Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
BrandCase
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
21 ธ.ค. 2025 เวลา 02:58 • ธุรกิจ
สรุป 8 เทรนด์ธุรกิจมาแรง ตอนนี้ในจีน จาก KANTAR ไอเดียสำหรับต่อยอด ธุรกิจในไทย
สรุปข้อมูลน่าสนใจ จากเอกสาร KANTAR BRANDZ 2025 MOST VALUABLE CHINESE BRANDS ใครอยากเข้าไปอ่านแบบเต็ม ๆ 107 หน้า มีแปะลิงก์ไว้ให้ในคอมเมนต์
1. เทรนด์ Ugly, Zany, Cool มาแรง
นิยามของความสวยงามเปลี่ยนไปแล้ว บางคนมองว่า ความงามที่เพอร์เฟกต์นั้นดูจำเจน่าเบื่อ
ทำให้ตอนนี้มีกระแส เช่น ตุ๊กตาหน้าตาตลก ๆ น่าเกลียดปนเท่ ๆ ขำ ๆ ที่ได้รับความนิยมเป็นวงกว้างหลายคาแรกเตอร์
อย่างเคส Labubu ที่มีฟันแหลม ๆ หรือล่าสุดกระแสตุ๊กตาฟันหลอฟันห่าง Fuggler ก็สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคต้องการสิ่งที่สื่อความเป็นตัวเองได้แบบเรียล ๆ
ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่ติดกวน ติดตลก และขี้เหร่เบา ๆ ก็คูลก็น่ารักได้
ซึ่งตอบโจทย์ด้านอารมณ์ของคนสมัยนี้ที่ถูกกดดันให้ต้องพยายามเพอร์เฟกต์อยู่ตลอด
2. เทรนด์การตลาดแบบ Scenario-Based
โฆษณาที่ตรงใจกับผู้บริโภคยุคนี้ ต้องขาย “โมเมนต์” มากกว่าเน้นขายแค่สเป็กหรือฟังก์ชัน
ลองนึกถึงกรณีโฆษณารถยนต์สมัยก่อน ที่เนื้อหาหลักจะเน้นไปกับการบอกสมรรถนะเครื่องยนต์ ตัวเลขแรงม้า หรือฟีเชอร์เฉพาะต่าง ๆ
แต่แบรนด์จีนยุคใหม่ หันมาเล่าโฆษณาผ่านการจำลองสถานการณ์ (Scenario-Based Storytelling) เน้นให้คนดูเห็นภาพว่าถ้าได้ใช้รถแบรนด์นี้ ชีวิตเขาจะดีขึ้นและสะดวกขึ้นอย่างไรบ้าง
3. เทรนด์บริโภค สินค้าใกล้หมดอายุ
พอได้ยินคำว่า ใกล้หมดอายุ หลายคนก็คงอยากจะเลี่ยงการซื้อของนั้น ๆ
แต่สินค้าประเภทนี้กลับกลายเป็นเทรนด์ที่เติบโตได้ในประเทศจีน
โดยร้านค้าปลีกอย่าง HotMaxx จัดร้านให้สะอาด เปลี่ยนภาพจำของสินค้าที่ใกล้หมดอายุว่าต้องกองรวม ๆ กัน ดูไม่เป็นระเบียบ ให้กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า
ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า การซื้อของใกล้หมดอายุไม่ใช่เพราะไม่มีเงิน แต่เพราะมีความคิดที่ฉลาดเลือกมากกว่า
แถมตอนนี้ยังมีกระแส Sustainability ด้วย คนจีนเลยมองว่าการซื้อสินค้าใกล้หมดอายุ นอกจากจะได้ราคาที่ดีกว่า ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อโลกด้วย
4. เทรนด์มัดรวมดีล ขายสินค้าข้ามหมวดหมู่
กระแสใหม่ในจีนตอนนี้ที่น่าสนใจอันหนึ่ง ก็คือ Chain Deals
ซึ่งคอนเซปต์ก็คือการซื้อสินค้าหนึ่งอย่าง แล้วไปปลดล็อกสิทธิพิเศษของสินค้าในอีกหมวดหนึ่ง
เช่น ซื้อตั๋วคอนเสิร์ต แล้วได้ส่วนลดร้านอาหาร หรือซื้อตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้ได้คูปองส่วนลดในห้าง
โมเดลนี้เริ่มทดลองในเซี่ยงไฮ้แล้ว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกระจายรายได้ในวงกว้าง ทำให้แบรนด์ได้เจอพาร์ตเนอร์ธุรกิจใหม่ ๆ ขณะที่ผู้บริโภคก็ถูกกระตุ้นให้ไปใช้เงินในหลายจุดมากขึ้น
5. เทรนด์การทำ Marketing รักษาลูกค้าเก่าอย่างจริงจัง
ปัจจุบันคนจีนแทบทุกคนอยู่บนโลกออนไลน์หมดแล้ว ทำให้การหาลูกค้าใหม่ทำได้ยากกว่าในอดีต และแพงกว่าการรักษาลูกค้าเก่าให้อยู่กับแบรนด์
เพราะฉะนั้นการพึ่งแค่กระแสไวรัลอาจทำยอดขายพุ่งได้ชั่วคราว แต่พอแบรนด์ใหม่มา คนก็แห่ไปซบของใหม่ ทำให้ธุรกิจที่พึ่งแต่กระแสไปต่อไม่รอด
โจทย์ใหญ่ของธุรกิจจีนตอนนี้ ไม่ใช่แค่สร้าง Awareness แต่ทำอย่างไรให้สินค้าอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้า จนเกิดการซื้อซ้ำ เพราะขาดไม่ได้
6. เทรนด์สุขภาพ คือวาระแห่งชาติ
ตั้งแต่ปี 2024-2026 รัฐบาลจีนได้ออกแคมเปญ “ช่วงเวลาของการคุมน้ำหนัก” เปลี่ยนการลดความอ้วนที่เคยเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล ให้กลายเป็นนโยบายระดับประเทศ
โดยจุดเริ่มต้นของนโยบายนี้มาจากการพบว่าประชากรผู้ใหญ่กว่าครึ่งประเทศเริ่มมีภาวะน้ำหนักเกิน รัฐบาลเลยอยากแก้ปัญหาเรื่องนี้
และแน่นอนว่านโยบายนี้จะกระทบกับธุรกิจและวิธีการสื่อสารของแบรนด์ เพราะก็ต้องปรับ Positioning ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพของคน
เช่น อาหารและเครื่องดื่มที่บริโภคแล้วช่วยคุมน้ำหนัก หรือดีกับระบบเผาผลาญ
7. เทรนด์ Unusual Influencer เมื่อลูกค้าเชื่อเจ้าของบริษัท มากกว่าอินฟลูเอนเซอร์
ตอนนี้ในจีน คนที่ไม่น่าจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ อย่าง CEO ของบริษัท หรือแม้แต่ AI ที่เป็นโคลนนิงของ CEO กลับดึงดูดลูกค้าได้ดีกว่าอินฟลูเอนเซอร์ทั่ว ๆ ไป
เหตุผลก็เพราะ ผู้บริโภคชาวจีนอยากได้ความแปลกใหม่และความจริงใจ
ซึ่งกลยุทธ์ที่ใช้ CEO บริษัทมาทำหน้าที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ ช่วยเพิ่มความแปลกใหม่ และดูจริงใจกว่าการจ้างคนนอกที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์มาพูดตามสคริปต์
แถมผู้บริโภคชาวจีน ก็มองว่า CEO นี่แหละคือคนที่เข้าใจแบรนด์ และมีอำนาจในการตอบสนองหรือแก้ไขปัญหาจากฟีดแบ็กของลูกค้าจริง ๆ
1
8. เทรนด์ส่งออก Soft Power
วันนี้จีนไม่ใช่แค่โรงงานของโลกที่ส่งออก เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ต่าง ๆ อย่างเดียว แต่หันมาส่งออกไลฟ์สไตล์มากขึ้น
1
เคสที่ประสบความสำเร็จก็เช่น เกม Black Myth: Wukong หรือหนังแอนิเมชัน Ne Zha 2
ซึ่งในมุมการตลาด นี่คือการรีแบรนด์ประเทศ ที่ทำให้โลกรู้สึกอินกับวัฒนธรรมจีน และสร้างความรู้สึกเชิงบวกกับสินค้า
พอคนอิน ก็ทำให้แบรนด์จีนมีแนวโน้มที่จะถูกคนทั่วโลกยอมรับมากขึ้นตามไปด้วย
และทั้งหมดก็คือ 8 เทรนด์การตลาดปี 2025 ที่มาแรงในจีน จากรายงานของ KANTAR BRANDZ 2025
ที่น่าจะเป็นประโยชน์ให้คนทำธุรกิจในไทย ได้นำไปวางกลยุทธ์ คิดต่อยอดแผนการตลาดสำหรับปี 2026 ไม่มากก็น้อย
ส่วนใครอยากเข้าไปอ่านแบบเต็ม ๆ 107 หน้า มีแปะลิงก์ไว้ให้ในคอมเมนต์
Reference
Kantar BrandZ Most Valuable Chinese Brands 2025
https://indd.adobe.com/view/publication/453609a6-8380-4e63-aa8c-f00afae4952c/qin4/publication-web-resources/pdf/Kantar_BrandZ_2025_Most_Valuable_Chinese_Brands_EN.pdf
ธุรกิจ
จีน
69 บันทึก
43
1
71
69
43
1
71
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย