22 ธ.ค. 2025 เวลา 08:20 • ข่าวรอบโลก

จีนไม่ยอมให้เวเนฯ ถูกรังแกฝ่ายเดียว

ตอนที่สหรัฐนำกองกำลังสหประชาชาติเข้าไปในคาบสมุทรเกาหลี จีนส่งทหารเข้าไปช่วยเกาหลีเหนือสู้กับสหรัฐ
สมัยที่สหรัฐทำสงครามเวียดนาม จีนก็สนับสนุนอาวุธและความช่วยเหลือแก่เวียดนามเหนือ
สหรัฐเอานาโตเข้าไปลุยอัฟกานิสถานอย่างยาวนานถึง 20 ปี
หลังจากสหรัฐแพ้ ต้องหนีออกมาจากแผ่นดินอัฟกันอย่างหัวซุกหัวซุน
จีนเข้าไปมีบทบาทด้านการทูต สนับสนุนการเจรจา และสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอัฟกานิสถาน
ในยุคแรกๆ ที่จีนเข้าไปช่วยประเทศอื่นลุยกับสหรัฐ จีนเพิ่งตั้งประเทศ
รายได้ประชาชาติต่อหัวต่ำกว่าประเทศยากจนในเอเชียหลายแห่ง
ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวนา ใช้แรงงานคน ไม่มีอุตสาหกรรมหนัก
แต่จีนก็ได้ใจหลายประเทศที่กล้าไปช่วยสู้กับสหรัฐซึ่งเป็นประเทศร่ำรวยที่สุดในขณะนั้น
.........................
 
ธันวาคม 2025 สหรัฐอ้างยาเสพติด เข้าไปรังแกเวเนซุเอลาเพื่อยึดน้ำมันและแร่หายาก
1
หลายประเทศเงียบ เพราะกลัวบารมีสหรัฐ แต่ไม่ใช่จีน
จีนแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน สนับสนุนเวเนซุเอลาในการปกป้องอธิปไตยและคัดค้านสิ่งที่จีนเรียกว่า ‘การรังแกฝ่ายเดียว’ ของสหรัฐ
นายหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศและสมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนคุยสายกับนายอีวาน กิล รัฐมนตรีต่างประเทศเวเนซุเอลา
 
หวังอี้บอกว่า จีนไม่ได้มองเวเนซุเอลาเป็นเพียงประเทศคู่เจรจาอย่างธรรมดา
แต่มองเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญในการสมดุลอำนาจโลก (ไม่ให้ประเทศใดประเทศหนึ่งมีอำนาจคับโลกและรังแกประเทศอื่นฝ่ายเดียว)
1
จีนประกาศคัดค้านการรังแกฝ่ายเดียวทุกรูปแบบ พร้อมยืนหยัดสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาในการปกป้องศักดิ์ศรีและสิทธิของตนเองบนเวทีโลก
1
จีนระมัดระวังในการใช้ภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาที่ออกจากกระทรวงต่างประเทศที่จะไปปรากฏในสื่อต่างๆ ทั่วโลก
 
กรณีความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและเวเนซุเอลา จีนเลือกใช้คำว่า...
2
单边霸凌 ‘ตานเปียน ป้าหลิง’
เป็นคำที่แรงแต่สุภาพที่หมายถึง ‘การใช้อำนาจฝ่ายเดียวรังแกกดขี่ผู้อื่น’
คำนี้ไม่ใช่คำกลางๆ แต่เป็นคำที่จีนใช้เพื่อตำหนิสหรัฐในการใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว
ตำหนิในการใช้กำลังโดยไม่ผ่านสหประชาชาติ
ตำหนิที่สหรัฐผู้เป็นชาติใหญ่ไปบีบคั้นประเทศเล็กชาติน้อยด้วยอำนาจเศรษฐกิจและทางทหาร
 
ทันทีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐประกาศยกระดับปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา
โดยอ้างว่าเป็นภารกิจของสหรัฐที่จะต้องเข้าไปปราบปรามยาเสพติด
ทรัมป์โม้ออกสื่อว่า การโจมตีของสหรัฐหลายสิบครั้ง ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ เป็นการสกัดเส้นทางลักลอบการขนยาเสพติด
 
ใครๆ ก็รู้ข้อเท็จจริงว่า เวเนซุเอลามีน้ำมันสำรองที่พิสูจน์ (proven oil reserves) เป็นอันดับ 1 ของโลก
เขียนให้ชัดก็คือ มีน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก มากกว่าซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิหร่าน และอิรัก
น้ำมันของเวเนซุเอลาอยู่ในแถบโอรีโนโก เป็นน้ำมันดิบหนักและน้ำมันดิบพิเศษมากกว่า 3 แสนล้านบาร์เรล
สหรัฐประกาศก้องร้องลั่นว่าต้องทำลายเรือขนยาเสพติด
แต่ในความเป็นจริง สหรัฐสั่งให้กองกำลังอเมริกันล้อมเรือบรรทุกน้ำมันทุกลำที่เข้าและออกจากเวเนซุเอลา
อ้าว ไหนว่าสนใจเรื่องยาเสพติด แล้วไปล้อมเรือบรรทุกน้ำมันเขาไว้ทำไม
เรื่องนี้ไม่ใช่ผมสงสัยเพียงคนเดียว ดูจากโซเชียลมีเดีย คนในชุมชนออนไลน์ก็สงสัยเช่นเดียวกัน
 
เราซึ่งเป็นประชาชนคนธรรมดาสงสัยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่อยากเอามือซุกหีบ เพราะทรัมป์ประกาศแล้วว่า...
ต่อไปใครจะเข้าสหรัฐจะต้องเอาประวัติการใช้โซเชียลมีเดีย หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมลทุกบัญชี ย้อนหลังหลายปีไปให้หน่วยงานสหรัฐตรวจเสียก่อน
ใครก็ตามที่โจมตีสหรัฐมากๆ แม้จะเป็นส่วนบุคคล สหรัฐก็ใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอเข้ามาตรวจสอบและกีดกัน
สมัยก่อน สหรัฐเป็นมหาอำนาจโลกแต่เพียงเจ้าเดียว
1
แต่ปัจจุบันทุกวันนี้ไม่ใช่แล้วครับ โลกมีหลายขั้ว อย่างน้อยๆ ก็มีมหาอำนาจ 2 ขั้ว
จีนในฐานะสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ อยู่ในองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ และเป็นสมาชิกสำคัญของกลุ่มบริกส์
ส่งคำเตือนไปถึงสหรัฐว่า ให้ประชาคมนานาชาติเคารพสิทธิของแต่ละประเทศในการเลือกเส้นทางการพัฒนาและ (สหรัฐ)
ต้องไม่ใช้กำลังหรือมาตรการฝ่ายเดียวบังคับผู้อื่น
โฆษณา