23 ธ.ค. 2025 เวลา 01:29 • ปรัชญา
ในความเป็นจริง
คนฉลาดที่ขี้โกง กับ คนโง่ที่ซื่อสัตย์
ไม่เคยยืนอยู่คนละฝั่งของสมการ
2
เพราะระบบไม่ได้ถามว่าคุณฉลาดหรือโง่
มันถามแค่ว่า คุณยอมเปื้อนได้แค่ไหน
1
ในสังคมไทย การโกงไม่ใช่เรื่องของไหวพริบ
แต่มันคือ ค่าธรรมเนียมในการมีตัวตน ไม่ว่าคุณจะอยู่ภาครัฐหรือเอกชน ไม่ว่าคุณจะมีอุดมการณ์หรือไม่ ไม่ว่าคุณจะฉลาดหรือไม่ฉลาด ถ้าคุณอยาก “ไปต่อ” คุณต้องเรียนรู้ที่จะหลับตาข้างหนึ่ง และถ้าจำเป็น ก็ต้องสกปรกทั้งสองข้าง คนซื่อสัตย์ไม่ได้แพ้เพราะเขาโง่ เขาแพ้เพราะระบบออกแบบมาให้ความซื่อสัตย์เป็นต้นทุนที่แบกรับไม่ไหว
1
ซื่อสัตย์มากไป = ไม่มีเส้น
พูดตรงเกินไป = ไม่รู้จักกาลเทศะ
ไม่เล่นตามเกม = อยู่ไม่เป็น
และคำว่า “อยู่ไม่เป็น”
คือคำพิพากษาที่สังคมใช้ฆ่าคน
โดยไม่ต้องเปื้อนมือ
มันคือคำที่ฟังดูสุภาพ
แต่เต็มไปด้วยความโหดร้าย เพราะมันแปลว่า
ถ้าคุณไม่ยอมสกปรกแบบที่เราสกปรก
ปัญหาไม่ใช่ระบบ แต่เป็นตัวคุณ
นี่คือการโยนบาปจากโครงสร้าง
ไปไว้บนหัวคนที่ยังไม่ยอมจำนน
1
คนซื่อสัตย์ที่ก้าวเข้าระบบ
ไม่ได้ถูกถามว่า “คุณดีแค่ไหน”
แต่ถูกทดสอบว่า
คุณจะยอมเงียบได้หรือเปล่า
คุณจะยอมเซ็นไหม
คุณจะยอมมองไม่เห็นไหม
และถ้าไม่
ระบบก็ไม่ได้ทำร้ายคุณตรงๆ
มันแค่ ไม่ให้คุณไปต่อ
1
ไม่เลื่อนตำแหน่ง
ไม่ผ่านงบ
ไม่ผ่านโครงการ
ไม่ผ่านความไว้วางใจ
ไม่ผ่านการ “เป็นพวกเดียวกัน”
1
นี่ไม่ใช่การบังคับด้วยปืน
แต่มันคือการบังคับด้วยชีวิต
สุดท้าย คนซื่อสัตย์จำนวนมาก
ไม่ได้เปลี่ยนเพราะอยากโกง
แต่เพราะเขาเหนื่อย
เหนื่อยกับการเป็นคนเดียวที่ยังถาม
ในห้องที่ทุกคนตกลงจะไม่ถามอะไรแล้ว
และเมื่อวันหนึ่งเขาจำเป็นต้องทำ
ไม่ว่าจะเซ็น ไม่ว่าจะเงียบ ไม่ว่าจะร่วมมือ
สังคมก็จะพูดว่า
“เห็นไหม สุดท้ายก็เหมือนกันหมด”
1
ทั้งที่ความจริงคือเขาไม่ได้เหมือน
เขาถูกทำให้ไม่มีทางเลือก
นี่แหละคืออำมหิตของอำนาจเดิม
มันไม่ต้องการคนเลว
มันต้องการคนธรรมดาที่ถูกบีบ
จนเลวได้โดยไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองเลว
และเมื่อการโกงกลายเป็นวัฒนธรรม
ความดีจึงกลายเป็นความผิดปกติ
1
คนที่ยังไม่โกง
ไม่ถูกมองว่าเป็นความหวัง
แต่ถูกมองว่าเป็นความเสี่ยง
สังคมไม่ได้ถามว่า
“ใครควรมีอำนาจ”
แต่ถามว่า
“ใครจะไม่ทำให้ระบบสั่นคลอน”
คำว่า อยู่เป็น
จึงไม่ใช่ทักษะการอยู่ร่วม แต่มันคือ...
ศิลปะของการยอมแพ้อย่างมีมารยาท
ยอมรับกติกาที่รู้ว่าเลว
และเรียกมันว่า “ความจริงของโลก”
1
นี่คือเหตุผลที่คำถาม
คนฉลาดที่ขี้โกง vs คนโง่ที่ซื่อสัตย์
เป็นคำถามหลอก
เพราะในระบบนี้
ต่อให้คุณไม่ฉลาด
คุณก็ต้องโกง
และต่อให้คุณซื่อสัตย์
ระบบก็จะสอนให้คุณรู้ว่า
ซื่อสัตย์อย่างเดียว อยู่ไม่รอด
1
คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่
คุณจะเลือกคบใคร แต่คือ...
คุณจะยอมให้ระบบ
สอนลูกหลานของคุณว่า
การโกงคือความสามารถ
และความดีคือความโง่
ไปอีกกี่รุ่น
1
ในความเป็นจริงตามหลักการแล้ว ถ้าปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามครรลองของกลไกอย่างที่มันควรจะเป็น คนโง่ที่ซื่อสัตย์ควรมีชีวิตที่ดีกว่าคนฉลาดที่ขี้โกง
1
ไม่ใช่เพราะความซื่อสัตย์สูงส่ง แต่เพราะมันคือพื้นฐานของความรับผิดชอบ คนที่ซื่อสัตย์ ต่อให้ไม่ฉลาดมาก เขาย่อมทำงานตามหน้าที่ ไม่บิด ไม่อ้อม ไม่ผลักภาระให้คนอื่น
เขาอาจช้า อาจไม่เก่งเกม แต่เขาไม่ทำให้ระบบพัง
1
ในระบบที่ทำงานจริง ความซื่อสัตย์ควรเป็นพลังสะสม
วันนี้คุณอาจเสียเปรียบ แต่ในระยะยาวมันต้องเอาชนะความฉลาดที่ใช้ไปกับการหลบเลี่ยงความรับผิดได้เสมอ
เพราะคนฉลาดที่ขี้โกง ไม่ได้เก่งสร้าง เขาเก่งเลี่ยง เก่งเอาตัวรอด เก่งโยนความผิด เก่งทิ้งซากให้คนอื่นเก็บ ถ้ากลไกทำหน้าที่ของมัน คนแบบนี้ควรถูกคัดออก ไม่ใช่ถูกผลักขึ้นข้างบน ในโลกที่เป็นธรรมความซื่อสัตย์คือทุน ไม่ใช่ภาระ
และคนซื่อสัตย์ไม่จำเป็นต้องฉลาดกว่าใคร เขาแค่ต้องไม่ถูกโกงโดยระบบ
2
แต่ความจริงที่เราอยู่ไม่ใช่โลกแบบนั้น กลไกไม่ได้ให้รางวัลกับความรับผิดชอบ แต่มันให้รางวัลกับความสามารถในการไม่ต้องรับผิด ยิ่งคุณรับผิดชอบ คุณยิ่งถูกใช้งาน ยิ่งคุณไม่ปัดความผิด คุณยิ่งถูกโยนภาระ
1
ในขณะที่คนฉลาดที่ขี้โกงเรียนรู้ตั้งแต่ต้นว่า อย่าทำอะไรให้เสร็จ แค่ทำให้รอดก็พอ อย่าทำให้ดี แต่ขอแค่ไม่โดนก็พอ เมื่อกลไกไม่ทำหน้าที่ ผลลัพธ์จึงกลับตาลปัตร
จึงทำให้ คนซื่อสัตย์ไม่ชนะ
ไม่ใช่เพราะเขาอ่อนแอ
แต่เพราะสนามถูกออกแบบ
ให้ความดีเสียเปรียบตั้งแต่เริ่มต้น
เขาไม่ได้แพ้ในเกม
เขาแพ้ในกติกา
และยิ่งเวลาผ่านไป
ความพ่ายแพ้นี้จะถูกอธิบายซ้ำ
ด้วยคำพูดสวยๆ ว่า
“โลกมันเป็นแบบนี้”
“ถ้าอยู่ไม่เป็นก็ต้องยอม”
“ซื่อสัตย์อย่างเดียวมันกินไม่ได้”
2
นี่คือการสรุปความผิดของระบบ
ให้กลายเป็นความโง่ของปัจเจก
1
ในขณะที่ความจริงคือ ถ้าความซื่อสัตย์แพ้ความโกงได้เสมอ แปลว่ามันไม่ใช่สังคม แต่มันคือสนามล่า และสนามแบบนี้ ไม่เคยสร้างผู้ชนะ มีแต่ผู้รอดชีวิต ผู้รอดที่เรียนรู้ว่า
อย่าถาม อย่าตรง อย่าดีเกินไป
1
เพราะในสังคมที่ความดีไม่เคยชนะ คนที่ยังซื่อสัตย์อยู่
ไม่ใช่คนโง่ เขาแค่ยังไม่ยอมรับว่าระบบนี้ถูกออกแบบมา
1
เพื่อไม่ให้เขามีที่ยืน
1
วันรับตำแหน่งวันแรก
ศักดิ์ศรีเต็มอก คำปฏิญาณเต็มปาก
ตั้งใจทำดีแม้ไม่มีกิน
เชื่อว่าความถูกต้องจะเลี้ยงชีวิตได้เอง
และเชื่อว่าคนดีจะไม่ถูกระบบกลืน
1
แต่ระบบไม่เคยเลี้ยงอุดมการณ์
มันเลี้ยงคนที่รู้จังหวะ
รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเงียบ
และเมื่อไหร่ควรเซ็น
1
วันผ่าน เวลาเปลี่ยน
อุดมคติเริ่มแพ้ค่าใช้จ่าย
ความดีไม่อิ่มท้อง
1
แต่เงินทำให้รอดในระบบนี้
ที่นี่ไม่มีดำ ไม่มีขาว
มีแต่สีเทา เข้มบ้าง อ่อนบ้าง
ใครพยายามขาวคนเดียว
จะถูกมองว่าแปลก
และถูกกันออกอย่างสุภาพ
1
เงินไม่ต้องออกคำสั่ง
ไม่ต้องข่มขู่
ไม่ต้องสั่งใครให้โกง
แต่คนจะเข้าใจเอง
ว่าอะไรควรพูด
และอะไรควรเงียบ
1
ลายเซ็นเพียงหนึ่งเส้น
เปลี่ยนเรื่องผิด
ให้กลายเป็นเรื่องผ่าน
ไม่ต้องอธิบาย
ไม่ต้องรับผิด
เพียงแค่ “ถูกต้องตามขั้นตอน”
1
คนดีไม่ได้หายไป
เขาแค่ถูกฝึกให้เงียบ
เพราะความจริงไม่มีค่า
ถ้ามันขวางทางกิน
1
ระบบไม่ต้องใช้กำลัง
ไม่ต้องจับ ไม่ต้องขัง
แค่ทำให้การพูดความจริง
แพงกว่าการนิ่งเฉย
และทำให้ความกล้า
กลายเป็นภาระส่วนตัว
สุดท้าย ศักดิ์ศรีถูกแลกด้วยความอยู่รอด
ความถูกต้องถูกพับเก็บไว้ในลิ้นชัก
เพื่อรอวันที่ปลอดภัย
วันที่ไม่มีผลกระทบ ซึ่งไม่เคยมาถึง
1
คนที่เคยบอกว่าจะไม่ขายตัว
ไม่ได้เปลี่ยนใจ เขาแค่เรียนรู้ว่า
ในระบบสีเทา การยืนขาวคนเดียว
คือการอดตาย
เงินไม่เคยพูดว่ามันถูก
แต่มันทำให้ทั้งระบบ เลือกเงียบ
แทนความจริง
1
โฆษณา