3 ม.ค. เวลา 07:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

อย่ารอให้ตลาดดีแล้วค่อยลงทุน! ถอดรหัสจัดพอร์ตลงทุนปี 2569 📈 จัดพอร์ตลงทุนยังไงให้อยู่รอดในโลกผันผวน

>> FIN Forward EP.11 พาไปถอดรหัสการจัดพอร์ตระดับ “2 ล้านล้านบาท” จากประสบการณ์จริงของ คุณวิน พรหมแพทย์ CFA / ดำเนินรายการโดย อ.ปิง - ผศ.ดร.ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล CFP®
👇 ตามไปดูคลิปแบบเต็มๆ ที่ลิ้งนี้ได้เลย
1.
อย่ารอให้ "แน่ใจ" ถึงค่อยลงทุน เพราะจังหวะที่ดีมักมาพร้อมความไม่แน่นอน
ในช่วงที่ผ่านมาเกิดความวุ่นวายทั้งโลก ทั้งเรื่องทรัมป์ประกาศขึ้นภาษี ความตึงเครียดระหว่างประเทศ แต่ก็มีหลักทรัพย์หลายกลุ่มที่สร้างผลตอบแทนได้ดี (หุ้นโลก หุ้นสหรัฐ ทองคำ บิทคอยน์)
เป็นการตอกย้ำได้ว่า ถ้ารอวันที่หุ้นดี เราก็อาจจะสายเกินไป บางครั้งหลายคนชอบรอสถานการณ์ให้แน่ใจก่อน เพราะในการลงทุนคนส่วนใหญ่ของความแน่นอน และนักลงทุนไม่ค่อยชอบความไม่แน่นอน แต่ในปีนี้กลับกลายเป็นว่า ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นกลับทำให้เกิดจังหวะในการลงทุน
ดังนั้น เราอย่ารอให้ทุกอย่างดีสวยงามก่อนแล้วค่อยลงทุน ควรลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และมีวินัยในการลงทุน
2.
การลงทุนปี 69 จะท้าทายมากกว่านี้ 📈
เพราะตลาดหุ้น ทองคำ บิทคอยน์ ขึ้นไปเยอะแล้ว การจะไปต่อเลยไม่ง่าย
หลายคนกังวลเรื่อง AI Bubble เพราะหุ้นเทค หุ้น AI ขึ้นมาขนาดนี้แล้ว จะเกิดฟองสบู่มั้ย ทางกสิกรไทยกับ J.P. Morgan คิดว่ารอบนี้อาจจะไม่ขนาดนั้น เพราะหุ้นเทคมีกำไรที่โตได้ดีมาก และ Earning Growth เป็นเลข 2 หลัก ไม่เหมือนปี 2000 ที่ Bubble หุ้นเทค ราคาหุ้นขึ้นโดยไม่มีปัจจัยรองรับ
ตราสารหนี้ไทย : ราคาจะดีขึ้นเยอะๆ แบบนี้ต้นปีคงไม่มีแล้ว จะเป็นการลงทุนแบบประคับประคอง เพราะปีนี้ดอกเบี้ยเป็นช่วงขาลง ราคาตราสารหนี้เลยปรับขึ้น คาดผลตอบแทนปีหน้าอยู่ประมาณ 1% กว่าๆ จนถึง 2% ต่อปี ซึ่งตัวเลขนี้ก็ถือดีกว่าอัตราเงินเฟ้อหรือเงินฝากธนาคาร
ตราสารหนี้ต่างประเทศ : ลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก เน้นความมั่นคงสูง ให้ผลตอบแทนประมาณ 5-6% ต่อปี (ก่อนหักค่าธรรมเนียมต่างๆ) ถ้าใครที่ลงทุกตราสารหนี้ต่างประเทศได้ รับความเสี่ยงได้ ไม่กังวลเรื่องค่าเงิน ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ
ทองคำ : ปัจจัยพื้นฐานที่รองรับความน่าจะเป็นของขาขึ้นของทองคำต่อเนื่องในระยะยาว คือ ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำมากขึ้น เพราะต้องกระจายความเสี่ยงโดยลดการถือดอลลาร์กับพันธบัตรสหรัฐจากเดิมที่มีเยอะ หันมาเพิ่มทองคำมากขึ้น
แนะนำให้ในพอร์ตมีทองคำประมาณ 3-5% ของพอร์ต
อสังหาฯ หรือ REIT หรือ IFF : ในช่วงที่ผ่านมาราคาอาจจะนิ่งๆ แต่ปันผลดีมาก เช่น REIT ไทยกับสิงคโปร์ ปันผลประมาณ 6-7% ต่อปี
REIT จะกลับมาดีมากๆ ในช่วงดอกเบี้ยขาลง เลยคิดว่าจะกลับมาน่าสนใจมากขึ้นอีก และมีโอกาสได้กำไรจากส่วนต่างราคาในช่วงดอกเบี้ยขาลง
3.
ข้อผิดพลาดของคนส่วนใหญ่จากการลงทุน คือ ชอบลงทุนตามกระแส และ กระจายความเสี่ยงไม่มากพอ
แนะนำใช้กลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite
- Core Portfolio: เป็นเหมือนแกนหลักของพอร์ตลงทุน ควรกระจายไปในหลายหลักทรัพย์และกระจายไปทั่วโลก สำหรับใครไม่มีเวลาจัดพอร์ตกระจายลงทุนเองก็สามารถลงทุนในกองทุนรวมแบบผสมได้ ผู้จัดการจะคอยปรับพอร์ตให้ตามสถานการณ์
แนะนำแบ่งเงินลงทุนใน Core Portfolio ประมาณ 70-80% ของเงินลงทุน
- Satellite Portfolio: เน้นลงทุนรายประเทศ รายอุตสาหกรรม หรือสินทรัพย์ทางเลือก เช่น หุ้น Healthcare, หุ้นเทค, บิทคอยน์ เป็นต้น เป็นพอร์ตที่ความเสี่ยงสูงเราจึงต้องจำกัดการลงทุน
แนะนำแบ่งเงินลงทุนใน Satellite Portfolio ประมาณ 20% ของเงินลงทุน โดยอาจจะลงทุนในกองทุนรายประเทศหรือรายอุตสาหกรรมไม่เกินกองละ 5% ของเงินลงทุน
สินทรัพย์ที่น่าสนใจในปีหน้า คือ REIT, หุ้นสหรัฐฯ, หุ้นเทค, หุ้นเทคจีน
4.
เทคนิคลงทุนให้ประสบความสำเร็จ 💰
เริ่มออมแบบรายเดือน ทำระบบการออมอัตโนมัติ เพื่อสร้างวินัยการออม ถือเป็นการทำ DCA ไปด้วย
สำหรับเด็กจบใหม่ แนะนำให้เริ่มออมเงินตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน ทำให้เป็นนิสัยและจะเกิดความเคยชิน โดยตั้งคำสั่งหักเงินอัตโนมัติให้หักเงินจากบัญชีเงินเดือนไปเข้าบัญชีออมเงินหรือบัญชีกองทุนก็ได้
5.
ช่องทางติดตามความรู้จาก KAsset
- เอกสาร Know The Market เป็นเอกสารที่ KAsset ทำร่วมกันกับ J.P.Morgan ดึงข้อมูลจาก Guide To The Market บวกกับข้อมูลของประเทศไทย อัพเดทข้อมูลเป็นรายไตรมาส
- Line OA: @KAsset
- Facebook: KAsset
- YouTube: KAsset
ขอบคุณคลิปดีๆ จากทีม ThaiPFA
#Cashury #ลงทุน #รู้เท่าธัน #บริหารเงิน #จัดพอร์ตลงทุน #ลงทุนปี2569 #พอร์ตลงทุน #CoreSatellite #การลงทุน #วางแผนการเงิน #CFP #ThaiPFA #FINForward #InvestLikeAPro
โฆษณา