18 ธ.ค. 2025 เวลา 07:19 • นิยาย เรื่องสั้น

เมื่อหัวกิลด์ใหญ่แต่งงานเพื่อเอาชนะพี่สาว.

วันที่6 พฤษภาคม ศักราขอวกาศที่92 ตรงกับคริสต์ศักราชที่2172 เอลิซาเบธ ธอร์สนั้นยังไม่พอใจกับการสร้างพืชเพียงอย่างเดียวจึงได้มีการโคลนนิ่งสัตว์ที่มีชื่อว่าอัลเลย่า(Alleja) โดยเป็นการผสมระหว่างมนุษย์นีแอนเดอธัล(Neanderthal) กับพะยูนเพื่อทำให้ได้สายพันธุ์ใหม่ซึ่งมีสติปัญญาและคาดหวังว่าจะสามารถทำให้วงการชีวะวิทยาต้องสะเทือนซึ่งก็สำเร็จพวกเขาสามารถเกิดมาได้แต่กลับมีร่างกายไม่สมประกอบทั้งหมด.
วันที่9 พฤษภาคม ศักราชอวกาศที่92 เอลิซาเบธ ธอร์สที่คิดว่าชีวิตต้องสมบูรณ์ที่สุดจึงดัดแปลงพันธุกรรมของอัลเลย่าอีกครั้งทำให้พวกมันสามารถปรับตัวกับสภาพบนบกและใต้น้ำ มีร่างกายสมบูรณ์แต่จะถูกทำให้เป็นหมันทั้งหมด มีปัญญาแต่กลับไม่สามารถวิวัฒนาการต่อไปได้เพื่อไม่ให้หลุดจากการควบคุม.
ผลจากการที่เอลิซาเบธ ธอร์สสามารถสร้างชีวิตทีสมบูรณ์อย่างน้อยก็ในสายตาของสภาวิทยาศาสตร์ได้สำเร็จทำให้เอลิซาเบธ ธอร์สได้รับรางวัลวิทยาศาสตร์มหาปราชญ์ซึ่งมอบให้กับนักวิทยาศาสตร์ที่สร้างชีวิตที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนส่งผลให้เอลิซาเบธ ธอร์สได้รับประกาศนิยบัตรดุษฎีบัณฑิตกิติมาศักดิ์สาขาชีววิทยาได้สำเร็จส่งผลให้เอลิซาเบธ ธอร์สกลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืนได้.
ทว่าความสำเร็จนั้นก็ไม่เพียงพอเพราะเอลิซาเบธ ธอร์สนั้นมีความทะเยอทะยานที่ต้องการจะสร้างชีวิตให้มากขึ้นทั้งความต้องการที่จะกำหนดชีวิตทำให้อัตลักษณ์ที่ไม่ถูกคัดสรรค์โดยธรรมชาติแต่การทดลองในมนุษย์นั้นผิดกฎหมายทำให้เอลิซาเบธ ธอร์สที่ขัดใจในส่วนนี้จึงได้เขียนหนังสือที่มีชื่อว่าDie Realität der Evolution durch Kriegführung zum Schutz der Menschheit(ความจริงของการวิวัฒนาการโดยการทำสงครามเพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์ของมนุษย์).
Die Realität der Evolution durch Kriegführung zum Schutz der Menschheit. (ความจริงของการวิวัฒนาการโดยการทำสงครามเพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์ของมนุษย์).
โดยหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือวิทยาศาสตร์ในเชิงปรัชญาการทำสงครามซึ่งมีใจความหลักเป็นการตีความว่าเพื่อความอยู่รอดหากเผ่าพันธุ์อื่นไม่สูญพันธุ์มนุษย์จะต้องสูญพันธุ์ก่อนจักรวาลจะล่มสลาย ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จะสนับสนุนให้มีการทำสงครามเพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์เพื่อทำให้มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ทรงปัญญากลุ่มสุดท้ายในจักรวาลจนวันที่จักรวาลจบลง.
แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะได้รับคำชื่นชมด้านภาษาแต่หลายคนมองว่าแนวคิดในลักษณะนี้อันตรายเป็นอย่างมากเพราะเอลิซาเบธ ธอร์สยังคงยืนยันในหลักความเชื่อที่ว่าชีวิตล้วนไม่เท่ากัน(Die Vorstellung, dass nicht alle Menschen gleich sind).
ในวันที่12 พฤษภาคม ศักราชอวกาศที่92 เอลิซาเบธ ธอร์สโดนประกาศสงครามโดยนักเรียนในห้องหลายคนส่งผลให้เอลิซาเบธ ธอร์สเจอศึกหนักเธอจึงไม่ไปเรียนเลยและเลือกไปรับหน้าที่เป็นสมาชิกสภาเยาวชนกรุงเบอร์ลินเพื่อจัดสรรค์โครงสร้างในเมืองในหลายๆส่วนจนเมื่อเอเรียประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์บาดเจ็บส่งผลให้เอลิซาเบธ ธอร์สกังวลว่าถ้าแม่เสียชีวิตขึ้นมาตนเองจะลำบากเพราะตอนนี้เอลิซาเบธ ธอร์สถูกศาลพิพากษาเป็นบุคคลวิกลจริตทำให้ถ้าเอลิซาเบธ ธอร์สต้องมีผู้อุปการะทางนิตินัยย์โดยปกติจะเป็นเอเรียผู้เป็นแม่.
ในกรณีที่เอเรียเสียชีวิตตามปกติผู้ที่ต้อทำการอุปการะทางนิตินัยย์ของเอลิซาเบธ ธอร์สจะตกเป็นของพี่สาวคนโตคือมาร์กาเร็ตในทันทีทำให้เอลิซาเบธ ธอร์สไม่พอใจมากเพราะแบบนั้นมาร์กาเร็ตจะมาสิทธิ์ทุกอย่างเหนือเอลิซาเบธ ธอร์สทั้งทรัพย์สินและนิติกรรมซึ่งเอลิซาเบธ ธอร์สไม่ยอมรับจึงได้มีการเปิดกฎหมายและพบว่าในกรณีที่ตนเองแต่งงานมีสามีหรือภรรยาตามกฎหมายจะสามารถหาคู่สมรสมาอุปการะได้.
แต่เมื่อเอลิซาเบธ ธอร์สบอกแม่ว่าจะแต่งงานโดยยกชื่อของคนที่ตนเองรู้จักดีมาเสนอเช่นเอเลร่า ฟอน เอสไชน์เซิน ก็ถูกแม่ปฏิเสธเพราะแม่ไม่ต้องการให้ลูกสาวแต่งงานกับผู้หญิง ส่วนวอลเธอร์ ฟอน ยิกซอร์ชนั้นเขาไม่กล้าแต่งงานกับเจ้านายเช่นเดียวกับลีอา ส่วนรูดอล์ฟเอลิซาเบธ ธอร์สไม่แต่งด้วยแน่นอนเพราะอายุห่างกันถึง20ปีและรูดอล์ฟก็มีภรรยาและลูกอยู่แล้วอายุลูกรูดอล์ฟเป็นรุ่นพี่ที่ก็มีแฟนกันทั้งนั้นสุดท้ายเอลิซาเบธ ธอร์สก็ไปยืนสูบบุหรี่คนเดียว.
เมื่อเอลิซาเบธ ธอร์สยืนสูบบุหรี่เอเลร่าได้เข้ามาเพื่อคุยด้วย.
เอเลร่า : อาลิสุเธอลำบากใจใช่ไหมล่ะ.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : เอลี่ ทำไมกัน ทำไมต้องมีกฎหมายผู้วิกลจริตด้วยเข้าโรงพยาบาลจิตเวชที่ต้องเข้าแบบนี้ขอนอนคุกดีกว่าอีก.
เอเลร่า : เอาเถอะน่าพวกเขาคิดว่าเธอบ้า.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : ฉันปกติไม่ได้บ้าแต่เอาบุหรี่สักมวนใหม่.
เอเลร่า : เอาสิสักมวนก็ดีนะ.
วันที่16 พฤษภาคม ศักราชอวกาศที่92 เอลิซาเบธ ธอร์สขอไปบริจาคโลหิตเพราะเห็นโรงพยาบาลขาดโลหิตอยู่แต่ก็ถูกปฏิเสธเนื่องด้วยเหตุผลทั้งด้านสุขภาพ ด้านอายุที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ด้านปัญหาการสูบบุหรี่ แม้ว่าจะเอลิซาเบธ ธอร์สจะเป็นเลือดกรุ๊ปO-ก็ตาม.
เธอเลยเบื่อมากจึงได้เดินทางไปที่ชนบทแห่งหนึ่งเพื่อไปช่วยเกษตรกรเก็บเกี่ยวพืชโดยไม่มีเหตุผล ไม่มีใครรู้ อยู่ๆจะไปก็ไป จนกระทั่งมียานโดยสารลำหนึ่งตกลงบริเวณนั้นเอลิซาเบธ ธอร์สเลยไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเรียกเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือแต่มีคนหนึ่งซึ่งเอลิซาเบธ ธอร์สเห็นว่าเธอกำลังบาดเจ็บหนักเป็นพิเศษจึงพาตัวมารักษาและดูแลเอง.
โดยเมื่อเธอคนนั้นหายดีเลยแนะนำตัวว่าตนเองชื่อเซร่าห์ ฟอน ธาซาลัส(Serah von Thazalus) ลูกสาวของประธานาธิบดีโยอาคิม ฟอน ธาซาลัส(Joakim von Thazalus) แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนไทแลง(People Democratic Republic of Thailang).
เซร่าห์ ฟอน ธาซาลัส(Serah von Thazalus).
ซึ่งตัวของเอลิซาเบธ ธอร์สได้คุยกับตัวของเซร่าห์จนทั้งสองคนสนิทกันเนื่องจากที่ตัวของเซร่าห์ชื่นชอบเอลิซาเบธ ธอร์สจากผลงานและการที่เอลิซาเบธ ธอร์สเป็นตัวของตัวเองทั้ง2คนจึงได้สาบานเป็นสหายกัน.
ภายหลังเมื่อประธานาธิบดีโยอาคิม ฟอน ธาซาลัสแห่งไทแลงนั้นทราบข่าวว่าลูกสาวคนโตของตนเองปลอดภัยและสาบานเป็นสหายกับเอลิซาเบธ ธอร์สส่งผลให้เขาจึงแต่งตั้งให้เอลิซาเบธ ธอร์สเป็นอาคันตุกะกิติมาศักดิ์แห่งไทแลงเป็นผู้ที่จะสามารถเดินทางเข้าออกไทแลงได้ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารใดๆทั้งสิ้นนอกจากบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น.
ทำให้เอลิซาเบธ ธอร์สได้ดำเนินการไปดูงานที่ไทแลงในทันทีเพราะรู้ว่าตัวของไทแลงนั้นเป็นดาวที่เคยอุดมสมบูรณ์อย่างมากแต่ตอนนี้กลับพังพินาศภายหลังจากสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายเสรีประชาธิปไตยไทแลงซึ่งทำสงครามกับพรรคคอมมิวนิสต์เป็นเวลากว่า4ปีตั้งแต่ปีศักราชอวกาศที่51-55 และจบลงด้วยการที่ประธานาธิบดีไฮน์ริช ฟอน ธาซาลัส(Heinrich von Thazalus) ยึดอำนาจและควบคุมไทแลงในระบอบคอมมิวนิสต์แต่ให้อิสระกับประชาชนและใช้ระบอบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม.
โดยที่เอลิซาเบธ ธอร์สไปดูงานและเห็นว่าไทแลงนั้นมีภาคการผลิตที่เล็กมากแม้รัฐบาลจะส่งเสริมภาคการผลิตแต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มากเพราะรัฐบาลไทแลงขาดความชำนาญด้านการบริหารจัดการทางธุรกิจตัวของเอลิซาเบธ ธอร์สได้เสนอตัวช่วยเหลือไทแลงโดยการสร้างบริษัทที่มีชื่อว่าThors-Thailang ICN Faben เป็นการให้บริษัทที่ว่าเป็นการร่วมมือในระบบสัมปทานคือThors Family75% ด้วยเงินลงทุน ส่วนรัฐบาลไทแลง(Common Government of Thailang) 25% ด้วยเงินลงทุน.
แต่ว่าส่วนที่แตกต่างจากที่ดาวโลกเสนอคือค่าตอบแทนที่ไทแลงจะได้รับโดยที่เอลิซาเบธ ธอร์สเสนอคือ55% ส่วนThors Family คือ45% ซึ่งทางไทแลงก็รู้ว่าเอลิซาเบธ ธอร์สว่าสติไม่ค่อยดีแต่ว่าพวกเขาชื่นชอบที่เอลิซาเบธ ธอร์สนั้นเป็นคนที่มองผลประโยชน์ต่อทั้ง2ฝ่ายมากกว่าประโยชน์ฝ่ายเดียว.
เมื่อเอลิซาเบธ ธอร์สเข้ามาในไทแลงเธอได้เข้ามาสร้างอุตสาหกรรม4กลุ่มหลักๆในไทแลงคือ
1. โครงสร้างพื้นฐาน.
2. เหมืองแร่ทรัพยากร.
3. อุตสาหกรรมอาหาร.
4. อุตสาหกรรมเครื่องจักร.
เป้าหมายของเอลิซาเบธ ธอร์สใน4อุตสหกรรมหลักๆนี้คือเอลิซาเบธ ธอร์สต้องการให้ไทแลงเจริญเพื่อเป็นมิตรอันดีกับประเทศของเธอทั้งด้านการค้า ทรัพยากร และการทหาร ทั้งเรื่องการมีการสอนงานและจ้างงานให้กับชาวไทแลงทำให้นอกจากรัฐบาลไทแลงจะชอบเธอแล้ว ประชาชนชาวไทแลงก็ชื่นชอบเธอเหมือนกัน.
ในระหว่างที่เอลิซาเบธ ธอร์สนั้นไปพัฒนาไทแลงร่วมกับรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์แห่งไทแลงอยู่เป็นเวลานานจนเมื่อวันที่19 พฤษภาคม ศักราชอวกาศที่92 วอลเธอร์ ฟอน ยิกซอร์ชกับลีอาได้แจ้งเอเลร่าว่าตอนนี้มาร์กาเร็ตเล่นสมัครการเมืองในพรรคเดโมแครตแห่งนิวโฮปและเธอได้ไปร่วมงานเลี้ยงหรูหราเพื่อหาเสียงสนับสนุนแน่นอนว่าเป็นภัยกับเอลิซาเบธ ธอร์สแน่นอน.
มาร์กาเร็ตในงานเลี้ยงสำหรับคนรวย.
เมื่อมาร์กาเร็ตเข้าร่วมงานโดยที่เอลิซาเบธ ธอร์สยังอยู่ที่ไทแลงส่งผลให้เอเลร่าได้วอลเธอร์ไปประกาศหาเสียงส่วนตัวเอเลร่านั้นได้ไปหาดูว่ามีใครเหมาะสมที่จะให้เอลิซาเบธ ธอร์สแต่งงานด้วยหรือเปล่าจนเมื่อเอเลร่าไปพบชายคนหนึ่งอายุ14ปีโดยที่ชายคนนั้นมีคุณสมบัติเหมาะสมทุกด้านที่จะแต่งงานกับเอลิซาเบธ ธอร์สโดยชายคนนั้นคือวีโต้ วีโลไซเฟอร์(Vito Vilozyver)
วีโต้ วีโลไซเฟอร์(Vito Vilozyver).
โดยที่ตัวของวีโต้นั้นเป็นนักเรียนในโรงเรียนเดียวกับเอลิซาเบธ ธอร์สแต่แค่คนละห้อง วีโต้นั้นเป็นคนที่เกิดวันที่25 ธันวาคม ศักราชอวกาศเดียวกับเอลิซาเบธ ธอร์สซึ่งทั้ง2คนเกิดในชั่วโมง นาที วินาทีเดียวกัน โดยที่ตัวของวีโต้นั้นเป็นญาติผู้น้องของเอลิซาเบธ ธอร์สโดยที่แม่เขาเป็นน้าสาวของเอลิซาเบธ ธอร์ส.
แต่ในขณะที่เอเลร่ากำลังวางแผนอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่งในนครหลวงเบอร์ลิน(Berlyn) วีโต้ได้ขอคุยกับเอเลร่า.
วีโต้ : เอเลร่าผมมีเรื่องจะคุยด้วยนะครับ.
เอเลร่า : มีอะไรค่ะ.
วีโต้ : พอดีผมรู้มาว่าเอลิซาเบธน่ะกำลังลำบากเลยอยากช่วยเหลือ.
เอเลร่า : ปัญหาที่อลิสุของฉันกำลังลำบากคือเธอจำเป็นต้องแต่งงานกับใครสักคนเพื่อหลุดจากอำนาจของครอบครัวจนกว่าจะได้มีสิทธิ์ทางนิตินัยย์เป็นของตนเอง.
วีโต้ : ผมเสนอตัวแต่งงานกับเธอได้เพราะผมกับเอลิซาเบธสามารถได้ประโยชน์ร่วมกันได้.
เมื่อวีโต้พูดดังนั้นเอเลร่าก็ฟัง.
เอเลร่า : ยังไงบ้าง.
วีโต้ : อย่างแรกเอลิซาเบธจะได้รับสิทธิ์ทางนิตินัยย์จากผมในฐานะผู้อุปการะ สองผมไม่ได้มาหลอกเอาเงินเพราะผมก็ห่วงเกียรติของตระกูลวีโลไซเฟอร์ของผมเหมือนกัน สามผมมีเงินเยอะจากการทำธุรกิจส่วนตัวคือการผจญภัยและรวบรวมทรัพยากรไม่เกาะเอลิซาเบธกินแน่นอน.
เอเลร่า : น่าสนใจ.
เมื่อสนทนากันสักพักเอเลร่าจึงให้เอลิซาเบธ ธอร์สรู้เรื่องนี้ซึ่งเอลิซาเบธ ธอร์สที่เข้าใจว่าเป็นยังไงทำให้เธอจึงยอมแต่งงานโดยมีเงื่อนไขอยู่3ข้อดังนี้
1. เมื่อมีลูกด้วยกัน ลูก5คนแรกจะใช้นามสกุลวีโลไซเฟอร์และที่เหลือคนที่6ลงไปจะใช้นามสกุลธอร์ส.
2. ทรัพย์สินแยกกันเป็น3ส่วน 1ของตนเอง 2เงินครอบครัว 3เงินทำประกัน.
3. สิทธิส่วนบุคคลจะไม่มีการละเมิดกัน.
ด้วยข้อตกลงนี้การแต่งงานระหว่างเอลิซาเบธ ธอร์สและวีโต้ วีโลไซเฟอร์สามารถถูกจัดขึ้นได้โดยที่เอเรียลงนามในทะเบียนสมรสให้ลูกสาวจึงทำให้สิทธิ์การอุปการะทางนิตินัยย์ของเอลิซาเบธ ธอร์สไปอยู่กับวีโต้ วีโลไซเฟอร์แทนโดยที่เอลิซาเบธ ธอร์สแต่งงานตอนอายุ14ปี.
ภายหลังการแต่งงานของเอลิซาเบธ ธอร์สกับวีโต้ วีโลไซเฟอร์ที่ไม่ได้หรูอะไรเป็นเพียงงานแต่งงานที่เงียบเหงาโดยมีคนเข้าร่วมไม่ถึง20คนโดยที่ธีมชุดในงานแต่งจะเป็นชุดสีดำทั้งงาน.
ในวันที่23-27 พฤษภาคม ศกราชอวกาศที่92 เอลิซาเบธ ธอร์สได้เดินทางไปไทแลงอย่างยาวนานทั้งด้านธุรกิจและการเป็นที่ปรึกษาให้รัฐบาลคอมมิวนิสต์แห่งไทแลงภายใต้ตระกูลธาซาลัสแห่งไทแลงที่ดูแลเอลิซาเบธ ธอร์สดีกว่ารัฐบาลนิวโฮปเสียอีกทั้งด้วยประธานาธิบดีแห่งไทแลงก็ได้ประกาศให้เอลิซาเบธ ธอร์สเป็นผู้ที่เปรียบเหมือนบุตรบุญธรรมของตนเองเช่นกันเพราะเอลิซาเบธ ธอร์สไม่มีพ่อ.
ภายหลังจากเรื่องนี้เอลิซาเบธ ธอร์สก็ได้เดินทางไปและกับไทแลงอีกหลายครั้งเป็นเหมือนบ้านของตนเองจนในวันที่7 มิถุนายน ศักราชอวกาศที่92 เอลิซาเบธ ธอร์สได้ตั้งครรภ์ลูกสาวในวัย14ปี แต่เอลิซาเบธ ธอร์สนั้นไม่พอใจที่พันธุกรรมของลูกสาวในครรภ์อาจจะทำให้ลูกสาวต้องป่วยได้จึงได้ทำการดัดแปลงพันธุกรรมให้ลูกสาวในท้องโดยทำยาที่มีชื่อว่าSaepheleen-I A.
Saepheleen-I A (สะสารปรับปรุงและพัฒนาทางพันธุกรรมS-I A)
โดยที่เอลิซาเบธ ธอร์สได้ปรับปรุงไว้4จุดได้แก่
1. พันธุกรรมของเด็กจะเป็นยีนเด่นเท่านั้นคือผิวขาว มีหยักศกสีขาวเท่านั้น มีตาได้3ลักษณะคือสีแดงตามแม่ สีเขียวตามพ่อ และสีฟ้าตามบรรพบุรุษที่เคยมีตาสีฟ้า.
2. เด็กจะมีภูมิคุ้มกันโรคทุกชนิดและมีความสามารถในการปรับตัวรับมือกับโรคได้ทุกชนิด.
3. สติปัญญาของเด็กจะเพิ่มขึ้น300% และจะมีระดับIQและEQสูงกว่าคนปกติ.
4. การพัฒนาการของเด็กจะสูงกว่าปกติทั้งร่างกาย จิตใจ และปัญญา.
ซึ่งเหตุว่า4จุดนี้เป็นการทำเพื่อให้ลูกของตนไม่มีปัญญาหาทางสุขภาพอีกโดยสมบูรณ์.
เมื่อเอลิซาเบธ ธอร์สมั่นใจแล้วว่าแบบนี้ดีที่สุดจึงได้ฉัดยาS-I A เข้าเส้นเลือดเพื่อให้เข้าไปปรับปรุงลูกสาวในครรภ์ โดยการฉีดนั้นจะฉีด7เดือน เดือนละ4เข็ม รวม28เข็มโดยให้แต่ละเดือน4เข็มห่างกัน3วัน.
ภายหลังจากที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นมาร์กาเร็ตได้แต่งงานกับโจอี้ คาร์ลสแตนลี(Joey Karlstanly) มหาเศรษฐีชาวโลกที่มาทำธุรกิจจนร่ำรวยในนิวโฮปและก็ได้ตั้งครรภ์ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันกับเอลิซาเบธ ธอร์ส.
โฆษณา