2 ม.ค. เวลา 00:10 • นิยาย เรื่องสั้น

คืนเดือนดับที่โคกผีปู่: เกมมรณะยันต์สั่งตาย

หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่กุฏิท้ายป่าช้า จ่อยเริ่มกลับมาใช้ชีวิตเด็กวัดและเด็กบ้านนอกตามปกติ ความหวาดกลัวเริ่มจางหายไปตามกาลเวลา เหลือทิ้งไว้เพียงความระแวดระวังตัวที่มากขึ้นนิดหน่อย
บ่ายวันเสาร์ที่แดดร้อนเปรี้ยง จ่อยได้รับอนุญาตจากหลวงพ่อให้กลับไปเยี่ยมบ้าน เขาถือโอกาสแวะไปเดินเล่นที่ตลาดนัดในตัวอำเภอเพื่อหาซื้อของกินและดูของเล่นแก้เบื่อ
ในมุมอับที่สุดของตลาด ที่ซึ่งผู้คนไม่ค่อยเดินพลุกพล่าน จ่อยสะดุดตากับแผงขายแผ่นเกมเก่าๆ ร้านหนึ่ง มันดูทรุดโทรม เต็มไปด้วยฝุ่น และมีคนขายเป็นชายแก่หลังค่อม ท่าทางไม่น่าคบหา นั่งตาปรืออยู่หลังเคาน์เตอร์
จ่อยคุ้ยกระบะแผ่นเกมลดราคาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมือของเขาไปสัมผัสกับแผ่นเกมแผ่นหนึ่งที่ให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกผิดปกติ
มันเป็นกล่องซีดีเปล่าๆ ไม่มีปก ไม่มีชื่อเกม มีเพียงแผ่นดิสก์สีดำสนิทอยู่ข้างใน แต่สิ่งที่ทำให้จ่อยต้องขมวดคิ้วคือ บนแผ่นดิสก์นั้น มีผ้ายันต์สีแดงผืนเล็กๆ เก่าคร่ำครึ เขียนด้วยอักขระขอมโบราณด้วยหมึกสีทอง แปะทับรูตรงกลางแผ่นเอาไว้
"ลุงครับ... แผ่นนี้เกมอะไรครับ? ทำไมมียันต์แปะด้วย?" จ่อยถามด้วยความสงสัยปนขบขัน คิดว่าคงเป็นกิมมิคของเกมแนวสยองขวัญ
ชายแก่เจ้าของร้านค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา ดวงตาขุ่นมัวจ้องมองจ่อยนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูไม้
"นั่นไม่ใช่เกมสำหรับคนทั่วไปหรอกไอ้หนู... มันคือ 'เกมผีบอก' มันมีเจ้าของ..."
จ่อยหัวเราะหึๆ "โธ่ลุง ยุคนี้แล้วยังมีเกมผีบอกอีกเหรอครับ แล้วเล่นยังไงล่ะเนี่ย ต้องสวดมนต์ก่อนเปิดเครื่องหรือเปล่า?"
ชายแก่ไม่ขำด้วย แกยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเสียงเย็น "ถ้าเอ็งอยากลองดี... ให้เอากลับไป รอจนถึงเที่ยงคืน จุดธูปสามดอกปักไว้หน้าเครื่องเกม แล้วค่อยเปิดเล่น... จำไว้ ถ้าไม่ทำตาม มันจะไม่ยอมให้เอ็งเล่น แต่ถ้าเอ็งทำตาม... มันอาจจะไม่ยอมให้เอ็งเลิก"
คำขู่ของชายแก่ฟังดูน่ากลัว แต่สำหรับวัยรุ่นอย่างจ่อยที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์เจอผีตัวเป็นๆ มาแล้ว เขากลับมองว่ามันเป็นเรื่องตลกที่คนแก่อำเด็กเล่น
"โอเคๆ ลุง ผมซื้อ เท่าไหร่เนี่ย ห้าสิบบาทขาดตัวนะ" จ่อยต่อรองแล้วจ่ายเงิน คว้าแผ่นเกมใส่กระเป๋า เดินผิวปากออกจากร้านไป โดยไม่ได้หันกลับไปมองสายตาที่น่าสะพรึงกลัวของชายแก่ที่มองตามหลังมา
คืนนั้น เวลา 23:55 น.
จ่อยนั่งอยู่ในห้องนอนที่บ้าน พ่อแม่และพี่จิ๊บหลับกันหมดแล้ว เขามองนาฬิกาปลุกบนหัวเตียง สลับกับแผ่นเกมสีดำที่วางอยู่ข้างเครื่องเล่นเกมรุ่นเก่า ความอยากรู้อยากเห็นเริ่มทำงานผสมปนเปกับความประมาท
"จุดธูปสามดอกตอนเที่ยงคืนเหรอ... ไร้สาระชะมัด" จ่อยบ่นพึมพำ แต่เขาก็ยังอุตส่าห์ไปหยิบธูปจากหิ้งพระมาสามดอกจนได้
เมื่อเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาเที่ยงคืนตรง บรรยากาศรอบบ้านดูเงียบสงัดลงอย่างประหลาด จ่อยจุดธูปสามดอก ปักลงในกระถางต้นไม้เล็กๆ ข้างทีวี ควันธูปสีขาวขุ่นลอยฟุ้ง กลิ่นของมันไม่เหมือนธูปหอมทั่วไป แต่มันเหม็นฉุนเหมือนกลิ่นผมไหม้
ด้วยใจที่เริ่มเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย จ่อยกดปุ่มเปิดเครื่องแล้วใส่แผ่นเกมเข้าไป
หน้าจอทีวีกะพริบเป็นสีขาวดำซ่าๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปรากฏข้อความสีแดงเลือดบนพื้นหลังสีดำสนิทว่า
"มึงพร้อมจะเล่นกับกูหรือยัง?"
ไม่มีเมนู ไม่มีตัวเลือก มีเพียงบรรทัดเดียว จ่อยกลืนน้ำลายดังเอือก กดปุ่ม 'Start' บนจอยสติ๊ก
เกมเริ่มต้นขึ้น มันเป็นเกมมุมมองบุคคลที่หนึ่ง กราฟิกดูหยาบๆ เหมือนเกมยุคเก่า ฉากในเกมคือทางเดินดินลูกรังมืดๆ สองข้างทางเป็นป่ารกทึบ... มันดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาด
"เฮ้ย... นี่มันทางเข้าหมู่บ้านเรานี่หว่า" จ่อยอุทานเบาๆ
ตัวละครในเกมถือไฟฉายที่ส่องไฟได้แค่ระยะสั้นๆ จ่อยบังคับให้เดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าในเกมดัง กรอบ... แกรบ... สมจริงจนน่าขนลุก
ยิ่งเดินลึกเข้าไป ฉากในเกมก็ยิ่งคุ้นตามากขึ้น มันคือเส้นทางไปวัดป่าที่เขาเพิ่งสึกออกมา และจุดหมายปลายทางข้างหน้า... คือป่าช้าเก่าและกองฟอน
จ่อยเริ่มรู้สึกไม่ดี เหงื่อเย็นๆ ซึมออกมาตามฝ่ามือ กลิ่นธูปที่เหม็นฉุนเริ่มรุนแรงขึ้นจนแสบจมูก
ในเกม ตัวละครเดินมาหยุดอยู่ที่หน้ากองฟอนเผาศพ... ที่เดียวกับที่เขาเจอดีเมื่อตอนบวชเณร บนกองฟอนในเกม มีร่างสีดำร่างหนึ่งนั่งหันหลังให้อยู่
ตึก!
เสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างตกกระแทกพื้นดังมาจากนอกห้องนอนของจ่อย
จ่อยสะดุ้งโหยง ละสายตาจากจอทีวีไปมองที่ประตูห้องนอน... ไม่มีอะไร
เขากันกลับมาที่หน้าจอ... ร่างสีดำบนกองฟอนในเกม... มันหันหน้ามาแล้ว!
มันคือร่างเดียวกับที่เขาเคยเจอ! ตัวดำเมี่ยม ตาสีแดงก่ำ แต่มันไม่ได้อยู่ในรูปแบบกราฟิกหยาบๆ อีกต่อไป มันดูสมจริงราวกับภาพถ่าย และดวงตาสีแดงคู่นั้น กำลังจ้องมองทะลุจอทีวีออกมา... จ้องมาที่จ่อย!
"กู... บอก... แล้ว... ว่า... อย่า... ลอง... ดี..."
เสียงแหบพร่าดังออกมาจากลำโพงทีวี มันไม่ใช่ซาวด์เอฟเฟกต์ของเกม แต่มันคือเสียงของไอ้สิ่งนั้น!
จ่อยกรีดร้องลั่น พยายามกดปุ่มปิดเครื่อง แต่ปุ่มกดไม่ทำงาน! เขากระชากสายไฟทีวีออก... แต่ทีวียังคงเปิดอยู่! ภาพร่างสีดำนั้นค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มเดินตรงเข้ามาที่หน้าจอ
ธูปสามดอกที่ปักไว้ จู่ๆ ก็ลุกไหม้พรึ่บขึ้นมาพร้อมกันอย่างรุนแรง ควันสีดำโขมงพุ่งออกมาปกคลุมทั่วห้อง
"ไม่เอาแล้ว! กูไม่อยากเล่นแล้ว!" จ่อยสติแตก พยายามแงะแผ่นเกมออกจากเครื่อง แต่ฝาเครื่องเปิดไม่ออกเหมือนถูกล็อกตาย
ในจอทีวี ร่างสีดำนั้นเดินมาจนชิดติดหน้าจอ มือสีดำยาวเหยียดของมันค่อยๆ เอื้อมทะลุจอแก้วออกมา... มันเป็นของจริง! ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วห้อง
จ่อยผวาถอยหลังไปชนโต๊ะเครื่องแป้ง สายตาเหลือบไปเห็นไฟแช็กที่วางอยู่
"เผา... ต้องเผามัน!" ความคิดเดียวที่แล่นเข้ามาในหัว
จ่อยคว้าไฟแช็ก ตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด เขาวิ่งเข้าไปที่เครื่องเกม จุดไฟแช็กลนไปที่ตัวเครื่องพลาสติกตรงส่วนที่ใส่แผ่น
กลิ่นพลาสติกไหม้เหม็นคลุ้งผสมกับกลิ่นควันธูป เปลวไฟลุกไหม้ตัวเครื่องอย่างรวดเร็ว ลามเข้าไปถึงแผ่นเกมด้านใน
"อ๊ากกกกกกกกก!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นออกมาจากทีวี มือสีดำที่ยื่นออกมาเริ่มบิดเบี้ยวและมีควันขึ้น ร่างในจอทีวีดิ้นทุรนทุรายเมื่อเปลวไฟเริ่มเลียเล็มแผ่นดิสก์
จ่อยไม่รอช้า เขากระชากเครื่องเกมที่กำลังไฟลุก วิ่งออกจากห้องนอน ตรงไปที่หลังบ้าน โยนมันลงบนพื้นดิน แล้วรีบตักน้ำในโอ่งสาดใส่จนไฟมอดดับ
เหลือเพียงซากเครื่องเกมที่ละลายกลายเป็นก้อนพลาสติกสีดำส่งกลิ่นเหม็นไหม้ และเศษซากของแผ่นดิสก์ที่บิดเบี้ยว ผ้ายันต์สีแดงที่เคยแปะอยู่ตอนนี้กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
จ่อยทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจตัวสั่นเทาอยู่บนพื้นดินหลังบ้าน เสียงไก่ขันบอกเวลาเช้าตรู่แว่วมาแต่ไกล
เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในเกมนั้นคืออะไร และไม่อยากจะรู้ด้วย เขารู้แค่ว่า คืนนี้เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะความคึกคะนองของตัวเอง
จ่อยมองซากเกมมรณะนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจขุดหลุมฝังมันไว้หลังบ้านให้ลึกที่สุด... หวังว่าคงไม่มีใครโชคร้ายขุดมันขึ้นมา แล้วพยายามจะ "เล่น" มันอีกตลอดกาล.
โฆษณา