-โดยแก่นแท้ที่เธอต้องการจะเพิ่มความซับซ้อนทางภาษาก็คือ เธอต้องการขยายขอบเขตความสัมพันธ์ being friends with the world ด้วยการเรียนรู้ที่จะพูดภาษาอื่นๆในอีกซีกมุมโลกที่เธอคุ้นเคย แอบเสียดายไม่มีภาษาไทยที่คุณ Lisa เคยสอนเธอไว้ แต่ก็เข้าใจเมืองไทยเราเมืองพุทธ อยู่นอกเหนือขอบเขตคาทอลิค อย่างไรก็ดีมันทำให้เราได้เห็นศักยภาพที่ฉายแสงอย่างเหนือความธรรมดามากที่สุดครั้งนึง
-นักรีวิวบางสื่อถึงขั้นนิยามบทเพลงเหล่านี้ไม่ต่างจากบทสวด ซึ่งก็ make sense เมื่อดูจากปกอัลบั้มแล้วก็พอคาดเดาได้ว่า Rosalía ได้ตั้งตนเป็นนักบุญสาวที่อยาก represent การตกผลึกหลักธรรมในแบบของเธอเอง มันไม่ใช่แค่กรอบของศาสนาคริสต์ แต่ยังรวมถึงศาสนาอื่นๆที่เธออยากจะทำความเข้าใจมันด้วย
-การอัญเชิญพระเจ้าลงมาจากเบื้องบนสู่เบื้องล่างของจริงในเพลง BERGHAIN ที่ใส่ไฟ opera อย่างดุเดือดและเข้มข้นชวนขนลุก สมแล้วกับการเป็นซิงเกิ้ลแรกที่ represent ความอหังการของสุ้มเสียงที่อัลบั้มนี้เป็น ได้หนึ่งในศิลปินไอดอลคนสำคัญ Björk มาพูดอัญเชิญด้วยภาษาสากลให้สาธุชนรู้โดยทั่วกัน Yves Tumor มาทำหน้าที่โบ้ยตีตัวเองด้วยวลีสุดฮิตของ Mike Tyson เพื่อเรียกร้องความสนใจเป็นการปิดท้าย
-ในขณะที่ LA PERLA (The Pearl) อคลูสติคที่เพิ่มความขี้เล่น หย่อนความตึงจากการถูกโหมโรงอย่างหนัก ได้วงดนตรีสามพี่น้อง Yahritza y su Esencia มาช่วยหยอกล้อความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของพระเจ้า ชอบทำให้ว้าวุ่นเหมือนโดนเพลย์บอยตก โป้ปดเสียจนไม่แสดงออกซึ่งการกระทำที่ชัดเจน และยังมีเพลง Dios Es Un Stalker (God Is A Stalker) ที่หยอกล้อการเข้าใกล้กับพระเจ้าในรูปแบบเงาตามตัวที่มีในทุกแห่งหน ท่วงทำนอง Flamenco ติดความ Rom-Com วิ่งไล่จับไปมา
-La Yugular (The Jugular) ที่เปิดใจรับคำสอนจากนักบุญชาวมุสลิม พร้อมทั้งการข้ามสเต็ปร้องภาษาอาหรับเพื่อซึมซับความต่างทางศาสนานั้นด้วย ในท่อน Outro มีการแทรกคลิปสัมภาษณ์ของ Patti Smith ในปี 1976 ที่ตีความเพลง Break On Through (To the Other Side) ของ The Doors ไว้ว่า ต่อให้เราจะมีวิทยาการสุดล้ำในการออกสู่อวกาศ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการก้าวข้ามข้อจำกัดทางจิตวิญญาณอยู่ดี (ใครตีความท่อน Outro ได้ คอมเมนท์บอกบุญหน่อยก็ดี)
Top Tracks : Sexo, Violencia y Llantas, Reliquia, Porcelana, Mio Cristo Piange Diamanti, Berghain, La Perla, De Madrugá, La Yugular, Sauvignon Blanc, Memória