21 ธ.ค. 2025 เวลา 13:07 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอน4 หัวใจรีโนเวท : หนึ่งดาว:เรื่องสั้น

(ในบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ)
รุ่งเช้า
ในวันที่พายุได้สงบลง
เหลือไว้เพียงบาดแผลและรอยบอบช้ำ..
และคราบน้ำตา
พีรดารู้สึกวุ่นวาย อื้ออึงในหัวเป็นระยะ
ภาพจำในหัวของพีรดา
มักวนเวียนซ้ำ ๆ
เหมือนกลัวว่าเหตุการณ์บางอย่าง
จะถูกลืมไปเสียอย่างนั้น
ทุกอย่างเหมือนปกติ ยกเว้นในหัวของพีรดา
เธอมองเห็นตัวเอง
ยืนอยู่หน้าฐานกู้ภัยชั่วคราว
สัมผัสอากาศยังอับชื้นในความจำยังอยู่
กลิ่นโคลนติดอยู่ตามรองเท้าบูท
เสียงเครื่องยนต์จากรถขนของดังสม่ำเสมอ
ผู้คนเดินผ่านไปมาเหมือนทุกอย่างกำลังกลับสู่ภาวะปกติ
แต่พีรดารู้ดี
ว่ามีบางอย่างในตัวเธอ
ยังไม่กลับไปเหมือนเดิม
หลายวันแล้วสินะที่พายุฝนหยุดลง
หลังจากวันที่เธอกลับไปช่วยแมวหกตัว
พร้อมกับชายแปลกหน้าบนเรือท้องแบน
ทุกอย่างเหมือนถูกจัดวางใหม่อย่างเงียบ ๆ
โดยไม่มีใครบอก
เขาไม่ได้พูดมาก
ไม่ได้แสดงท่าทีเป็นฮีโร่
เธอเห็นเพียงดวงตาคมที่มองผ่านหมวกและผ้าคลุมหน้า
เสียงดุสั้น ๆ ที่สั่งการลูกทีม
แต่กลับอุ่นอย่างประหลาด
ในจังหวะที่เขายื่นมือมาช่วย
“คิดไปเรื่อยนะ..ยัยบ๊อง” เสียงในหัวของพีรดาเริ่มดุ
เพราะชักรำคาญความคิดตัวเองฟุ้งไปถึงเขาได้
“ใครวะ” พีรดาหยุดความคิดในหัวไม่ทัน
เลยได้แต่กำปั้นหลวมทุบหัวตัวเองเบาๆ
เตือนให้ตัวเองหยุดคิดได้แล้ว
พีรดาย้ายไปพักกับญาติชั่วคราว
บ้านยังต้องทำความสะอาด
มีบางอย่างหลุดหายไปกับน้ำ
ข้าวของพังหลายอย่าง คงต้องทิ้ง
และรื้อซ่อมหลายจุด
น้ำทิ้งรอยไว้มากกว่าที่เห็น
ทั้งบนผนัง
และ..ในใจ
นอนแปลกที่..
ทั้งที่ก็เคยนอน
แต่ก็รู้สึกแปลกที่ทุกครั้ง
คืนแรก
พีรดาเป็นไข้
ร่างกายอ่อนแรงเหมือนถูกดึงพลังออกไป
หัวใจกลับไม่ยอมหยุดคิด
ภาพน้ำ
เสียงฝน
เสียงปืนในข่าวชายแดน
และดวงตาคู่หนึ่งที่เธอไม่รู้ชื่อ
วนซ้ำอยู่ในความฝัน
เช้าวันนี้
ไข้ลดลงแล้ว
แต่ความรู้สึกเหมือนไม่คุ้นเคย
กับโลกที่เคยอยู่เอาซะเลย
“ดา วันนี้ถ้าไม่ไหวก็พักนะ ไข้กลับครั้งที่สองแล้วนะ”
ญาติของเธอพูดเบา ๆ
พีรดาส่ายหน้า
“มีบางอย่างต้องไปทำค่ะ”
เธอไม่ได้อธิบาย
แต่ในใจรู้ดี
ว่าถ้าเธอหยุด
ความคิดจะวิ่งไปไกลกว่านี้
งานแรกหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม
ไม่ใช่งานเขียน
แต่เป็นงานที่เธอรับไว้ก่อนหน้า
งานรีวิวบ้านรีโนเวทหลังหนึ่ง
ในชุมชนชานเมือง
บ้านที่กำลังผุพัง
กำลังจะถูกเปลี่ยน
ให้กลับมา “อยู่ได้อีกครั้ง”
พีรดาเดินผ่านรั้วเหล็กชั่วคราว
ได้ยิน
เสียงตอก
เสียงขูด
เสียงขีดดินสอ
ดังแผ่วอยู่ภายใน
บ้านหลังนี้ยังไม่เสร็จ
แต่โครงสร้างเริ่มเห็นรูปร่างแล้ว
ผนังบางส่วนยังเปลือย
พื้นไม้ใหม่วางสลับกับของเก่า
กลิ่นไม้สดผสมกลิ่นปูน
ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ
ว่าทำไมมันถึงให้ความรู้สึกสงบ
ชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางบ้าน
ไม่ถือโทรศัพท์
ไม่คุยเสียงดัง
มือข้างหนึ่งถือแฟ้ม
อีกข้างถือดินสอ
เขาฟังเจ้าของบ้านพูด
ฟังอย่างตั้งใจ
สุขุม
ไม่ขัด
ไม่เร่ง
“ตรงนี้ขอให้แสงเข้ามาเยอะหน่อยครับ”
เสียงเขาเรียบ
ไม่ดัง
แต่ทุกคนหยุดฟัง
พีรดายืนมองจากระยะหนึ่ง
ไม่ได้ตั้งใจจะจ้องมองเขา
แต่สายตากลับไปหยุดที่จังหวะการเคลื่อนไหว
เขาดูไม่เร่ง
ไม่ช้า
ทุกอย่างดูพอดี
“วัสดุเดิมบางชิ้นยังใช้ได้” เขาพูดต่อ
“ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหมด
ของเก่าบางอย่าง…
ถ้าเราดูแลดี ๆ
มันก็ยังอยู่กับเราได้นาน”
ประโยคนั้น
ไม่ได้พูดกับเธอ
แต่พีรดารู้สึกเหมือนถูกแตะ
เข้าที่ความรู้สึก
“วัสดุเดิมบางชิ้นยังใช้ได้” เขาพูดต่อ
“ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหมด
ของเก่าบางอย่าง…
ถ้าเราดูแลดี ๆ
มันก็ยังอยู่กับเราได้นาน”
ประโยคนั้น
ไม่ได้พูดกับเธอ
แต่พีรดารู้สึกเหมือนถูกแตะ
เข้าที่ความรู้สึก
เมื่อเขาหันมา
สายตาของทั้งสองสบกันโดยไม่ตั้งใจ
พีรดาจำเขาได้ทันที
แม้วันนี้ไม่มีหมวก
ไม่มีผ้าคลุมหน้า
ไม่มีเรือ
ไม่มีเสียงฝน
ดวงตาคู่นั้น
ยังเหมือนเดิม
เขาดูแปลกใจเล็กน้อย
ไม่มากพอให้เสียมารยาท
แต่พอให้รู้ว่า
เขาก็จำเธอได้เช่นกัน
“คุณ…”
เขาหยุด
เหมือนคิดชื่อไม่ออก
ซึ่งความจริงเขาจำได้
พีรดายิ้มบาง ๆ
“พีรดาค่ะ”
เขาพยักหน้า
“ผมวิน”
แค่นั้น
ไม่มีอะไรต่อ
แต่หัวใจเธอเต้นแรงกว่าที่ควร
วินไม่ได้ถามถึงวันนั้น
ไม่ได้พูดถึงน้ำท่วม
ไม่ได้พูดถึงแมว
เขาพาเธอดูพื้นที่
อธิบายงาน
ชี้ให้เห็นรายละเอียดเล็ก ๆ
เช่น มุมแสง
ลม
และจุดที่เด็กในบ้านจะเดินชนง่าย
พีรดาเดินตาม
พยักหน้าหงึก ๆ อย่างตั้งใจ
เหมือนฟังทุกคำ
เหมือนเข้าใจทุกอย่าง
แต่ความจริงคือ—
ความคิดของเธอมันยุ่งเหยิง
จนเผลอปล่อยให้ใจมันลอย
ไปตามกระแสของความคิด
“ตรงนี้จะเป็นครัวครับ ถ้าเปิดประตูบานเลื่อน—”
ปึ้ก!
เสียงดังไม่แรง
แต่ชัดพอให้ทุกคนในบ้านเงียบ
พีรดายืนนิ่ง
หน้าผากชนกับกระจกใสสะอาดเอี่ยม
ใสจนเธอไม่ทันเห็นว่ามัน “มีอยู่”
“…โอ๊ย”
เธออุทานเบา ๆ
ยกมือแตะหน้าผากตัวเอง
หน้าแดงหูแดงในคราวเดียว
วินหยุดพูดกลางประโยค
หันกลับมาเร็ว
“กระจกครับ”
เขาพูดเรียบ
เหมือนรายงานข้อเท็จจริง
“ค่ะ…ดารู้แล้วค่ะ”
เสียงเธอเบาลง
“มันใสมาก”
วินหลุดหัวเราะออกมาหนึ่งครั้ง
สั้น ๆ
เหมือนเผลอ
แล้วรีบกลั้น
แต่ไม่ทัน
พีรดาเงยหน้ามอง
สบสายตาเขาเต็ม ๆ
“ขำได้ค่ะ”
เธอพูดก่อน
“ดาชินแล้ว”
วินยกมือขึ้น
เหมือนจะขอโทษ
แต่สุดท้ายแค่เกาหลังคอ
“ผมลืมติดสติกเกอร์เตือน”
เขาว่า
น้ำเสียงจริงจังเกินเหตุ
“ความผิดผม”
“ไม่ค่ะ”
พีรดาส่ายหน้า
“ความผิดดาเอง…ใจลอย”
วินมองเธอครู่หนึ่ง
ก่อนพูดต่อช้า ๆ
“งั้น…คราวนี้เดินช้า ๆ ก็ได้ครับ”
“คุณไม่รีบใช่มั๊ย”
เขาถามด้วยน้ำเสียงเบาๆ ดูละมุนขึ้นมาทันที
ทำให้หัวใจเธอเต้นแปลก ๆ
เขาเดินนำอีกครั้ง
คราวนี้ช้าลงนิดหนึ่ง
เหมือนตั้งใจ
พีรดาเดินตาม
มองทางมากขึ้น
แต่ใจก็ยังลอย
แค่…ลอยไปใกล้เขากว่าเดิม
“ผมไม่อยากให้บ้านนี้ดูสวยอย่างเดียว”
วินพูดขณะวัดระยะ
“แต่อยากให้มันปลอดภัย”
คำว่า ปลอดภัย
ออกจากปากเขา
อย่างเป็นธรรมชาติ
ระหว่างที่เดินผ่านโต๊ะทำงานชั่วคราว
พีรดาเห็นวิทยุสื่อสารวางอยู่
ข้างดินสอ
และแปลนบ้าน
เธอไม่ถาม
เขาไม่อธิบาย
แต่ภาพบางอย่างในใจ
เริ่มเชื่อมต่อกันอย่างเงียบ ๆ
ตอนบ่าย
ฝนเริ่มตกพรำ
วินยื่นผ้าขนหนูสะอาดให้
“กันไว้หน่อยครับ
เดี๋ยวไม่สบายอีก”
คำว่า อีก
ทำให้เธอชะงัก
“คุณรู้?”
เขายิ้มบาง
“วันนั้นคุณตัวร้อนมาก”
เย็นวันนั้น
พีรดากลับไปที่บ้านญาติ
ไข้เหมือนจะกลับมา
หัวหนัก
ความคิดพร่า
และเมื่อเธอหลับ
ความฝันก็พาเธอไปไกล
กว่าที่คิดไว้มาก
เช้าวันต่อมา
พีรดาตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกแปลกประหลาด
เหมือนมีใครบางคน “รู้เรื่องของเธอ” มากเกินไป
ทั้งที่เธอไม่เคยเล่าให้ใครฟัง
แสงแดดอ่อนลอดผ่านผ้าม่าน
เสียงในบ้านเงียบสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่คำพูดเมื่อคืน
ยังค้างอยู่ในหัว
ไม่ดัง
ไม่เร่งเร้า
และไม่ยอมเลือน
—วันนั้นคุณตัวร้อนมาก—
พีรดานั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียง
พยายามบอกตัวเองว่า
บางที…เขาอาจแค่สังเกตเก่ง
หรือบางที
เธออาจคิดมากไปเอง
แต่หัวใจกลับไม่เชื่อเหตุผลนั้นเสียทีเดียว
“เขารู้ได้ยังไงวะ..? คำถามก้องในหัวพีรดา
.
.
บ้านหลังนี้ยังไม่เสร็จ
และหัวใจของพีรดาก็เช่นกัน
บางที…การรีโนเวทครั้งนี้
อาจไม่ได้เปลี่ยนแค่บ้าน
.
.
ทุกหัวใจคือแรงพลังในการสร้างสรรค์ ขอบคุณค่ะ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา