Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลครฝัน
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 11:43 • ข่าวรอบโลก
ราชวงศ์อังกฤษ มักถูกกล่าวขานว่าเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3
Gemini : เรื่องการถือครองที่ดินของราชวงศ์อังกฤษเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก เพราะมีทั้งส่วนที่เป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ และส่วนที่ถือครองในฐานะสถาบัน ซึ่งรวมกันแล้วทำให้พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเป็นบุคคลที่ถือครองที่ดินมากที่สุดในโลกในเชิงนิตินัย
นี่คือบทความเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 กับการเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่ที่สุดในโลก:
ความจริงและรายละเอียดที่ซับซ้อน
เมื่อพูดถึงมหาเศรษฐีที่ดิน เราอาจนึกถึงเหล่านักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ในความเป็นจริง ตำแหน่งเจ้าของที่ดินรายใหญ่ที่สุดในโลกนั้นตกเป็นของ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร โดยมีการประมาณการว่าพระองค์ทรงถือครองที่ดินรวมกันกว่า 6.6 พันล้านเอเคอร์ ทั่วโลก หรือ
*26,709,252 ตารางกิโลเมตร
-ไทยแลนด์ 513,120 ตารางกิโลเมตร
-คิดเป็น ประเทศไทยจำนวน 52 ประเทศ
ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 1 ใน 6 ของพื้นผิวโลกที่เป็นแผ่นดินอย่างไรก็ตาม การถือครองนี้มีความซับซ้อนทางกฎหมายและไม่ได้หมายความว่าพระองค์ทรงเป็น "เจ้าของ" ในความหมายเดียวกับโฉนดส่วนบุคคลทั้งหมด โดยสามารถแบ่งประเภทการถือครองออกได้เป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้:
1. The Crown Estate (ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์)
นี่คือพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งรวมถึงที่ดินในลอนดอน (เช่น ถนน Regent Street), พื้นที่ชายฝั่งเกือบทั้งหมดของสหราชอาณาจักร และพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนมหาศาล
* สถานะ: เป็นทรัพย์สินที่ถือครองโดยพระมหากษัตริย์ "ในนามของรัฐ" (In right of the Crown)
* รายได้: กำไรทั้งหมดจาก Crown Estate จะถูกส่งเข้าคลังหลวงของรัฐบาล และรัฐบาลจะจ่ายคืนกลับมาในรูปแบบของ Sovereign Grant เพื่อใช้ในค่าใช้จ่ายของราชวงศ์
2. ที่ดินในเครือจักรภพ (Commonwealth Realms)
นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ตัวเลขพื้นที่พุ่งสูงถึง 6.6 พันล้านเอเคอร์ ในประเทศอย่าง แคนาดา และ ออสเตรเลีย ที่ดินจำนวนมหาศาลถูกระบุว่าเป็น "Crown Land"
* แคนาดา: พื้นที่เกือบ 90% ของประเทศเป็น Crown Land ซึ่งในทางทฤษฎีถือครองโดยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ในฐานะประมุขแห่งรัฐ
* ออสเตรเลีย: มีลักษณะคล้ายกัน โดยที่ดินของรัฐจำนวนมากยังคงมีสถานะเป็นที่ดินของสถาบันพระมหากษัตริย์
* ในทางปฏิบัติ: พระองค์ทรงถือครองในเชิงสัญลักษณ์ รัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละประเทศเป็นผู้บริหารจัดการพื้นที่เหล่านี้ทั้งหมด
3. ทรัพย์สินส่วนพระองค์ (Private Estates)
ส่วนนี้คือที่ดินที่พระองค์ทรงเป็นเจ้าของโดยแท้จริงในฐานะบุคคลธรรมดา ซึ่งสืบทอดกันมาในตระกูล ได้แก่:
* Duchy of Lancaster: แหล่งรายได้หลักส่วนพระองค์ที่ตกทอดมาถึงกษัตริย์
* Sandringham และ Balmoral: คฤหาสน์และที่ดินรอบๆ ที่เป็นมรดกส่วนตัว ไม่ใช่ของรัฐบาล
ทำไมตัวเลข 6.6 พันล้านเอเคอร์ถึงสำคัญ?
พื้นที่ขนาดใหญ่นี้มีบทบาทอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่อง "สิ่งแวดล้อม" ซึ่งเป็นประเด็นที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงให้ความสำคัญมาตลอดหลายทศวรรษ
* การอนุรักษ์: พื้นที่ Crown Land ในแคนาดาและออสเตรเลียเป็นที่ตั้งของป่าไม้และระบบนิเวศที่สำคัญของโลก
* พลังงานสะอาด: The Crown Estate ในอังกฤษเป็นเจ้าของพื้นทะเล (Seabed) รอบเกาะอังกฤษ ทำให้มีอำนาจในการอนุมัติโครงการ Wind Farm (ทุ่งกังหันลมผลิตไฟฟ้า) ซึ่งสร้างรายได้มหาศาลและขับเคลื่อนนโยบายพลังงานยั่งยืน
บทสรุป
แม้ว่าพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะถูกขนานนามว่าเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่ที่สุดในโลก แต่ในทางปฏิบัติ ทรงทำหน้าที่เป็น "ผู้ดูแล" (Trustee) พื้นที่ส่วนใหญ่ตามบทบาททางรัฐธรรมนูญมากกว่าที่จะเป็นเจ้าของเพื่อเก็งกำไรส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม อำนาจในเชิงสัญลักษณ์และอิทธิพลในการบริหารจัดการที่ดินเหล่านี้ ก็ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของโลกในยุคปัจจุบัน
Gemini จบ
ภาพ
https://share.google/LcI4QPFzuPV8DeAFg
ข่าวรอบโลก
จีน
russia
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย