24 ธ.ค. 2025 เวลา 01:57 • การเมือง

รัสเซียโจมตีเรือสินค้าตุรกีที่ท่าเรือยูเครน

เจ้าหน้าที่ยูเครนและเจ้าของเรือรายหนึ่งระบุว่า กองกำลังรัสเซียได้โจมตีท่าเรือของยูเครน 2 แห่ง ทำให้เรือของตุรกี 3 ลำได้รับความเสียหาย รวมถึงเรือบรรทุกเสบียงอาหารด้วย ตามรายงานของอัลญะซีเราะห์
การโจมตีของกองกำลังรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มุ่งเป้าไปที่ท่าเรือชอร์โนมอร์สค์และโอเดสซาในภูมิภาคโอเดสซาทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครน ริมทะเลดำ โฆษกของกองทัพเรือยูเครนกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เรือของตุรกีได้รับความเสียหายทั้งหมด 3 ลำ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน โพสต์คลิปวิดีโอในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังดับไฟบนเรือที่เขาอธิบายว่าเป็น “เรือพลเรือน” ในเมืองชอร์โนมอร์สค์ และกล่าวว่าการโจมตีของรัสเซีย “ไม่มี…วัตถุประสงค์ทางทหารใดๆ ทั้งสิ้น”
เซเลนสกีกล่าวว่า “นี่เป็นการพิสูจน์อีกครั้งว่ารัสเซียไม่เพียงแต่ไม่เห็นคุณค่าของโอกาสทางการทูตในปัจจุบันอย่างจริงจังเท่านั้น แต่ยังคงทำสงครามต่อไปเพื่อทำลายชีวิตปกติในยูเครน”
เขากล่าวว่า “เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่…โลกจะต้องรักษาเข็มทิศทางศีลธรรมที่ถูกต้องไว้ นั่นคือ ใครเป็นผู้ยืดเยื้อสงครามนี้ และใครเป็นผู้พยายามยุติสงครามด้วยสันติภาพ ใครเป็นผู้ใช้ขีปนาวุธโจมตีพลเรือน และใครเป็นผู้โจมตีเป้าหมายที่มีผลต่อการทำงานของเครื่องจักรสงครามของรัสเซีย”
เซเลนสกีไม่ได้ระบุชื่อเรือ แต่สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่าเป็นเรือเซงค์ ที (Cenk T) ซึ่งจดทะเบียนในปานามาและเป็นของบริษัทตุรกี โดยรอยเตอร์ได้เปรียบเทียบเครนและอาคารต่างๆ กับภาพถ่ายดาวเทียมของท่าเรือชอร์โนมอร์สค์
บริษัทเซงค์ ชิปปิ้ง เจ้าของเรือ ยืนยันว่าเรือถูกโจมตีเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (14:00 GMT) ไม่มีผู้เสียชีวิตในหมู่ลูกเรือ และความเสียหายต่อเรือมีจำกัด
นายโอเล็กซี คูเลบา รองนายกรัฐมนตรีของยูเครน ยืนยันว่า พนักงานของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีอีกครั้งที่ท่าเรือโอเดสซา โดยรถขนถ่ายสินค้าได้รับความเสียหายด้วย
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า รัสเซียใช้โดรนและขีปนาวุธในการโจมตีท่าเรือ ซึ่งมีเป้าหมาย “ที่การขนส่งสินค้าพลเรือนและการขนส่งสินค้าพาณิชย์”
ท่าเรือขนาดใหญ่สามแห่งของยูเครนริมทะเลดำในภูมิภาคโอเดสซา เป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่งสำหรับยูเครน
เมื่อช่วงดึกวันศุกร์ กระทรวงการต่างประเทศของตุรกียืนยันว่าเรือลำดังกล่าวถูกโจมตีที่ท่าเรือชอร์โนมอร์สค์ และเสริมว่าไม่มีรายงานพลเมืองตุรกีได้รับบาดเจ็บ
กระทรวงฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า การโจมตีครั้งนี้ “เป็นการยืนยันข้อกังวลที่เราเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการลุกลามของสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในภูมิภาคไปยังทะเลดำ และผลกระทบต่อความมั่นคงทางทะเลและเสรีภาพในการเดินเรือ”
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า “เราขอย้ำถึงความจำเป็นในการจัดทำข้อตกลงเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ในทะเลดำบานปลาย โดยระงับการโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่ความปลอดภัยในการเดินเรือ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและท่าเรือของทั้งสองฝ่าย”
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ในการเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ที่กรุงอัชกาบัต เมืองหลวงของเติร์กเมนิสถาน ประธานาธิบดีรอยับ ตอยยิป ออร์โดอัน แห่งตุรกี เรียกร้องให้เกิดความสงบในทะเลดำ และเสนอแนะว่าการหยุดยิงอย่างจำกัดสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานและท่าเรืออาจเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงในภูมิภาค
ตุรกีซึ่งมีชายฝั่งทะเลดำยาวที่สุดประมาณ 1,329 กิโลเมตร (826 ไมล์) รู้สึกวิตกกังวลมากขึ้นเรื่อยๆต่อการโจมตีที่ทวีความรุนแรงขึ้นในบริเวณใกล้เคียง และได้เสนอตัวเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างเคียฟและมอสโก
การโจมตีเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ปูตินสัญญาว่าจะตอบโต้และขู่ว่าจะตัด “ยูเครนออกจากทะเล” เนื่องจากการโจมตีทางทะเลของเคียฟด้วยโดรนต่อ “กองเรือ” ของมอสโก ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันที่ไม่มีเครื่องหมายซึ่งเชื่อกันว่าใช้เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันในทะเลดำ
เคียฟกล่าวว่าเรือบรรทุกน้ำมันเป็นแหล่งเงินทุนหลักของมอสโกสำหรับสงครามที่ดำเนินมาเกือบสี่ปีแล้ว นอกจากนี้ยังพยายามบีบรายได้ของรัสเซียด้วยการขยายการโจมตีไปยังทะเลแคสเปียน ซึ่งเคียฟได้โจมตีแท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดใหญ่เมื่อสัปดาห์นี้
เรียบเรียงโดย อาจารย์ต้นสัก สนิทนาม
#อิหร่าน #ตุรกี #อาหรับ #การพัฒนาการเมือง #ความขัดเเย้ง #รัสเซีย #ยูเครน
โฆษณา