Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าพระเจ้าตาก
•
ติดตาม
25 ธ.ค. 2025 เวลา 03:49 • ประวัติศาสตร์
ตอนที่ 330 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เจ้าพระยาอินทวงศา
เจ้าพระยาอินทวงศา เป็นขุนนางระดับ "เจ้าพระยา" อีกคนหนึ่งในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ไม่มีข้อมูลบันทึกว่าเป็นผู้ใด และมาจากที่แห่งใด แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นข้าหลวงเดิมที่มีความใกล้ชิดและเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยอย่างยิ่งคนหนึ่ง
เจ้าพระยาอินทวงศา ปรากฏชื่อครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2312 ในบันทึกของคณะบาทหลวงฝรั่งเศส ขณะนั้นยังมียศเป็นเพียง "พระยา" ดังปรากฏใน "จดหมายของมองซิเออร์คอร์ ถึงมองเซนเยอร์บรีโกต์" เอาไว้ว่า
"ครั้นเมื่อวันที่ 14 เดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1769 ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 พระยาอินทวงศา ได้มาตรวจวัดปักเขตที่ดินของข้าพเจ้า" (1 : 277)
ไม่ปรากฏข้อมูลว่าได้เลื่อนเป็น "เจ้าพระยา" ตั้งแต่เมื่อไร แต่สันนิษฐานว่าน่าอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2312 - 2317 เนื่องด้วยในปี พ.ศ. 2317 มีบันทึกว่าได้เป็นเจ้าพระยาอินทวงศาไปแล้ว ดังปรากฏใน "พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม)" เอาไว้ว่า
"ตรัสสั่งให้ประหารศีรษะพระเทพโยธาเสีย ด้วยโทษผิดตามเสด็จฯ มาถึงแล้ว รู้ว่ามีราชการมิได้มาเฝ้าแหน ต่อให้หาตัวจึงลงมาเฝ้า ตรัสถวายไม่ได้ราชการ เจ้าพระยาอินทวงศาทูลขอชีวิตไว้" (1 : 85)
เจ้าพระยาอินทวงศา ปรากฏชื่ออีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2319 คราวตั้งพระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) กลับคืนเมือง มีบันทึกว่าในปีนั้นได้เป็นอัครมหาเสนาบดี ดังปรากฏใน "สำเนากฏเรื่องตั้งพระเจ้านครศรีธรรมราชครั้งกรุงธนบุรี" เอาไว้ว่า
"บัดนี้ให้เจ้าพระยาอินทวงศาอัครมหาเสนาบดีคุมเรือรบเรือไล่ถือพล 500 แลขุนวิเศษนุชิตกรมคลัง ขุนสกลมณเฑียรกรมวัง นายเทียรฆราษอาลักษณ์ แลนายจิตรบำเรอแวงซ้าย นายบัลลังก์กุญชรแวงขวา แวงจตุรังคบาท จำทูลพระสุพรรณบัฏรัตนราชโองการแลตราพระครุฑพ่าห์ออกมาพระราชทานมอบเมืองให้พระเจ้านครศรีธรรมราช" (2 : 181)
ในตรงนี้มีข้อมูลที่ขัดแย้งกันอยู่ เนื่องด้วยในคราวตั้งพระเจ้านครศรีธรรมราช มีพระยาจักรีและพระยามหาเสนา ผู้เป็นอัครมหาเสนาบดีสมุหนายกและสมุหพระกลาโหม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ด้วย ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
"...เจ้าพระยาอินทวงศา
เจ้าพระยาราชนายก
พระยาราชทูต
พระยาสมบัติบาล
พระศรีมโหสถ
พระยาจักรี
พระยามหาเสนา... (2 : 183)
อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ไทย ให้ความเห็นไว้ว่า เจ้าพระยาอินทวงศาอาจจะเป็นกลาโหมที่อยู่เหนือกลาโหมอีกทีหนึ่ง ดังปรากฏใน "การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี" เอาไว้ว่า
"จึงทำให้ไม่รู้แน่ว่าใน พ.ศ. 2319 นั้นเจ้าพระยาอินทวงษาหรือใครกันแน่ที่ดำรงตำแหน่งสมุหพระกลาโหม หรือจะเป็นว่าเจ้าพระยาอินทวงษาในฐานะ "ลูกน้อง" นั้นเป็นกลาโหมที่อยู่เหนือกลาโหมอีกทีหนึ่ง" (3 : 270)
หากเป็นดังที่ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ให้ความเห็นเอาไว้ "เจ้าพระยามหาเสนา" ที่ปรากฏชื่อตั้งแต่ปี พ.ศ. 2314 ก็น่าจะหมายถึง เจ้าพระยาอินทวงศา ที่ได้เป็น "สมุหพระกลาโหม" มาตั้งแต่ช่วงต้นรัชกาล ดังปรากฏใน "จดหมายรายวันทัพสมัยกรุงธนบุรี คราวปราบเมืองพุทไธมาศและเขมร เมื่อ พ.ศ. 2314" เอาไว้ว่า
"พระราชทานญวนข้างในให้แก่เจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช เจ้าพระยาจักรี เจ้าพระยามหาเสนา" (1 : 210)
ฉะนั้นหมายความว่า เมื่อเจ้าพระยาอินทวงศาได้เป็นสมุหพระกลาโหม ก็ต้องมีใครสักคนเป็นพระยามหาเสนาอยู่พร้อมกันไปด้วย
ด้วยเหตุนี้เองทำให้พระราชพงศาวดารหลายฉบับที่ชำระขึ้นในภายหลัง เรียกสมุหพระกลาโหมเป็น "เจ้าพระยามหาเสนา" ซึ่งอาจจะเกิดจากความคุ้นเคยที่สมุหพระกลาโหมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ล้วนเป็น "เจ้าพระยา" แทบทั้งสิ้น ดังปรากฏใน "พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตเลขา" เอาไว้ว่า
"เจ้าพระยามหาเสนา ให้เร่งยกขึ้นไปตีพม่าซึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองนครสวรรค์" (4 : 76)
แต่เมื่อมาตรวจสอบกับพระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ฉบับที่ร่วมสมัยที่สุด บันทึกถึงเหตุการณ์เดียวกันนี้เป็นเพียง "พระยามหาเสนา" นั่นเป็นเพราะว่าในสมัยกรุงธนบุรี มีใครสักคนที่ได้เป็นพระยามหาเสนาไปพร้อมกับเจ้าพระยาอินทวงศาที่ได้เป็นสมุหพระกลาโหมนั้นเอง ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
"เสด็จขึ้นไปเมืองนครสวรรค์ให้พระยายมราช, พระยามหาเสนา เร่งยกขึ้นไป" (1 : 106)
หลังจากเหตุการณ์ตั้งพระเจ้านครศรีธรรมราชแล้ว เจ้าพระยาอินวงศาได้รับมอบหมายให้เก็บภาษีอากรอยู่ในหัวเมืองนครศรีธรรมราช ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวมาแล้วว่า
"ให้เจ้าพระยาอินทวงศาอยู่ชำระว่ากล่าว เร่งรัดส่วยสาอากรในเมืองนครแว่นแคว้นหัวเมืองขึ้นแก่เมืองนคร" (2 : 181)
เจ้าพระยาอินทวงศาน่าจะเก็บภาษีอากรอยู่ในหัวเมืองต่างๆ ที่ขึ้นต่อเมืองนครศรีธรรมราชและไม่ได้กลับมาที่กรุงธนบุรีอีกเลย มีคำกล่าวกันว่า เมื่อถึงคราวผลัดแผ่นดินในปี พ.ศ. 2325 เจ้าพระยาอินทวงศาได้ทราบว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จสวรรคต จึงได้กระทำอัตวินิบาตกรรม ดังปรากฏใน "นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนธันวาคม พ.ศ. 2524" เอาไว้ว่า
"ฝ่ายเจ้าพระยาอินทวงศา อัครมหาเสนาธิบดีฝ่ายกลาโหม ขณะนั้นตั้งกองบัญชาการทัพอยู่ที่ปากพระใกล้เมืองถลาง ทราบว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชถูกปลงพระชนม์แล้ว ท่านก็ฆ่าตัวตายตามเสด็จเพราะไม่ยอมเป็นข้าคนอื่น" (5 : 19)
แม้จะไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับชีวประวัติของเจ้าพระยาอินทวงศา แต่สิ่งหนึ่งผู้คนในปัจจุบันจดจำเกี่ยวกับ "เจ้าพระยา" ผู้นี้ก็คือ ความจงรักภักดีที่มีต่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจนตราบวาระสุดท้ายนั้นเอง
เชิงอรรถ
(1) พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) จดหมายรายวันทัพ อภินิหารบรรพบุรุษ และเอกสารอื่น. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี : ศรีปัญญา, 2562
(2) ตรี อมาตยกุล. รวมเรื่องเมืองนครศรีธรรมราช. พระนคร : พิมพ์ในงานศพ พลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร), 2505
(3) นิธิ เอียวศรีวงศ์. การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี. พิมพ์ครั้งที่ 12. กรุงเทพฯ : มติชน, 2559
(4) พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 3 / กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. พิมพ์ครั้งที่ 11. นนทบุรี : โครงการเลือกสรรหนังสือสำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2560
(5) ปรีดา ศรีชลาลัย. ปีสุดท้ายของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, นิตยสารศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ 3 ฉบับที่ 2, ธันวาคม 2524
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย