26 ธ.ค. 2025 เวลา 03:02 • อสังหาริมทรัพย์

ทำไมผ่อนเดือนละ 15,000 แต่เงินต้นลดแค่ไม่กี่ร้อย?

หลายคนที่เพิ่งเริ่มผ่อนบ้านหรือคอนโด มักมีคำถามคล้ายกันว่า
“ผ่อนบ้านเดือนละตั้ง 15,000 บาท แต่พอดูสเตตเมนต์แล้ว เงินต้นลดไปแค่ไม่กี่ร้อย ที่เหลือกลายเป็นดอกเบี้ยเกือบ 14,000 บาท แบบนี้ธนาคารเอาเปรียบหรือเปล่า?”
ความจริงแล้ว เรื่องนี้ **ไม่ใช่การคิดดอกเบี้ยผิด** และไม่ใช่กลโกงของธนาคาร แต่เป็นผลจาก “หลักการคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน” ที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยมีใครอธิบายให้เข้าใจตั้งแต่ต้น
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจดอกเบี้ยบ้านแบบง่ายที่สุด ว่ามันคิดอย่างไร ทำไมช่วงแรกถึงจ่ายดอกเบี้ยเยอะ และเราจะจัดการกับมันได้อย่างไร
---
ดอกเบี้ยบ้านคิดจากอะไร?
หัวใจสำคัญของสินเชื่อบ้านคือคำว่า **“ดอกเบี้ยคิดจากเงินต้นคงเหลือ”**
ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยจาก:
* ยอดเงินกู้ที่ยังค้างอยู่
* อัตราดอกเบี้ยต่อปี
* วิธีการคิดดอกเบี้ย (ส่วนใหญ่คิดแบบรายวัน)**
ในทางปฏิบัติ สินเชื่อบ้านของธนาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะใช้ **การคิดดอกเบี้ยแบบรายวัน** ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ **ธนาคารเป็นผู้ร่างสัญญา**
การคิดดอกเบี้ยแบบรายวันหมายความว่า:
* ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณทุกวันจากเงินต้นคงเหลือ
* ยิ่งเงินต้นสูง และยิ่งผ่อนช้า ดอกเบี้ยก็ยิ่งสะสมมาก
* แม้ดอกเบี้ยจะไม่ใช่ “ดอกเบี้ยทบต้นโดยตรง” แต่การคิดรายวันทำให้เกิดผลใกล้เคียงกับการทบต้นที่ถี่ขึ้น
ผลคือ **ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาสูงขึ้น และเป็นโครงสร้างที่ธนาคารได้เปรียบมากกว่า ผู้กู้จำเป็นต้องเข้าใจจุดนี้ให้ชัด**
พูดง่าย ๆ คือ **ยิ่งเงินต้นยังสูง ดอกเบี้ยก็ยิ่งสูง และยิ่งคิดถี่ ดอกเบี้ยก็ยิ่งสะสมเร็ว**
---
## ทำไมช่วงแรกผ่อนบ้าน ดอกเบี้ยถึงกินเกือบทั้งงวด?
ลองดูตัวอย่างที่ใกล้เคียงชีวิตจริงมากขึ้น
* ราคาบ้าน: **6,500,000 บาท**
* เงินดาวน์: **100,000 บาท**
* ยอดเงินกู้: **6,400,000 บาท**
* ระยะเวลาผ่อน: **40 ปี (480 งวด)**
* ดอกเบี้ยเฉลี่ย: **5% ต่อปี**
จากเงื่อนไขนี้ ค่างวดผ่อนบ้านจะอยู่ที่ประมาณ **31,000–32,000 บาทต่อเดือน**
ลองดูโครงสร้างค่างวดในช่วงแรก:
* ดอกเบี้ยต่อเดือน ≈ 27,500 บาท (คำนวณจากเงินต้น 6,400,000 บาท)
* เงินต้นที่ถูกตัด ≈ 2,800–3,300 บาท (ขึ้นกับรอบการคิดดอกเบี้ยแบบรายวัน)
นี่คือเหตุผลที่หลายคนรู้สึกว่า:
> “ผ่อนบ้านเดือนละเป็นหมื่น แต่เงินต้นแทบไม่ขยับ”
ในช่วงแรกของการผ่อน:
* เงินต้นยังอยู่ในระดับสูงมาก
* ดอกเบี้ยจึงกินสัดส่วนหลักของค่างวด
* การคิดดอกเบี้ยแบบรายวันยิ่งทำให้ดอกเบี้ยสะสมเร็ว
ทั้งหมดนี้เป็นผลจากโครงสร้างสินเชื่อ ไม่ใช่การคิดดอกเบี้ยผิดพลาด
---
## ระบบผ่อนบ้านที่ธนาคารใช้คืออะไร?
สินเชื่อบ้านส่วนใหญ่ใช้ระบบที่เรียกว่า **Amortization**
ลักษณะของระบบนี้คือ:
* ค่างวดรายเดือนใกล้เคียงกันทุกเดือน
* ช่วงแรก ดอกเบี้ยเยอะ เงินต้นน้อย
* ช่วงหลัง ดอกเบี้ยน้อย เงินต้นลดเร็วขึ้น
ไม่ได้หมายความว่าธนาคารคิดดอกเบี้ยมากกว่าที่ควร แต่เป็นการ “จัดสัดส่วนการตัดเงิน” ตามลำดับเวลา
---
## แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าผ่อนบ้านไปแล้วคุ้มไหม?
สิ่งที่ควรดู ไม่ใช่แค่ค่างวด แต่คือ:
* ยอดเงินต้นคงเหลือ
* ระยะเวลาที่เหลือ
* อัตราดอกเบี้ยในแต่ละช่วง
หลายคนพลาดตรงที่:
* ดูแค่ว่าผ่อนไหวหรือไม่
* ไม่เคยดูตารางผ่อน (Amortization Schedule)
* ไม่รู้ว่าดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญาสูงแค่ไหน
---
## วิธีลดดอกเบี้ยบ้านแบบที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำ
### 1️⃣ โปะเงินต้นในช่วงแรก
การโปะเงินต้นช่วงต้นสัญญา จะช่วย:
* ลดเงินต้นเร็ว
* ลดดอกเบี้ยในระยะยาวแบบมหาศาล
เงินโปะ 100,000 บาทในปีแรก อาจลดดอกเบี้ยรวมได้มากกว่าโปะในปีที่ 15 หลายเท่า
### 2️⃣ รีไฟแนนซ์หรือรีเทนชัน
เมื่อดอกเบี้ยเริ่มสูง:
* เปรียบเทียบข้อเสนอจากธนาคารอื่น
* ต่อรองธนาคารเดิม
แค่ลดดอกเบี้ยลง 0.25–1% อาจประหยัดเงินได้หลายแสนบาทตลอดสัญญา
### 3️⃣ ผ่อนมากกว่าค่างวดขั้นต่ำให้ตรงวัน
แม้จะเพิ่มเดือนละไม่กี่พันบาท แต่เงินส่วนนี้จะถูกตัดเงินต้นโดยตรง และลดดอกเบี้ยในอนาคตทันที แต่พึงระวังว่าวันที่โปะธนาคารมังนำเงินไปตัดดอกเบี้ยก่อนเสมอเพราะดอกเบี้นธนาคารคิดแบบรายวันจึงมีดอกเบี้ยคงค้างอยู่
---
## สรุป: ดอกเบี้ยบ้านไม่ได้น่ากลัว ถ้าเข้าใจมันจริง ๆ
* ที่ผ่อนแล้วเงินต้นลดน้อยในช่วงแรก **เป็นเรื่องปกติ**
* ดอกเบี้ยคิดจากเงินต้นคงเหลือ ไม่ใช่ธนาคารคิดมั่ว
* คนที่เข้าใจระบบ จะสามารถวางแผนลดดอกเบี้ยได้
> บ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือสัญญาการเงินระยะยาว
> ยิ่งเข้าใจเร็ว ยิ่งประหยัดเงินได้มาก
#ดอกเบี้ยบ้าน #ผ่อนบ้าน #สินเชื่อบ้าน #การเงินส่วนบุคคล #Blockdit
โฆษณา