Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ไพบูลย์ สถาปนาวิสุทธิ์
•
ติดตาม
1 ม.ค. เวลา 20:38 • การเมือง
ยุทธศาสตร์คืออะไร
1. ยุทธศาสตร์ตามความหมายโดยพยัชญชนะคือ ศาสตร์แห่งสงคราม ความหมายโดยอรรถตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า Stretegy
2. ศาสตร์ในวิชายุทธศาสตร์ แตกต่างกับสาสตร์ในวิชาอื่นๆ เช่น วิชาประวัติศาสตร์ วิชาเศรษฐศาสตร์ วิชารัฐสาสตร์ ฯลฯ เพราะศาสตร์ในวิชาอื่น ๆ เป็นวิทยาศาสตร์ Science แต่ศาสตร์ในวิชายุทธศาสตร์เป็นศิลปศาสตร์ (Art)
และคำว่า Strategy แปลความหมายในภาษาอังกฤษว่า Art of Wer (Concise Oxford Dictionary) ซึ่งแปลเป็นไทยว่าศิลปศาสตร์แห่งสงคราม ฉะนั้นคำว่ายุทธศาสตร์จึง หมายถึง ศิลปศาสตร์แห่งสงคราม ไม่ใช่วิทยาศาสตร์แห่งสงคราม
3. ศิลปศาสตร์นั้นแตกต่างกับวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์หมายถึงความรู้ กฎเกณฑ์ของสรรพสิ่งหรือปรากฏการณ์ตามความเป็นจริง ศิลปศาสตร์หมายถึงความรู้ กฏเกณฑ์ของสรรพสิ่งหรือปรากฏการณ์ แล้วนำมาประยุกต์กับสภาพความเป็นจริง กำหนดเป็นมาตรการ
หรือวิธีการ เพื่อใช้แก้ปัญหาให้ได้ผลตามที่ต้องการ ฉะนั้นศิลปศาสตร์จึงเหนือกว่าวิทยาศาสตร์คือวิทยาศาสตร์เป็นความรู้ขั้นทฤษฎีหรือขั้นปฏิบัติอย่าวงธรรมดา แต่ศิลปศาสตร์เป็นความรู้ขั้นประยุกต์และปฏิบัติอย่างเชี่ยวชาญ
ในสมัยโบราณที่เรียกว่าศิลปศาสตร์ 18 ประการนั้น ไม่ใช่ความรู้ชั้นธรรมดาหรือเพียงทฤษฎีแต่หมายถึงความรู้ขั้นประยุกต์และปฏิบัติอย่างเชี่ยวชาญศิลปศาสตร์ 18 ประการ นั้นเป็น Art ไม่เพียงแต่เป็น Science
4. เหตุที่ยุทธศาสตร์ต้องเป็นศิลปศาสตร์ และไม่เพียงแต่เป็นวิทยาศาสตร์นั้น ก็เพราะการทำสงครามเป็นกิจกรรมทำลายชีวิตมนุษย์ ทำลายอำนาจรัฐ และทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งแตกต่างกับกิจกรรมอื่นไ เช่น การปกครอง การเศรษฐกิจ การอุตสาหกรรม การค้า วัฒนธรรม ฯลฯ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการทำลายร้ายแรงดังกล่าว ฉะนั้นผู้ทำสงครามจึงต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่าผู้ทำกิจกรรมอย่างอื่น
คือจะต้องมีความรับผิดชอบสูงสุด เพื่อป้องกันมิให้ฝ่ายตนถูกทำลายและเพื่อสามารถทำลายฝ่ายข้าศึกลงได้ และการที่ผู้ทำสงครามจะปฏิบัติความรับผิดชอบเช่นนั้นได้ จำเป็นต้องมีความรู้ในการทำสงครามถึงขั้นปฏิบัติอย่างเชี่ยวชาญ ถ้ามีความรู้อย่างธรรมดาๆ ก็ไม่สามารถจะปฏิบัติความรับผิดชอบอย่างสูงสุดได้ ฉะนั้นยุทธศาสตร์จึงต้องเป็นศิลปศาสตร์ และไม่เพียงแต่เป็นวิทยาศาสตร์
ฉะนั้นความรู้เกี่ยวกับสงคราม จึงมี 2 ชนิด คือความรู้ที่เรียนในโรงเรียนทหารที่เรียกว่าวิชาทหาร นั้นเป็นวิทยาศาสตร์การทหาร (Military Seience) คสามรู้วิชาทหารที่นำมาประยุกต์และปฏิบัติอย่างเชี่ยวชาญ เป็นศิลปศาสตร์การทหาร (Military Art)
ดังนั้นผู้เรียนสำเร็จวิชาทหารจากโรงเรียนทหาร จึงเป็นวิทยาศาตร์การทหาร (Military Scientist) เช่นเดียวกับผู้เรียนสำเร็จวิชาอื่น เช่น วิชารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเป็นนักวิทยาศาสตร์การเมือง (Political Scientist) และนักวิทยาศาสตร์การทหารที่ทำสงครามอย่างเชี่ยวชาญ เป็นนักยุทธศาสตร์
5. นักวิทยาศาตร์การทหาร ไม่จำเป็นต้องสำเร็จวิชาทหารจากโรงเรียนทหาร เขาอาจศึกษาวิชาทหารจากนอกโรงเรียน เช่นเดียวกับนักวิทยาศาตร์อย่างอื่น ไม่จำเป็นต้องสำเร็จมหาวิทยาลัยเสมอไป แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ ไม่มีใครสามารถเป็นนักยุทธศาสตร์ได้ด้วย เพียงแต่เรียนวิชาทหารจาโรงเรียนทหารผู้สำเร็จวิชาทหารจากโรงเรียนทหารมีจำนวนมาก แต่ได้เป็นนักยุทธศาสตร์เพียงไม่กี่คน และนักยุทธศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนไม่เคยเข้าโรงเรียนทหาร
สงครามเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม (Social Phenomina) อย่างหนึ่ง จึงเป็นสิ่งมีกฏเกณฑ์ที่สามารถศึกษาค้นคว้าให้รู้ได้ แต่การที่จะรู้กฏเกณฑ์ของปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ก็ต้องรู้สถานการณ์ทั้งหมดของปรากฏการณ์นั้น ไม่สามารถจะรู้กฏเกณฑ์จากการรู้แต่เพียงเฉพาะส่วนได้
6. หน้าที่ของการศึกษายุทธศาสตร์ คือศึกษาค้นคว้าให้รู้กฏเกณฑ์ของสงคราม ฉะนั้นผู้ศึกษายุทธศาสตร์จึงต้องรู้สถานการณ์สงครามทั้งหมด (Whole war situation) คือรู้ ทุกด้าน ทุกแง่มุม และทุกขั้นทุกตอนของสถานการณ์สงคราม ระหว่างฝ่ายข้าศึกกับฝ่ายตน เพื่อนำเอากฏเกณฑ์เหล่านั้นมาประยุกต์และดำเนินการปฏิบัติให้ชนะสงคราม
ฉะนั้น ยุทธศาสตร์จึงหมายถึงความรู้สถานการณ์สงครามทั้งหมด และนำมาประยุกต์และปฏิบัติอย่างเชี่ยวชาญ พูดย่อๆ ว่ารู้เขารู้เรา อย่างที่พูดติดปากกันอยู่แล้วนั่นเอง
ความรู้สถานการณ์สงครามเฉพาะส่วน (Partial war situation) เป็นความรู้ในขอบเขตของการรบ (Campaign) และยุทธวิธี (Tactics) ไม่ใช่ในขอบเขตของยุทธศาสตร์
ยุทธศาสตร์เป็นปัจจัยข้อแรกที่สุด และสำคัญที่สุดในการตัดสินผลสงครามโดยทั่วไป ฝ่ายใดมียุทธศาสตร์เหนือกว่า ก่อนอื่น รู้เขารู้เรามากกว่า ก็ชนะสงคราม ฝ่ายใดมียุทธศาสตร์ด้อยกว่า ก่อนอื่นรู้เขารู้เราน้อยกว่า หรือรู้งู ๆ ปลา ๆ หรือรู้ผิด ๆ ก็แพ้สงครามอย่างสหรัฐพ่ายแพ้ในอินโดจีน นั่นแหละ
7. สถานการณ์สงครามทั้งหมด เป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะมองเห็นได้ด้วยตา จึงไม่สามารถจะรู้ได้เพียงจากการข่าว แต่จะรู้ได้ด้วยการทุ่มเทพลังแห่งการคิดบนพื้นฐานของการศึกษาอย่างหนัก คนขี้เกียจศึกษาหรือขึ้เกียจคิด ไม่ว่าฝ่ายเขาหรือฝ่ายเรา ไม่มีทางที่จะรู้ยุทธสาสตร์
ถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้นำประเทศ, ผู้นำทางการเมือง และนักวิชาการทั้งหลาย และเพื่อนกรรมกรทั้งหลายให้เข้าใจความหมายของมันที่แท้จริงอย่างถูกต้อง เพราะมีการใช้คำว่า ยุทธศาสตร์ โดยไม่เข้าใจว่า ยุทธศาสตร์ คืออะไร
ผู้แทนกรรมกรไทย
30 กรกฏาคม 2558
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย