28 ธ.ค. 2025 เวลา 06:42 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ฝรั่งเศสกำลังจะ ‘ล่มสลาย’ ฉุดยุโรปและสหรัฐฯ จมไปด้วย … จริงหรือ ?

Beyond Wealth Insight 28 ธ.ค. 68
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในช่วงนี้ หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากบนโลกออนไลน์ของไทย คือ *วิกฤตเศรษฐกิจฝรั่งเศส* จนเริ่มมีคำถามตามมาว่านี่คือ ระเบิดเวลาลูกใหญ่ ที่กำลังนับถอยหลังอยู่และจะส่งแรงกระแทกแบบโดมิโนไปถึงเยอรมนี ก่อนลุกลามต่อไปยังสหรัฐอเมริกาได้จริงหรือไม่?
BEYOND WEALTH ชวนมองประเด็นนี้ผ่านเลนส์การเงินและการลงทุนอย่างเป็นระบบ *3 ประเด็น* ว่าข้อเท็จจริงคืออะไร และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังพัฒนาไปสู่ความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk) จริงหรือไม่
*ฝรั่งเศสป่วยจริง แต่ยังไกลคำว่า ‘ล่มสลาย’*
เศรษฐกิจฝรั่งเศสกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง (Structural Issues) ที่สะสมมานาน จาก 3 เรื่อง ได้แก่ (1) ภาระทางการคลังจากระบบบำนาญและรัฐสวัสดิการในสังคมผู้สูงอายุ (2) กฎหมายแรงงานที่มีความเข้มงวดสูงจนบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ และ (3) ระดับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนวินัยการคลังถูกตั้งคำถามมากขึ้น
ความกังวลเหล่านี้สะท้อนผ่านอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ของฝรั่งเศสที่ปรับตัวสูงขึ้นและส่วนต่างผลตอบแทน (Spread) ที่กว้างขึ้นเมื่อเทียบกับพันธบัตรเยอรมนี (Bunds) ซึ่งถือเป็น Safe Haven ของยุโรป
อย่างไรก็ตาม หากมองกันแบบไม่ต้องตีความให้ซับซ้อนเกินไป นี่ยังไม่ใช่สัญญาณของการผิดนัดชำระหนี้ (Default) ในลักษณะเดียวกับประเทศตลาดเกิดใหม่ หรือวิกฤตกรีซในอดีต เพราะฝรั่งเศสคือหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจหลักของยูโรโซน หนี้ส่วนใหญ่อยู่ในสกุลเงินยูโร และยังมีธนาคารกลางยุโรป (ECB) ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยสุดท้ายสำคัญ
ดังนั้น ความเป็นไปได้ที่ฝรั่งเศสจะต้องเข้าสู่โครงการช่วยเหลือจาก IMF จึงแทบไม่มีในทางปฏิบัติ
*ภาคธนาคารฝรั่งเศสมีโครงสร้างการเงินแข็งแกร่ง*
อีกประเด็นที่ถูกหยิบมาพูดจนหลายคนกังวล คือความเสี่ยงเรื่อง Bank Run หรือปัญหาสภาพคล่องของธนาคารฝรั่งเศส แต่ถ้ามองผ่านกรอบกำกับดูแลอย่าง Basel III จะเห็นว่าภาคธนาคารฝรั่งเศสมีฐานะทางการเงินแข็งแรงกว่าที่หลายคนคาดไว้พอสมควร
ธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (CET1 Ratio) อยู่ในระดับ 16–19% และอัตราส่วนสภาพคล่อง (LCR) ก็ยืนอยู่เหนือระดับ 140% อย่างสม่ำเสมอ เทียบกับนโยบายที่กำหนดให้มี CET1 รวมเงินทุนสำรอง และเกณฑ์ LCR ที่กำหนดให้มีไว้ขั้นต่ำ 7% และ 100%
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ภาคธนาคารมี Buffer หนาและแข็งแกร่งสำหรับรองรับความผันผวนในระบบ และในมุมมองเชิงโครงสร้าง ความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk) ยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้
*No Domino Effect*
เยอรมนีและสหรัฐฯ มีความเสี่ยงและวิธีรับมือเฉพาะตัว
แนวคิดที่ว่าฝรั่งเศสจะกลายเป็นต้นเหตุลากเศรษฐกิจโลกพังไปพร้อมกัน อาจเป็นการสรุปภาพที่เร็วเกินไป หากแยกดูเป็นรายประเทศ จะเห็นว่าความเสี่ยงและแนวทางรับมือของแต่ละประเทศมีลักษณะเฉพาะตัว
สำหรับ เยอรมนี แม้เศรษฐกิจจะเผชิญภาวะชะงักงันเชิงโครงสร้าง (Structural Stagnation) จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและการพึ่งพาภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมเป็นหลัก แต่สิ่งที่แตกต่างจากอดีตคือ ท่าทีเชิงนโยบายเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
เยอรมนีกำลังเปิดพื้นที่ทางการคลังมากขึ้น ผ่านการผ่อนคลายกรอบวินัยการคลังและการขยายเพดานหนี้ เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนผ่านพลังงาน และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว กล่าวอีกนัยหนึ่ง เยอรมนีอาจไม่ได้อยู่ในโหมด “รัดเข็มขัด” เหมือนเดิม แต่กำลังพยายามใช้ภาคการคลังเป็นเครื่องมือประคองการเติบโต
ขณะที่ฝั่งสหรัฐอเมริกา ความเสี่ยงหลักยังคงกระจุกตัวอยู่ในภาค Commercial Real Estate (CRE) และ Maturity Wall ของหนี้ที่จะครบกำหนดในช่วงปี 2026–2027 ภายใต้สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อ Regional Banks และตลาด Private Credit ในบางส่วน
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีปัจจัยพยุงสำคัญที่แตกต่างจากรอบก่อนหน้า โดยเฉพาะวัฏจักรการลงทุนด้าน AI และ Digital Infrastructure ที่กำลังเดินหน้าอย่างจริงจัง ทั้งในภาคเทคโนโลยี Data Center พลังงาน และระบบคลาวด์ ซึ่งช่วยสร้างกระแสเงินลงทุนใหม่และดูดซับแรงกระแทกจากภาคอสังหาริมทรัพย์บางส่วนได้ในระดับหนึ่ง
เมื่อรวมกับขนาดของระบบการเงิน เครื่องมือเชิงนโยบายของภาครัฐ และความยืดหยุ่นของตลาดแรงงานและภาคธุรกิจ ความเสี่ยงในสหรัฐฯ จึงมีแนวโน้มถูกจำกัดวงอยู่ในบางภาคส่วน มากกว่าจะลุกลามเป็นวิกฤตการเงินทั้งระบบในลักษณะเดียวกับปี 2008
----
*มุมมอง Beyond Wealth*
----
สิ่งที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ ไม่ใช่จุดจบของระบบเศรษฐกิจโลก (Collapse) แต่เป็นช่วง “Painful Transition” หรือการเปลี่ยนผ่านที่หลีกเลี่ยงความเจ็บปวดไม่ได้ สู่ยุคที่ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นและอัตราการเติบโตชะลอลง ฝรั่งเศสอาจเปรียบเสมือนเรือใหญ่ที่ต้องฝ่าพายุและซ่อมแซมรอยรั่วไปพร้อมกัน แต่โดยโครงสร้างแล้วยังแข็งแรงพอที่จะไม่พังลงแบบฉับพลัน
สำหรับนักลงทุน นี่จึงไม่ใช่ช่วงเวลาของความตื่นตระหนก แต่เป็นช่วงที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการจัดพอร์ต มองหาโอกาสแบบ Selective Buy และทำ Asset Allocation กระจายการลงทุนให้เหมาะสม เพราะในหลายครั้ง โอกาสที่ดีมักซ่อนอยู่ในช่วงเวลาที่ตลาดเต็มไปด้วยความกลัวเสมอ
#BeyondWealth #ฝรั่งเศสล่มสลายจริงไหม
โฆษณา