26 ธ.ค. 2025 เวลา 14:08

ชีวิต CS ขาเข้าที่ไม่มีใครบอก ( 2 )

เวลาคนได้ยินคำว่า “งานโลจิสติกส์ขาเข้า”
หลายคนมักนึกถึงภาพการขนส่งสินค้าจากต่างประเทศ
หรือขั้นตอนเอกสารที่เป็นระบบระเบียบ
แต่ในความเป็นจริง
ชีวิตของ CS ขาเข้าทางอากาศ
มีหลายอย่างที่ไม่มีใครรู้
และไม่มีใครเตรียมสอนมาก่อน
1. รับสายเป็นสิ่งแรกของวัน และเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนเลิกงาน
ไม่ว่าจะอยู่ในออฟฟิศ หรือกำลังกินข้าวกลางวัน
เสียงโทรศัพท์คือสัญลักษณ์ของ
“มีอะไรสักอย่างกำลังเกิดขึ้น”
ลูกค้าถามไฟลต์
ถามสถานะของ
ถามว่าเคลียร์ได้ไหม
ถามว่าทำไมยังไม่ออก
ถามว่าทำไมถึงช้า
หลายครั้ง เราเองก็ยังไม่รู้คำตอบ
แต่ต้องหาคำตอบให้เร็วที่สุด
เพราะทุกอย่างคือ “ทันที”
2. ทุกอย่างต้องเร็ว แต่ต้องถูกต้องเสมอ
งานขาเข้าเป็นงานที่ แก้ไม่ได้ถ้าพลาด
เอกสารผิดนิดเดียว
ของอาจติดด่านแบบไม่รู้กำหนด
MAWB ไม่ตรง
Invoice ผิด
น้ำหนักไม่ตรงกับระบบ
หรือแม้แต่ข้อมูลสะกดผิดแค่ตัวเดียว
ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ทันที
ความกดดันของ CS ไม่ได้มาจากความยาก
แต่มาจาก “ความห้ามพลาด”
3. ลูกค้าไม่ได้รอเอกสาร… ลูกค้ารอความสบายใจ
หลายครั้งที่เราต้องโทรแจ้งลูกค้า
ทั้งที่รู้ว่าเขาคงไม่พอใจ
แต่ CS รู้ดีว่า
บางทีลูกค้าไม่ได้อยากได้คำตอบสวยงาม
เขาแค่อยากรู้ว่า
“ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น”
และ “จะทำยังไงต่อดี”
เราจึงต้องเป็นทั้งผู้ประสานงาน
และเป็นเหมือนที่พิงใจในบางวัน
4. เคสจริง คือห้องเรียนที่แท้จริง
ไม่มีหนังสือเล่มไหนสอนงานนี้ได้
เท่ากับเคสที่เจอทุกวัน
ของติด
ไฟลต์เลื่อน
เอกสารถูกดึงตรวจ
คลังคนเยอะ
ลูกค้าต้องใช้ของด่วนที่สุด
เราค่อย ๆ เรียนรู้ว่า
ควรรีบแจ้งตอนไหน
ต้องตามใครก่อน
และต้องใช้คำพูดแบบไหน
เพื่อไม่ให้สถานการณ์แย่ลง
ประสบการณ์หลายปี
ทำให้เรารู้ว่า บางอย่างต้อง “มองให้ขาด”
ก่อนที่เรื่องจะลุกลาม
5. ไม่มีคำว่าเลิกคิดหลังเลิกงาน
สำหรับคนอื่น เวลาเลิกงานคือจบ
แต่สำหรับ CS
บางเคสยังต้องลุ้นต่อ
บางไฟลต์ยังดีเลย์
บางคลังยังทำของไม่เสร็จ
บางลูกค้าต้องการอัปเดตด่วน
งานนี้ไม่ได้เอาแค่เวลา
แต่มักเอา “หัวใจ” ไปด้วย
6. แต่สิ่งที่ได้กลับมา… คือทักษะชีวิตที่หาไม่ได้จากงานอื่น
สิบปีในงานขาเข้าทางอากาศ
สอนให้ฉันรู้ว่า
• เร็วแค่ไหนก็ต้องแม่น
• กดดันแค่ไหนก็ต้องนิ่ง
• งานหนักแค่ไหนก็ต้องรับผิดชอบ
• และทุกฝ่ายต้อง “เชื่อใจเรา” ก่อนงานจะขยับได้
โลจิสติกส์ไม่ใช่งานที่ฉันตั้งใจเลือก
แต่มันคือห้องเรียนชีวิตที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ
เบื้องหลังคำว่า “ของถึงแล้วนะคะ”
มีความเหนื่อย ความกดดัน
และความรับผิดชอบของคนทำงานอีกมาก
ที่ไม่มีใครบอก
แต่คนทำงานรู้ดี
บางครั้ง
งานที่เราไม่ได้ตั้งใจเลือก
อาจกลายเป็นงานที่สอนเรามากที่สุดก็ได้
โฆษณา