2 ม.ค. เวลา 00:15 • ประวัติศาสตร์

ตอนที่ 238 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จในกรม

ในปี พ.ศ. 2322 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค รับพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากนครหลวงเวียงจันทร์ มีบันทึกถึงเรือเสด็จในกรมจำนวน 6 ลำ ได้ตามเสด็จรับพระแก้วมรกตในคราวนี้ด้วย ดังปรากฏใน "หมายรับสั่ง เรื่องโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ เสด็จขึ้นไปรับพระแก้วมรกตที่ท่าเจ้าสนุก จังหวัดสระบุรี จ.ศ. 1141" เอาไว้ว่า
"กราบ ขึ้นไป รับพระแก้ว 1 พระบาง 1 (รวม) 2 ลำ กราบพระที่นั่ง 1 ลำ กราบตามเสด็จในกรม 6 ลำ" (1 : 35)
เมื่อมาดูหลักฐาน จะพบว่าตลอดรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีเสด็จในกรมอยู่จำนวนทั้งสิ้น 9 พระองค์ ได้แก่
1. สมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ (นกเอี้ยง) พระราชชนนีในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 2317 ดังปรากฏใน "พระราชพงศาวดารกรุงสยาม ฉบับบริติชมิวเซียม" เอาไว้ว่า
"หลวงมหาแพทย์มากราบทูลว่า สมเด็จพระพันปีหลวงนิพพานในวันอังคาร ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 9 จุลศักราช 1136 ปีมะเมีย ฉศก เพลา 2 ยาม 8 บาท" (2 : 377)
2. สมเด็จพระน้านาง กรมหลวงทวินทรสุดา (อั๋น/ฮั้น) พระขนิษฐาในสมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ มีพระชนม์ชีพมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ดังปรากฏใน "ลำดับสกุลเก่าบางสกุล ภาค 4 สกุลเชื้อสายพระราชวงศ์กรุงธนบุรี" เอาไว้ว่า
"สมเด็จพระน้านาง พระนามเดิมว่าอั๋น ดำรงพระราชอิศริยยศเป็น กรมหลวงทวินทรสุดา อยู่มาถึงรัชกาลที่ 1 กรุงรัตนโกสินทร ถูกลดพระยศลงเป็นเพียง หม่อมอั๋น" (3 : ก)
3. กรมหลวงบาทบริจาริกา (สอน/ส่อน/เจ้าครอกหอกลาง) พระอัครมเหสีฝ่ายซ้าย ถูกลดฐานันดรศักดิ์ลงเป็นเพียงหม่อมสอน ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ดังปรากฏใน "พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา" เอาไว้ว่า
"ทรงพระกรุณาโปรดให้ปล่อยหม่อมฮั้นหม่อมส่อนหอกลาง ออกจากเวรจำให้พ้นโทษ" (4 : 111)
4. กรมบริจาภักดีศรีจุฬาลักษณ์ (ฉิม) พระอัครมเหสีฝ่ายขวา ปรากฏพระนามครั้งสุดท้ายตอนตั้งพระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) กลับคืนเมืองเมื่อปี พ.ศ. 2319 ดังปรากฏใน "จดหมายเหตุตั้งแต่กรุงเก่าเสียแล้ว เจ้าตากมาตั้งเมืองธนบูรี" เอาไว้ว่า
"โปรดรับสั่งให้เจ้าตาไปเปนเจ้าแผ่นดินเมืองนครศรีธรรมราช ได้รับพระราชโองการเมียรับพระเสาวณี ให้ฝึกลครผู้หญิงเปนเครื่องประดับ มารดาเจ้าเทียบที่กรมบริจาภักดีศรีสุดารักษ์" (5 : 36)
5. กรมขุนอินทรพิทักษ์ พระญาติผู้ใหญ่พระองค์หนึ่ง มีบันถึงถึงงานถวายพระเพลิงพระศพพร้อมกับพระเจ้านราสุริยวงศ์เมื่อปี พ.ศ. 2319 ดังปรากฏใน "หมายรับสั่ง เรื่องการพระราชทานเพลิงพระศพกรมขุนอินทรพิทักษ์ และพระเจ้านราสุริยวงศ์ ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช จ.ศ. 1138" เอาไว้ว่า
"ด้วยพระยาธรมารับสั่งใส่เกล้าฯ สั่งว่า จะได้พระราชทานเพลิงพระศพในกรมขุนอินทรพิทักษ์ พระเจ้านราสุริยวงษ์ ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช ณ วัดบางยี่เรือนอก" (1 : 23)
6. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ (เจ้าฟ้าจุ้ย) พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ ถูกประหารชีวิตเมื่อคราวผลัดแผ่นดินในปี พ.ศ. 2325 ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
"สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้ง 2 พระองค์จึงดำรัสให้เอาตัวนายจุ้ยกรมขุนอินทรพิทักษ์ และขุนชนะพระยาคำแหงสงครามนั้นไปประหารชีวิตเสีย" (4 : 106)
7. พระเจ้าหลานเธอ กรมขุนอนุรักษ์สงคราม (บุญมี/เจ้ารามลักษณ์) ผู้รักษาราชการเมืองเพชรบุรี ถูกประหารชีวิตเมื่อคราวผลัดแผ่นดินในปี พ.ศ. 2325 ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
"จึงมีพระราชดำรัสให้เอาตัวกรมขุนอนุรักษ์สงคราม และพระยาสรรค์หลวงเทพผู้น้อง และขุนนางทั้งสี่ซึ่งคิดกันนั้นให้ประหารชีวิตเสีย" (4 : 104)
8. พระเจ้าหลานเธอ กรมขุนรามภูเบศ (เจ้าบุญจันทร์) พระราชนัดดาอีกพระองค์หนึ่ง ถูกประหารชีวิตเมื่อคราวผลัดแผ่นดินในปี พ.ศ. 2325 เช่นเดียวกัน ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
"กองทัพพระยาธรรมามาถึง คุมเอาตัวกรมขุนรามภูเบศเข้ามาถวาย จึงดำรัสให้เอาไปประหารชีวิตเสียด้วยกันในวันนั้น" (4 : 104)
9. พระเจ้าหลานเธอ กรมขุนสุรินทรสงคราม ปรากฏพระนามเพียงครั้งเดียวเมื่อปี พ.ศ. 2319 สันนิษฐานว่าน่าจะโดนประหารชีวิตในช่วงผลัดแผ่นดินเช่นเดียวกับเสด็จในกรมที่เป็นชายพระองค์อื่นๆ ดังปรากฏใน "บัญชีช้างหลวงปีวอกอัฐศก" เอาไว้ว่า
"มฤดกเจ้าพระยาจักรี มอบพระเจ้าหลานเธอ กรมขุนสงครามๆ ว่า ทรงพระกรุณาพระราชทานแก่พระเจ้าหลานเธอ กรมขุนสุรินทรสงคราม" (6 : 168-168)
จากข้อมูลข้างต้น ทำให้ทราบว่า ในปี พ.ศ. 2322 คราวเสด็จรับพระแก้วมรกต ยังมีเสด็จในกรมที่มีพระชนม์ชีพอยู่อีก 7 พระองค์ จากทั้งหมด 9 พระองค์ (สวรรคต 1 พระองค์ คือ สมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ และสิ้นพระชนม์ 1 พระองค์ คือ พระญาติผู้ใหญ่ กรมขุนอินทรพิทักษ์) แต่ในหลักฐานบันทึกถึงเรือเสด็จในกรมเพียง 6 ลำเท่านั้น
อนึ่งในหลักฐานฉบับเดียวกัน บันทึกถึงเรือพระเจ้าลูกเธอเสด็จรับพระแก้วมรกตในคราวนี้ด้วยถึง 23 ลำ ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
"กราบพระที่นั่งทรง 1 แผง 8 (รวม) 9 พระเจ้าลูกเธอ 23 (รวม) 32" (1 : 35)
ด้วยเหตุนี้ หากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ (เจ้าฟ้าจุ้ย) ถูกนับรวมอยู่ในเรือพระเจ้าลูกเธอทั้ง 23 ลำนี้แล้ว เรือเสด็จในกรมทั้ง 6 ลำ ก็จะเท่ากับจำนวนเสด็จในกรมที่เหลืออยู่พอดี
ถึงอย่างไรก็ตาม ยังคงต้องตั้งข้อสันนิษฐานไว้อีกว่า อาจจะมีเสด็จในกรมพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง ไม่ได้เข้าร่วมเสด็จรับพระแก้วมรกตในคราวนี้ก็เป็นไปได้
เชิงอรรถ
(1) ประชุมหมายรับสั่ง ภาคที่ 1 สมัยกรุงธนบุรี. กรุงเทพมหานคร : คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี, 2523
(2) พระราชพงศาวดารกรุงสยามจากต้นฉบับที่เป็นสมบัติของบริติชมิวเซียมกรุงลอนดอน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2537
(3) ลำดับสกุลเก่าบางสกุล ภาคที่ 4 สกุลเชื้อสายพระราชวงศ์กรุงธนบุรี (ฉะบับร่าง). พระนคร : พระจันทร์, 2480
(4) พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 4 / กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. พิมพ์ครั้งที่ 11. นนทบุรี : โครงการเลือกสรรหนังสือ สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช, 2560
(5) จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. พระราชวิจารณ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องจดหมายความทรงจำของพระเจ้าไปยิกาเธอ กรมหลวงนรินทรเทวี (เจ้าครอกวัดโพธิ์) ตั้งแต่ จ.ศ. 1129 ถึง 1182 เป็นเวลา 53 ปี. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : ศรีปัญญา. 2552
(6) พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) จดหมายรายวันทัพ อภินิหารบรรพบุรุษ และเอกสารอื่น. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี : ศรีปัญญา, 2562
โฆษณา