23 ธ.ค. 2025 เวลา 04:00 • ความคิดเห็น
ต้องขออภัยล่วงหน้ากับคำถามต่อไปนี้นะครับ เป็นคำถามที่สำคัญมาก และติดค้างอยู่ในใจผมมาหลายปี ?
คำถามนี้ถูกลบ
งืม...🤔 ผมขอเกริ่นก่อนนะครับ
ผมเข้าใจว่าผู้ตั้งคำถามใช้โปรไฟล์สมมุติ และผมก็ต้องขอชี้แจงไว้ก่อนด้วยว่าสิ่งที่ผมกำลังจะตอบต่อไปนี้ ผมไม่ได้หมายถึงประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่ได้เอ่ยชื่อใคร ไม่ได้ชี้ไปที่รัฐใดรัฐหนึ่งในโลก หากใครอ่านแล้วนึกถึงอะไร นั่นเป็นเรื่องที่อยู่ในหัวของผู้อ่านเอง ผมเพียงแค่ชวนให้คิด แล้วลองเอาหลักการไปเปรียบเทียบกับภาพที่คุณมีอยู่ในใจเอง
2
เอาล่ะครับ เริ่มเลยนะครับ
ตอบคำถามที่ 1
คำว่าโสดาบันในทางพุทธศาสนา ไม่ใช่ตำแหน่ง ไม่ใช่ยศ ไม่ใช่ความศักดิ์สิทธิ์ แต่หมายถึงคนธรรมดาคนหนึ่งที่เห็นความจริงบางอย่างแล้ว คือเห็นว่าการทำให้ผู้อื่นทุกข์ไม่ใช่เรื่องถูก เห็นว่าความชั่วไม่สามารถกลายเป็นความดีได้ด้วยคำอธิบายสวยๆ
1
โสดาบันคือผู้ที่บรรลุธรรมขั้นแรก ตัดสังโยชน์ 3 ข้อแรกได้ คือไม่หลงผิดในตัวตน ไม่งมงายว่าพิธีกรรมหรืออำนาจจะล้างบาปได้ และไม่ลังเลสงสัยในหลักเหตุผลของกรรม บุคคลแบบนี้ยังใช้ชีวิตแบบฆราวาสได้ตามปกติ ยังทำงาน ยังมีครอบครัว ยังกลัว ยังเผลอ ยังพลาดได้ แต่จะไม่กลับไปสับสนว่าสิ่งที่ทำให้คนอื่นทุกข์คือสิ่งที่ถูกอีกแล้ว และตามหลักแล้ว คนแบบนี้จะเวียนเกิดอีกไม่เกิน 3-7 ชาติเท่านั้น เพราะเขาได้เข้าสู่กระแสนิพพานแล้ว
1
ในพุทธศาสนา
เราไม่ได้ตัดสินใครจากอดีตอย่างเดียว
สมมติว่ามีผู้มีอำนาจในสมัยหนึ่ง เคยทำเรื่องเลว เคยใช้อำนาจผิดพลาด เคยทำปืนลั่นใส่พี่ชายจนเสียชีวิต ถ้าการกระทำนั้นไม่ได้เป็นอนันตริยกรรม เขายังมีโอกาสกลับใจ เห็นผิด เห็นถูก และบรรลุธรรมได้ นี่คือความเมตตาของพุทธศาสนา เพราะพุทธไม่ได้สอนว่าคนเคยผิดแล้วจะไม่มีทางดี
3
แต่สิ่งสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ ต่อให้เขาจะบรรลุธรรมภายหลัง กรรมที่ทำไว้ก็ยังเป็นกรรม ผลมันยังตามอยู่ เพียงแต่จิตเขาไม่หลงผิด ไม่แก้ตัว ไม่ทำให้ความชั่วกลายเป็นเรื่องถูก
2
และจุดตัดที่ชัดมาก ชัดจนเลี่ยงไม่ได้
ก็คือ......เรื่องการทำรัฐประหาร
การใช้อำนาจล้มล้างเจตจำนงของผู้คน การทำให้สังคมต้องอยู่ใต้ความกลัว ความสูญเสีย ความตาย แล้วบอกว่านี่คือความจำเป็นเพื่อความสงบ แบบนั้นไม่ใช่คนบรรลุธรรมขั้นโสดาบันครับ
เพราะโสดาบัน ไม่สามารถ รับรองความชั่วได้ ต่อให้ความชั่วนั้นมาในรูปอำนาจ ศักดิ์ศรี หรือความจำเป็น
1
โสดาบันคือคนที่
แยก “ถูก–ผิด” ได้ชัด
รู้ว่าการทำให้คนอื่นเดือดร้อน
เจ็บ ตาย เป็นเหตุแห่งทุกข์
โสดาบัน จะไม่หลงคิดว่า
“เป้าหมายดี วิธีเลวแล้วไม่เป็นไร”
3
ดังนั้น ถ้าเป็นโสดาบันจริงๆ
จะไม่สามารถพูดจากใจได้ ว่า...
“รัฐประหารก็ดีนะ ถึงคนจะเจ็บจะตายก็จำเป็น”
1
โสดาบัน อาจจะ นิ่ง ได้
อาจจะ ไม่ออกตัว ได้
อาจจะ กลัว ได้ (ยังไม่ใช่พระอรหันต์)
1
แต่ จะไม่รับรอง ไม่เชิดชู
และไม่ทำให้ความชั่วกลายเป็นเรื่องถูก
1
ถ้าคนหนึ่ง รู้ว่ามีคนทุกข์ มีคนตาย
แต่ยัง “รับรองอำนาจนั้นด้วยใจสงบ”
อันนี้ ยังไม่ใช่โสดาบันตามหลักพุทธ แต่...
อาจเป็นผู้รู้ธรรม
อาจเป็นผู้พูดธรรม
แต่ยังไม่ใช่ผู้ เห็นธรรม
พูดตามตรงแบบชาวบ้านเลยนะครับ ถ้าคนคนหนึ่งยังสามารถ “รับรอง” การกระทำแบบนี้ได้ ยังสามารถพูดด้วยใจนิ่งๆว่าความทุกข์ของคนอื่นเป็นเรื่องยอมรับได้ แบบนี้ตามหลักพุทธ เขายังไม่ใช่โสดาบัน เพราะโสดาบันไม่สามารถเอาความชั่วมาทำให้ถูกได้อีกแล้ว ต่อให้เขาจะไม่ออกมาต่อต้าน ต่อให้เขาจะนิ่งเงียบด้วยเหตุผลส่วนตัว แต่เขาจะไม่เชิดชู ไม่รับรอง และไม่ทำให้ความตายของผู้อื่นกลายเป็นเรื่องเล็ก
2
ตอบคำถามที่ 2
เรื่องที่คาใจ ว่าผู้มีอำนาจสูง คนเคารพเยอะ คนกราบมาก เมื่อตายแล้วไปสวรรค์ทุกคนไหม คำตอบตามพุทธแบบบ้านๆ คือ ไม่ครับ
2
พุทธศาสนาไม่เคยสอนว่าอำนาจล้างกรรมได้ ไม่เคยสอนว่าคนกราบเยอะคือบุญเยอะ ไม่เคยสอนว่ายศศักดิ์คือบัตรผ่านสวรรค์ครับ
2
ใครทำกรรมแบบไหน ได้ผลแบบนั้น ไม่ว่าคนนั้นจะใหญ่แค่ไหน ศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน หรือมีคนสรรเสริญมากแค่ไหนก็ตาม
2
ดังนั้นถ้าจะตอบคำถามนี้ตามความเป็นจริงของหลักพุทธศาสนาเลยก็คือ ผู้ที่เข้าถึงธรรมจริงจะไม่สามารถรับรองความอยุติธรรมได้
คนมีอำนาจ ถ้าใช้อำนาจกดขี่ทำให้คนทุกข์
สั่งการจนคนตาย แล้วบอกตัวเองว่า “จำเป็น”
กรรมตัวนั้นติดตัวไปหมด
1
การที่คนกราบ ไม่ได้แปลว่ากรรมดี
การที่ตายแล้วคนสรรเสริญ
ไม่ได้แปลว่าไปสวรรค์
1
พุทธศาสนา ไม่เคยมีคำสอนว่า
คนใหญ่คนโต = บุญมากอัตโนมัติ
1
ผู้มีอำนาจไม่ได้ไปสวรรค์เพราะอำนาจ
แต่ไปตามกรรมที่ตนทำไว้
1
ถ้าอ่านแล้วใครนึกถึงที่ไหน นั่นก็เป็นสิทธิ์ของคุณ ไม่เกี่ยวกับผม เหมือนกับที่ผมบอกตอนแรกว่าผมไม่ได้พูดชื่อใคร ไม่ได้พูดถึงประเทศไหน ผมแค่ชี้ให้เห็นตามหลักการ ถ้ามันตรงกับความจริงในหัวของใคร ก็พิจารณาเอาเองนะครับ
1
โฆษณา