21 ธ.ค. 2025 เวลา 13:36 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

"แค่เปิดใจลอง ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า : ประสบการณ์จากการใช้ AI ในงานจริง"

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อก่อน เราก็ไม่ได้คิดว่าจะหยิบ AI มาใช้กับงานกฎหมายจริงจังขนาดนี้ งานกฎหมายเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบสูง จะเอาอะไรใหม่ ๆ มาลองแบบไม่คิดก็คงไม่ได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่เพราะ AI เก่งขึ้นอย่างเดียว หากเป็นเพราะเราเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ถ้าเราไม่ลองเลย เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันช่วยเราได้แค่ไหน”
ช่วงแรกที่ลองใช้ ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แค่ใช้ช่วยจัดระเบียบความคิดเวลาจะเตรียมคดี ช่วยเรียงประเด็นข้อเท็จจริง หรือช่วยแตกประเด็นข้อกฎหมายออกมาให้เห็นเป็นภาพรวม สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป แต่คือความชัดขึ้นของความคิดตัวเอง ว่าประเด็นจริง ๆ อยู่ตรงไหน และอะไรคือจุดที่ต้องใช้สมองของทนายเข้าไปทำงานต่อ
พอเริ่มคุ้น ก็ลองใช้ AI ในงานที่ท้าทายขึ้น เช่น ให้ช่วยคิดมุมมองของฝ่ายตรงข้าม เพื่อเตรียมคำถามค้านในคดี บางครั้ง AI ตั้งคำถามที่ทำให้เราฉุกคิดว่า “ถ้าอีกฝ่ายถามแบบนี้ เราจะรับมือยังไง” ซึ่งตรงนี้มีประโยชน์มาก เพราะทำให้เราเตรียมตัวได้รอบด้านขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว การเลือกว่าจะใช้หรือไม่ใช้คำถามไหน ยังคงเป็นดุลพินิจของทนาย ไม่ใช่ของ AI แต่นับว่าช่วยประหยัดเวลาได้มากทีเดียว
ในงานนอกศาล AI ก็เข้ามาช่วยไม่น้อย
ทั้งการเตรียมโครงการนำเสนอ การร่างจดหมายเชิญวิทยากร การวางโครงร่างการบรรยาย หรือแม้แต่การทำภาพประกอบบทความ บางอย่างที่เมื่อก่อนต้องใช้เวลานั่งคิดนาน ๆ ตอนนี้ใช้เวลาไม่นาน แต่สิ่งที่เรายังทำเองเสมอคือ “เนื้อหา” และ “น้ำหนักความคิด” เพราะตรงนั้นคือสิ่งที่สะท้อนประสบการณ์และความรับผิดชอบของเรา
ยิ่งใช้ ก็ยิ่งเห็นชัดว่า AI ไม่ได้คิดแทนเรา มันคิดตามที่เราให้โจทย์ ถ้าเราไม่ชัด มันก็ไม่ชัด ถ้าเราคิดตื้น ผลลัพธ์ก็จะตื้น นี่แหละที่ทำให้เราไม่เคยรู้สึกว่า AI มาแทนทนาย แต่กลับทำให้เราต้องคิดให้ดีขึ้น ตั้งคำถามให้แม่นขึ้นกว่าเดิม
หลายคนยังลังเลที่จะลอง เพราะกลัวพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป แต่จากประสบการณ์จริง การใช้ AI อย่างรู้ตัว กลับทำให้เรารู้จักงานของตัวเองมากขึ้น เห็นจุดแข็ง จุดอ่อน และเห็นว่าอะไรคือหน้าที่ที่มนุษย์ต้องรับผิดชอบเอง
สุดท้ายแล้ว การเปิดใจลอง AI model ใหม่ ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเราทันสมัยแค่ไหน แต่เกี่ยวกับว่าเรากล้าเรียนรู้เรื่องใหม่ที่ไม่คุ้นเคยหรือเปล่า สำหรับเราแค่กล้าลอง ก็ได้มุมมองใหม่ ๆ กลับมาแล้ว และนั่นก็คุ้มค่ากับการเปิดใจในครั้งแรก
ภาพ: ภาพทนายน้อยหน่าที่วัดพระถังซัมจั๋ง ทะเลสาบสุริยันจันทรา เมืองหน่านโถว ไต้หวัน เดิมภาพนี้เป็นภาพหมู่เราไม่ได้ถ่ายภาพเดี่ยวไว้ จึงให้ Chatgpt ทำภาพเดี่ยวให้ปรากฏว่าหน้าไม่เหมือน ทำอยู่หลายรอบก็หน้าไม่เหมือน เลยเปลี่ยนไปลองใช้ Gemini ปรากฏว่าทำครั้งเดียวได้เลยหน้าเหมือนต้นฉบับเปี๊ยบ เลยนึกขึ้นมาได้ว่าการลอง AI model ใหม่ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ลองไม่รู้นะเนี่ย
#ทนายน้อยหน่า
#เรื่องเล่าจากภาพ
โฆษณา