wealthy Thai จะพาไปทำความเข้าใจว่า Baht Bond คืออะไร และแตกต่างจาก “หุ้นกู้” อย่างไร
Baht Bond คืออะไร?
Baht Bond หมายถึง ตราสารหนี้ที่เสนอขายในประเทศไทย และมีการกำหนดสกุลเงินในการชำระเป็นเงินบาท (THB) โดยผู้ออกจะเป็นหน่วยงานหรือองค์กรจากต่างประเทศ
แล้วทำไม “Baht Bond” ถึงไม่ใช่ “หุ้นกู้ไทย“?
หากพิจารณาในเชิงเทคนิค ตราสารหนี้สกุลบาททั้งหมดที่ออกในตลาดไทย ซึ่งรวมถึงหุ้นกู้ของบริษัทไทย ล้วนอยู่ในตลาดเดียวกัน
แต่ความแตกต่างของ Baht Bond เกิดจากธรรมเนียมการเรียกของผู้เล่นในตลาด (market convention) โดยตลาดหุ้นมักเรียกตราสารหนี้ตาม “สัญชาติของผู้ออก” เพื่อให้สื่อสารได้ชัดเจนมากขึ้น
ซึ่งหากผู้ออกเป็น องค์กรต่างชาติ เช่นองค์กรระหว่างประเทศ, สถาบันการเงินระดับโลก หรือ หน่วยงานรัฐจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่เลือกออกตราสารในประเทศไทยและชำระเป็นเงินบาท ตลาดจะเรียกตราสารนั้นว่า “Baht Bond”
แต่หากผู้ออกเป็น บริษัทไทย ตลาดจะเรียกตราสารนั้นว่า “หุ้นกู้” หรือ หุ้นกู้สกุลเงินบาท และแทบไม่ใช้คำว่า Baht Bond
แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นธรรมเนียมเดียวกับตลาดตราสารหนี้ทั่วโลก เช่น Samurai Bond เป็นตราสารหนี้ที่ผู้ออกต่างชาติออกในประเทศญี่ปุ่นและใช้สกุลเงินเยน หรือ Yankee Bond ที่เป็นตราสารหนี้ที่ผู้ออกต่างชาติออกในสหรัฐฯ และใช้สกุลเงินดอลลาร์
โดย Baht Bond ก็ใช้ตรรกะเดียวกัน คือเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อบ่งชี้ว่า “ผู้ออกไม่ใช่เจ้าบ้าน แต่ใช้สกุลเงินท้องถิ่น”
ทำไมองค์กรต่างชาติจึงเลือกออก Baht Bond?
องค์กรต่างชาติจำนวนมากเลือกออก Baht Bond เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการระดมทุน ในสกุลเงินบาท ควบคู่ไปกับตลาดตราสารหนี้สกุลหลักอย่างดอลลาร์สหรัฐฯ หรือยูโร โดยมีเหตุผลหลักๆ คือ
1.กระจายฐานนักลงทุน (investor diversification): ไปยังกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศไทย เช่น ธนาคาร, บริษัทประกัน และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเงินลงทุนระยะยาวและมีความต้องการตราสารหนี้คุณภาพดีอย่างสม่ำเสมอ
2.ลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX risk): โดยหากองค์กรหรือบริษัทต่างชาติ มีโครงการลงทุน, ค่าใช้จ่าย หรือรายได้ที่อิงกับสกุลเงินบาท เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน, การให้สินเชื่อในประเทศ หรือการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย การออกตราสารหนี้เป็นเงินบาทจะช่วยลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน จากการกู้ยืมเงินสกุลต่างประเทศ และลดความจำเป็นในการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ซึ่งมักมีต้นทุนเพิ่มเติม
3.บริหารความเสี่ยง: สำหรับองค์กรระหว่างประเทศหรือบริษัทข้ามชาติบางราย การออก Baht Bond เป็นส่วนหนึ่งของ กลยุทธ์ระดมทุนหลายสกุลเงิน (multi-currency funding strategy) เพื่อบริหารความเสี่ยงและเพื่อเสริมพอร์ตแหล่งเงินทุนให้มีความสมดุลมากขึ้น
Baht Bond มีการจัดอันดับเครดิตอย่างไร?
โดยทั่วไป การออก Baht Bond โดยผู้ออกตราสารต่างชาติที่เสนอขายต่อประชาชนในประเทศไทย จำเป็นต้องมีการจัดอันดับเครดิตของตราสารจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลในระดับ Investment Grade เพื่อคุ้มครองนักลงทุนและเสริมความโปร่งใสของตลาด ทั้งนี้ ข้อกำหนดดังกล่าวอาจได้รับการยกเว้นในกรณีเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจง (private placement) ตามเงื่อนไขของหน่วยงานกำกับดูแล
ข้อดี-ข้อเสีย ของ Baht Bond สำหรับนักลงทุนไทย
ข้อดี
1.ไม่มีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน: นักลงทุนไทยที่มีรายได้และค่าใช้จ่ายเป็นเงินบาทอาจได้ประโยชน์จาก Baht Bond ที่ช่วยตัดความเสี่ยงค่าเงินออกไปโดยตรง
2.ให้กระแสเงินสดสม่ำเสมอ: Baht Bond มักเป็นตราสารหนี้คุณภาพดี (investment-grade) จึงเหมาะกับนักลงทุนไทยที่ต้องการ รายได้ดอกเบี้ยสม่ำเสมอ และต้องการการลงทุนที่ผันผวนน้อยกว่าหุ้น
3.เพิ่มทางเลือกนอกเหนือจากหุ้นกู้ไทย: Baht Bond เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึง ผู้ออกตราสารต่างชาติ โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงค่าเงินเหมือนการลงทุนในพันธบัตรต่างประเทศโดยตรง
4.มีโครงสร้างตลาดและการกำกับดูแลที่คุ้นเคย: Baht Bond อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและการกำกับดูแลที่นักลงทุนไทยคุ้นเคย ช่วยลดความซับซ้อนด้านเอกสารและขั้นตอนเมื่อเทียบกับการลงทุนต่างประเทศ
ข้อจำกัดของ Baht Bond สำหรับนักลงทุนไทย
1.ผลตอบแทนไม่สูงมาก: Baht Bond ส่วนใหญ่เน้นความมั่นคง อัตราผลตอบแทนจึงมักต่ำกว่าหุ้น หรือสินทรัพย์เสี่ยง
2.สภาพคล่องในตลาดรองอาจจำกัด: Baht Bond ไม่ได้มีการซื้อขายคึกคักเหมือนพันธบัตรรัฐบาลหากต้องการขายก่อนครบกำหนด อาจขายได้ยากกว่า
3.เข้าถึงยากสำหรับนักลงทุนรายย่อยบางราย: Baht Bond มักเสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ นักลงทุนรายย่อยอาจเข้าถึงได้ผ่าน กองทุนตราสารหนี้ มากกว่าซื้อโดยตรง
4.ความเสี่ยงด้านเครดิตยังคงมีอยู่: แม้ผู้ออกตราสารส่วนใหญ่จะมีอันดับเครดิตดี แต่นักลงทุนยังต้องพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ และอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารด้วย
Baht Bond เหมาะกับนักลงทุนไทยแบบไหน?
Baht Bond เหมาะกับ
-ผู้ลงทุนที่ต้องการรายได้ประจำสม่ำเสมอ
-ผู้ที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงค่าเงิน
-นักลงทุนที่มองหาเครื่องมือช่วยลดความผันผวนของพอร์ต
และอาจไม่เหมาะกับ
-นักลงทุนสายเก็งกำไร
-ผู้ที่ต้องการสภาพคล่องสูงมาก
-ผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและเน้นการเติบโตของเงินลงทุน
สรุป
ในเชิงเทคนิค ตราสารหนี้สกุลเงินบาทที่ออกในประเทศไทยทั้งหมดอยู่ในตลาดเดียวกัน แต่ในทางปฏิบัติ ตลาดมักใช้คำว่า “Baht Bond” เฉพาะกรณีที่ผู้ออกเป็นองค์กรต่างชาติ เพื่อแยกออกจากหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทไทย
นอกจากนี้การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง คำทางเทคนิค และคำที่ตลาดใช้จริง จะช่วยให้นักลงทุนมองภาพตลาดตราสารหนี้ได้ชัดเจนและแม่นยำมากขึ้น
โฆษณา