7 ม.ค. เวลา 02:00 • การศึกษา
สาระ หรือ สาหร่าย By Charifkub

Google Scholar คืออะไร เลิกเสียเวลากับข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ เริ่มต้นทำรายงานอย่างถูกวิธี

โดย
ในยุคที่ข้อมูลมีอยู่มหาศาลบนโลกอินเทอร์เน็ต การจะควานหาบทความวิจัย วิทยานิพนธ์ หรือหนังสือทางวิชาการที่ "ลึก" และ "เชื่อถือได้" มักเป็นเรื่องยากสำหรับนักศึกษา และ นักวิจัย หลายครั้งการค้นหาผ่าน Google ปกติมักจะเจอแต่เนื้อหาพื้นฐานที่ไม่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการ
Google Scholar จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ เปรียบเสมือน "เสิร์ชเอนจินฉบับอัปเกรด" ที่ออกแบบมาเพื่อขุดเจาะสิ่งตีพิมพ์ทางวิชาการจากทั่วโลก นำเสนอโลกความรู้ที่ผ่านการกลั่นกรองจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีประโยชน์ตั้งแต่นักศึกษาที่ต้องการทำรายงานคุณภาพ ไปจนถึงนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
  • ​Google Scholar คืออะไร?
Google Scholar เป็นบริการค้นหาฟรีจาก Google ที่จัดทำดัชนีผลงานทางวิชาการจากหลากหลายแหล่งทั่วโลก จุดเด่นคือการเน้นรวบรวมข้อมูลที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ (Peer-reviewed) เป็นหลัก
💡 Google Scholar ทำหน้าที่เป็น "สะพาน" เชื่อมคุณเข้ากับคลังความรู้ระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นวารสารวิชาการ งานประชุมระดับนานาชาติ วิทยานิพนธ์ กฎหมาย หรือ แม้แต่สิทธิบัตร ช่วยให้การสืบค้นวรรณกรรม (Literature Review) ที่เคยยุ่งยาก กลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้เพียงปลายนิ้ว
  • ​ทำงานอย่างไร?
1) คัดกรองจากแหล่งวิชาการเฉพาะ
ระบบจะรวบรวมข้อมูลจากสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยชื่อดัง (เช่น Oxford, Cambridge), สมาคมวิชาการ และ คลังวิทยานิพนธ์ทั่วโลก
2) จัดอันดับด้วยคุณภาพ
ผลการค้นหาจะไม่ได้เรียงตามความนิยมเพียงอย่างเดียว แต่ดูจากความเกี่ยวข้อง ชื่อผู้เขียน จำนวนครั้งที่ถูกนำไปอ้างอิง (Citation Count) และ ความน่าเชื่อถือของวารสารนั้นๆ
3) แสดงข้อมูลเชิงลึก
ในแต่ละผลการค้นหา คุณจะเห็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น จำนวนครั้งที่งานชิ้นนี้ถูกอ้างอิง, ลิงก์ไปยังบทความที่เกี่ยวข้องกัน และ ลิงก์สำหรับดาวน์โหลดไฟล์ PDF ฉบับเต็ม (หากผู้เขียนเผยแพร่ฟรี)
  • ​ประโยชน์ของ Google Scholar
✅️ เข้าถึงแหล่งข้อมูลพรีเมียมได้ฟรี
เป็นจุดเริ่มต้นการค้นคว้าที่มีคุณภาพโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
✅️ ใช้งานง่ายและคุ้นเคย หน้าตาเหมือน Google ปกติ ทำให้ใครก็เริ่มต้นใช้งานได้ทันที
✅️ ติดตามวิวัฒนาการของความรู้
ฟีเจอร์ "Cited by" (อ้างอิงโดย) ช่วยให้เห็นว่าหลังจากงานวิจัยชิ้นนั้นตีพิมพ์ออกมา มีงานใหม่ๆ พัฒนาต่อยอดไปอย่างไรบ้าง
✅️ สร้างบรรณานุกรมอัตโนมัติ
มีฟีเจอร์ "Cite" (อ้างอิง) ให้คุณกดคัดลอกรูปแบบการอ้างอิงมาตรฐาน เช่น APA หรือ MLA ไปใส่ในรายงานได้ทันที
✅️ แจ้งเตือนงานวิจัยใหม่ สามารถตั้งค่า "Alerts" เพื่อรับอีเมลเมื่อมีงานวิจัยใหม่ๆ ในหัวข้อที่คุณสนใจถูกตีพิมพ์ออกไป
  • ​เปรียบเทียบ Google Scholar กับ Google ทั่วไป
🕵 ในด้านขอบเขตการค้นหา
Google ทั่วไปจะเน้นหน้าเว็บ ข่าว และ เนื้อหาทั่วไปในอินเทอร์เน็ต แต่ Google Scholar จะเจาะจงเฉพาะบทความวิจัย วิทยานิพนธ์ และ เอกสารทางวิชาการเท่านั้น
🧑‍💻 ในด้านความน่าเชื่อถือ
ข้อมูลจาก Google Scholar ส่วนใหญ่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ (Peer-reviewed) ในขณะที่ Google ทั่วไปอาจมีข้อมูลจาก Blog หรือ ความคิดเห็นส่วนตัวปะปนอยู่มาก
💁 ในด้านเครื่องมือช่วยเหลือนักศึกษา
Google Scholar มีระบบช่วยสร้างบรรณานุกรมอัตโนมัติและ นับจำนวนการถูกอ้างอิง ซึ่งใน Google ทั่วไปไม่มีฟีเจอร์นี้รองรับ
  • ​สามารถใช้งานจริงได้ไหม?
คำตอบคือ "ใช้ได้จริง และ เป็นเครื่องมือบังคับสำหรับแวดวงการศึกษา"
○ นักศึกษา
ใช้หาข้อมูลทำรายงาน และ วิทยานิพนธ์
○ อาจารย์และนักวิจัย
ใช้สำรวจความก้าวหน้าในสาขาที่ตัวเองสอน หรือ วิจัยอยู่
○ ผู้ปฏิบัติวิชาชีพ
เช่น แพทย์หรือวิศวกร ที่ต้องอัปเดตความรู้จากวารสารวิชาการล่าสุด
😨 ข้อควรระวัง
Google Scholar อาจไม่รวมวารสารทุกฉบับในโลก และ บางบทความคุณอาจเข้าถึงได้แค่ "บทคัดย่อ" (Abstract) หากต้องการอ่านฉบับเต็มอาจต้องเข้าถึงผ่านเครือข่ายของมหาวิทยาลัย หรือ ชำระเงินตามเงื่อนไขของสำนักพิมพ์นั้นๆ
  • ​สำหรับคนที่สนใจ 👇
Credit :
👇
  • ​https://library.gordon.edu/google-scholar
  • ​https://ketchum.libguides.com/google_scholar
  • ​https://guides.nyu.edu/google/scholar
โฆษณา