29 ธ.ค. 2025 เวลา 01:30 • อาหาร

เกิดเป็นสุนัข 7 ชาติ

" เกิดเป็นหมา 7 ชาติ "
" ณ เมืองหางโจวอันรุ่งเรือง มีคหบดีนามว่า "เศรษฐีเล้ง" ผู้มีชีวิตจมอยู่กับกองเงินกองทองและรสนิยมการกินที่โหดร้าย ทุกมื้อของเขาต้องแลกมาด้วยชีวิตสัตว์น้อยใหญ่ โดยเฉพาะเนื้อสุนัขดำตุ๋นยาจีนที่เขาเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ แม้เข้าสู่เทศกาลกินเจที่ผู้คนต่างนุ่งขาวห่มขาวละเว้นเนื้อสัตว์ แต่เศรษฐีเล้งกลับหัวเราะเยาะและสั่งฆ่าสุนัขมาทำฉลองมื้อค่ำอย่างไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม
ในคืนนั้นเอง ขณะที่เขากำลังเคี้ยวเนื้อคำโต ดวงตาของสุนัขที่เพิ่งถูกฆ่าก็ผุดขึ้นมาในมโนภาพพร้อมกับเสียงกระซิบอันเยือกเย็นว่า "เจ้ากินข้าหนึ่งคำ ข้าจะตามจองเวรเจ้าไปเจ็ดชาติ" ทันใดนั้นเศษเนื้อกลับติดคอ เศรษฐีเล้งดิ้นทุรนทุรายจนขาดใจตายไปท่ามกลางโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยคาวเลือด
วิญญาณของเขาไม่ได้ไปสู่สวรรค์ แต่กลับถูกเหวี่ยงลงสู่กงล้อแห่งกรรม เขาเวียนว่ายตายเกิดเป็นสุนัขซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงหกชาติ บ้างก็ถูกเลี้ยงมาเพื่อถูกฆ่ากินเหมือนที่เขาเคยทำ บ้างก็เป็นหมาจรจัดที่ถูกราดด้วยน้ำร้อนและถูกทุบตีจนตาย ความทุกข์ทรมานในแต่ละชาตินั้นยาวนานราวกับนรกที่ไม่มีวันสิ้นสุด จนกระทั่งมาถึง "ชาติที่เจ็ด" เขาเกิดเป็นสุนัขขี้เรื้อนผอมโซซุกตัวอยู่ใต้ถุนศาลเจ้าในวันเริ่มเทศกาลกินเจ
ในขณะที่ลมหายใจสุดท้ายกำลังจะหมดลง เขาเห็นชาวบ้านพากันนำอาหารเจมาวางไว้ให้ด้วยความเมตตา ทันใดนั้นนักพรตชราท่านหนึ่งได้เดินมาหยุดตรงหน้าและลูบหัวเขาเบาๆ พร้อมกับกล่าวสัจธรรมออกมาว่า "สรรพสัตว์ล้วนเคยเป็นบิดามารดาและพี่น้องกันในอดีตชาติ ร่างกายนี้เป็นเพียงคุกที่ขังจิตวิญญาณไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความพยาบาท การกินเนื้อเขาคือการกินเนื้อญาติ การฆ่าเขาคือการฆ่าตัวเองในอนาคต"
สุนัขเฒ่าหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความสำนึกผิด จิตที่เคยเต็มไปด้วยความอาฆาตและกิเลสกลับสว่างไสวด้วยความเข้าใจในกฎแห่งกรรม เขาตระหนักได้ว่าการละเว้นเนื้อสัตว์ในเทศกาลเจนี้ ไม่ใช่เพียงการรักษาสุขภาพหรือประเพณี แต่คือการปลดปล่อยตนเองออกจากวงจรแห่งการเบียดเบียน เมื่อจิตสุดท้ายละวางจากเวรภัย วิญญาณของเขาก็หลุดพ้นจากกายสุนัขที่จองจำมาเจ็ดชาติ สู่ความสงบอันเป็นนิรันดร์ทิ้งไว้เพียงคติสอนใจให้คนรุ่นหลังได้ระลึกว่า ความเมตตาเพียงชั่วขณะจิตสามารถตัดรอนกรรมที่สะสมมานับพันปีได้ "
โฆษณา