ในแต่ละวัน สภาผู้พิทักษ์ตรวจสอบและกำหนดมาตรการด้านความเสี่ยงและความปลอดภัย ทั้งในพื้นที่เมืองและเขตวิกฤต พวกเขาออกแบบ Field Containment Zones และมาตรการป้องกันเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้ประชากรและพื้นที่สำคัญปลอดภัยจากแรงสะเทือนและคลื่นสติที่ผิดปกติ
Chrono-Archivists จารึกเหตุการณ์สะท้อนและแก้ไขความคลาดเคลื่อนของ Time Echo เพื่อให้ทุกการปฏิบัติภาคสนามถูกบันทึกอย่างสมบูรณ์ พวกเขาใช้ Mnemo-Lattice และ Temporal Layered Records ในการสร้าง Phase Record และส่งต่อข้อมูลให้สภาและหน่วยอื่น ๆ เพื่อวิเคราะห์และวางแผนรับมือภัยในอนาคต
ทุกการปฏิบัติของหน่วย Field Operations จะ รับคำสั่งผ่าน Central Coordination Cells ซึ่งเป็นศูนย์กลางการประสานงานและจัดลำดับความสำคัญของเหตุการณ์ เชื่อมโยงการทำงานของทุกหมวดอย่างราบรื่น และลดความเสี่ยงจาก Phase Drift, Mindquake, หรือ Void Resonance
ผลลัพธ์ของทุกภารกิจถูกบันทึกเป็น Phase Record และจัดเก็บใน Vault of Continuity ข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงใช้ตรวจสอบเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่ยังเป็นฐานสำหรับการวางแผนรับมือภัยในอนาคต ทำให้ Field Operations เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้สภาผู้พิทักษ์สามารถป้องกันภัยเชิงจักรวาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ