2 ม.ค. เวลา 12:47 • การเมือง

ถ้าสมมุติแต่ละภาคเป็นรัฐปกครองตัวเอง ลองคาดการณ์ว่า แต่ละภาคจะมีรายได้ดูแลตัวเองจากไหน?

หากลองจินตนาการว่าประเทศไทยกระจายอำนาจจนแต่ละภาคกลายเป็น "รัฐปกครองตนเอง" แต่ละรัฐจะมีโมเดลธุรกิจและการหาเงินเลี้ยงตัวเองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตามทรัพยากรที่มีครับ
นี่คือภาพจำลองทางเศรษฐกิจของแต่ละ "รัฐ" ครับ:
1. รัฐกรุงเทพและปริมณฑล (The Financial Hub)
• โมเดลการหาเงิน: เป็นรัฐที่รวยที่สุดจากการเป็น ศูนย์กลางการเงินและการบริการ
• รายได้หลัก: เก็บภาษีจากรายได้นิติบุคคล (สำนักงานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติ), การทำธุรกรรมทางการเงิน, การขายอสังหาริมทรัพย์ระดับ High-end และค่าธรรมเนียมการใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
• จุดแข็ง: เป็น "สมอง" ของภูมิภาค มีแรงงานทักษะสูงและเงินทุนมหาศาล
2. รัฐภาคตะวันออก (The Industrial Giant)
• โมเดลการหาเงิน: เป็นรัฐที่รวยที่สุดจาก อุตสาหกรรมหนักและการส่งออก
• รายได้หลัก: ค่าธรรมเนียมท่าเรือน้ำลึก (แหลมฉบัง), ภาษีจากโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี รถยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงรายได้จากการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างพัทยา
• จุดแข็ง: มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุด (EEC) และเป็นประตูหลักในการเชื่อมต่อโลก (Gateway)
3. รัฐภาคอีสาน (The Resource & Labor Powerhouse)
• โมเดลการหาเงิน: เน้นการเป็น ครัวของโลกและฐานแรงงานอุตสาหกรรมใหม่
• รายได้หลัก: การส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปขั้นสูง (น้ำตาล, มันสำปะหลัง, ข้าว), การค้าชายแดน (Trade Hub) เชื่อมลาว-จีน และการส่งออก "คน" หรือแรงงานฝีมือไปทำงานต่างรัฐแล้วส่งเงินกลับ
• จุดแข็ง: พื้นที่กว้างใหญ่ที่สุด มีประชากรมากที่สุด (ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่) และมีศักยภาพด้านพลังงานสะอาด (โซลาร์เซลล์/ลม)
4. รัฐภาคใต้ (The Tourism & Commodity Star)
• โมเดลการหาเงิน: เน้น การท่องเที่ยวระดับ Premium และทรัพยากรธรรมชาติ
• รายได้หลัก: ภาษีการท่องเที่ยว (ภูเก็ต, สมุย, กระบี่), การส่งออกยางพาราและน้ำมันปาล์ม และอาจมีการเปิดกาสิโนถูกกฎหมายหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษทางทะเล
• จุดแข็ง: ทรัพยากรท่องเที่ยวที่หาที่ไหนในไทยแทนไม่ได้ และตำแหน่งยุทธศาสตร์เส้นทางเดินเรือ
5. รัฐภาคเหนือ (The Creative & Wellness State)
• โมเดลการหาเงิน: เน้น เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Soft Power) และการดูแลสุขภาพ
• รายได้หลัก: การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, Wellness & Retirement Center (ที่พักคนวัยเกษียณชาวต่างชาติ), ดิจิทัลโนแมด (Digital Nomads) และเกษตรมูลค่าสูง (กาแฟ, พืชเมืองหนาว)
• จุดแข็ง: อากาศและสภาพแวดล้อมดี มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง
•ตารางวิเคราะห์โอกาสรอดและการเติบโต•
มุมมองเพิ่มเติม: หากแยกจริง รัฐที่น่าจะ "มั่งคั่ง" ได้เร็วที่สุดคือ ภาคตะวันออก เพราะมีทั้งโรงงานและท่าเรือส่งออกในตัวครับ
-ภาคตะวันตกค่อนข้างน้อย?
ใช่ครับ ถ้าเทียบกับภาคอื่น ภาคตะวันตกมักจะถูกมองว่า "เงียบ" กว่าในเชิงตัวเลขเศรษฐกิจรวม แต่จริงๆ แล้วภาคตะวันตกมีลักษณะเป็น "รัฐพลังงานและเขตกันชน" (The Energy & Frontier State) ที่มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์สูงมากครับ
เหตุผลที่รายได้รวมดูน้อยกว่าภาคอื่น เพราะภาคตะวันตก (กาญจนบุรี, ราชบุรี, ตาก, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี) มีลักษณะทางกายภาพเป็นเทือกเขาสูงและป่าไม้เยอะ ทำให้พื้นที่ทำอุตสาหกรรมหรือเกษตรแปลงใหญ่มีจำกัด
หากภาคตะวันตกเป็นรัฐปกครองตนเอง จะหาเงินจากไหน? นี่คือภาพจำลองครับ:
1. การเป็น "โรงไฟฟ้า" ของภูมิภาค (The Power Grid)
ภาคตะวันตกคือแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักของไทย ทั้งจาก เขื่อนขนาดใหญ่ (เขื่อนศรีนครินทร์, เขื่อนวชิราลงกรณ) และ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ในราชบุรี
• โมเดลหาเงิน: รัฐนี้จะเก็บเงินจากการ "ขายไฟ" ให้รัฐอื่น (โดยเฉพาะกรุงเทพฯ) และเก็บค่าธรรมเนียมท่อส่งก๊าซจากพม่า เป็นรายได้ที่มั่นคงและมหาศาล
2. ประตูการค้าฝั่งตะวันตก (The Western Gate)
โดยเฉพาะจังหวัด ตาก (แม่สอด) ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
• โมเดลหาเงิน: เก็บภาษีศุลกากรและค่าธรรมเนียมโลจิสติกส์จากการเชื่อมต่อกับพม่า มุ่งหน้าสู่มหาสมุทรอินเดียและอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ในอนาคต
3. อุตสาหกรรมเกษตรเฉพาะทาง (Specialized Agriculture)
ราชบุรีและกาญจนบุรีเป็นแหล่งผลิตนมวัว ผักผลไม้ และอ้อย อันดับต้นๆ
• โมเดลหาเงิน: เน้นโรงงานแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม (Food Processing) เพื่อส่งไปขายในรัฐเพื่อนบ้านที่มีประชากรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ
4. การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและประวัติศาสตร์ (Heritage & Eco-Tourism)
จากแม่น้ำแควในกาญจนบุรี ไปจนถึงชายหาดในหัวหิน (ประจวบฯ)
• โมเดลหาเงิน: เน้นการท่องเที่ยวระดับบน (High-end) และการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ (ซึ่งนิยมป่าและถ้ำในแถบนี้มาก)
มุมมองเพิ่มเติม: ภาคตะวันตกอาจจะไม่ได้ทำเงินเป็นก้อนใหญ่เหมือนภาคตะวันออก แต่เป็นภาคที่ "ถือไพ่ตาย" ในเรื่องทรัพยากรครับ ถ้าภาคตะวันตก "ปิดสวิตช์" ไฟฟ้าในกรุงเทพฯ อาจจะดับเกือบครึ่งเมืองเลยทีเดียว
- ถ้าตะวันตกจะรวมรัฐให้เข้มแข็งควรรวมกับภาคไหน?
หากภาคตะวันตกต้องการรวมรัฐเพื่อปิดจุดอ่อนและสร้างอำนาจต่อรองให้ "เข้มแข็ง" ที่สุด การเลือกพันธมิตรขึ้นอยู่กับว่าต้องการ "ความรวย" หรือ "ความครบเครื่อง" ครับ แต่ถ้ามองในเชิงยุทธศาสตร์ มี 2 ทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดดังนี้ครับ:
1. รวมกับ "ภาคกลาง" (The Heart of Thailand)
นี่คือตัวเลือกที่ สมเหตุสมผลและทรงพลังที่สุด ในเชิงภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจครับ
ผลลัพธ์: กลายเป็นรัฐ "Central & West Powerhouse"
ทำไมถึงแข็งแกร่ง:
• ความมั่นคงด้านทรัพยากร: ภาคตะวันตกมี "น้ำและไฟ" (จากเขื่อนและโรงไฟฟ้า) ส่วนภาคกลางมี "ข้าวและอาหาร" (อู่ข้าวอู่น้ำ) เมื่อรวมกันจะเป็นรัฐที่พึ่งพาตัวเองได้ 100%
• โครงสร้างพื้นฐาน: ภาคกลางเป็นจุดตัดของถนนและรถไฟทุกสาย การรวมกันจะทำให้สินค้าจากพม่า (ผ่านด่านแม่สอด/เจดีย์สามองค์) วิ่งเข้าสู่ศูนย์กลางการกระจายสินค้าในภาคกลางได้ทันที
• การคานอำนาจ: เป็นการรวมเอาพื้นที่ป่าและภูเขา (ตะวันตก) เข้ากับพื้นที่ราบลุ่ม (กลาง) กลายเป็นรัฐที่มีความหลากหลายทางเศรษฐกิจสูงมาก
2. รวมกับ "ภาคใต้" (The Andaman-Gulf Link)
หากรวมกับภาคใต้ตอนบน (ประจวบฯ เชื่อมต่อชุมพร) จะกลายเป็นรัฐที่คุม "คอคอด" และทางออกทะเลทั้งสองฝั่ง
ผลลัพธ์: กลายเป็นรัฐ "Two Oceans State"
ทำไมถึงแข็งแกร่ง:
• ยุทธศาสตร์แลนด์บริดจ์: รัฐนี้จะคุมเส้นทางโลจิสติกส์เชื่อมระหว่างมหาสมุทรอินเดีย (พม่า/ระนอง) และอ่าวไทย (ประจวบฯ/เพชรบุรี)
• การท่องเที่ยวไร้รอยต่อ: รวมแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง หัวหิน ชะอำ เข้ากับหมู่เกาะในภาคใต้ กลายเป็นอาณาจักรการท่องเที่ยวที่ไม่มีใครสู้ได้
• พลังงานและอุตสาหกรรมเกษตร: ภาคตะวันตกมีไฟ ภาคใต้มีน้ำมันปาล์มและยางพารา ช่วยเสริมฐานอุตสาหกรรมแปรรูปให้แกร่งขึ้น
มุมมองในเชิง "รัฐปกครองตนเอง"
ถ้าต้องเลือกเพียงรัฐเดียว "ภาคกลาง" คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ เพราะภาคตะวันตกมีทรัพยากร (ต้นน้ำ/พลังงาน) แต่ขาดประชากรและพื้นที่ราบในการทำอุตสาหกรรมเบา ในขณะที่ภาคกลางมีโรงงานและคนจำนวนมากแต่ขาดแหล่งพลังงานและน้ำต้นทุน เมื่อรวมกันจะกลายเป็น "รัฐที่ไม่มีจุดอ่อน" เลยครับ
: Gemini
โฆษณา