3 ม.ค. เวลา 03:22 • ข่าว

ข่าวเด่นทุกวงการ ทั้งปี 2025:

ปีแห่งความ "พินาศ" ที่คนฉลาดก็ยังพลาดท่า
1. การเมืองไทย: คอนโดชั้น 14 และระบอบนายกฯ เก้าอี้ดนตรี
ปี 2025 คือปีที่ระบอบ "เทวดาชั้น 14" ถูกกระชากหน้ากากจนหน้าหงาย เมื่อมหากาพย์การพักรักษาตัวสุดวีไอพีของอดีตผู้นำที่ รพ ตำรวจ กลายเป็นตราบาปที่กระบวนการยุติธรรมไทยต้องก้มหน้ายอมรับว่า "คุกมีไว้ขังคนจน" ของจริง
แต่ความพีคอยู่ตรงที่ความพยายามจะชุบตัวเป็นผู้มีบารมีเหนือรัฐธรรมนูญกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อศาลฎีกาสั่งเช็กบิล ยุติบทละครคนป่วยแล้วส่งตัวกลับเข้าเรือนจำ ทำเอาเหล่าขี้ข้าที่เคยแห่ไปรับที่ดอนเมืองต้องเก็บอาการกันแทบไม่ทัน ทิ้งให้กองเชียร์นั่งงง กองแช่งนั่งขำ ว่าสรุปแล้วนี่คือเกมการเมืองหรือละครหลังข่าวเขียนบทมาไม่เนียนพอ
แถมกลางปีคำว่า "ตกเก้าอี้" ใหม่ก็ถือกำเนิดจากคลิปเสียง Uncle เมื่อ ความตึงเครียดที่ชายแดนที่มีมากพออยู่แล้ว แต่คำพูดที่คนไทยรับไม่ได้เป็นอย่างยิ่งคือ "เขาไม่ใช่พวกเรา" แม้ภายหลังจะบอกว่าเป็นกลยุทธ์ในการต่อรอง และถูกแอบอัดเสียง ฯลฯ
ต่อมาก็เรื่องประชาธิไตย์แบบไทยยย ไทยเรามีนายกรัฐมนตรีถึง 2 คนภายในปีเดียว 3 คนใน 2 ปี คนที่ประชาชนเลือกไม่ได้เป็น คนที่ไม่ได้เลือกกลับได้เป็น ต่อจากปีก่อนที่ คนที่ประชาชนไม่ได้เลือกกลับได้ช่วยเลือกนายก แปลกไหม?
ปีนี้ความประหลาด เริ่มจากเมื่อนายกเก่าตกเก้าอี้เพราะคลิปเสียง แล้วละครฉากใหญ่ก็เริ่มขึ้นเมื่อพรรคตัวแปรอันดับ 3 ออกมาเล่นแง่ ยอมเซ็น MOA จนสามารถต่อรองให้หัวหน้าพรรคตัวเองขึ้นมานั่งเก้าอี้สรพงศ์ได้สำเร็จ ทั้งที่มีเสียงในมือไม่กี่หยิบมือ ความบันเทิงขั้นสุดคือการจัดตั้ง "รัฐบาลเสียงข้างน้อย" ที่ต้องอาศัยวิชามารและการดีลใต้โต๊ะเพื่อดึงงูเห่ามาประทังชีวิต แต่สุดท้ายด้วยความไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน ก็ไปกันไม่รอดจนต้องมีการเปลี่ยนตัวนายกฯ อีกรอบ
เป็นปีที่พิสูจน์ว่าคะแนนเสียงประชาชนมีค่าแค่เศษกระดาษ เมื่อเทียบกับตั๋วแลกที่นั่งในครม.
เลือกตั้งปีนี้คนไทยคนไทยคงต้องย้อนกลับไปถามตัวเองว่ารัฐบาลที่ผ่านมาคือ "รัฐบาลเพื่อประชาชน" "รัฐบาลเพื่อrวกพ้อง" หรือ "รัฐบาลเพื่อพ่อ" กันแน่
2. ศึกกัมพูชา: ละครลิงชายแดน กับวีรบุรุษที่ถูกลืม
ชายแดนสุรินทร์-ศรีสะเกษปีนี้ไม่ได้มีแค่กลิ่นหญ้า แต่มีกลิ่นดินปืน คาวเลือดที่เกิดจากกิเลสของผู้นำเพื่อนบ้าน ทหารไทยต้องยอมแลกอวัยวะและชีวิตเพื่อรักษา "ปราสาท" และ "ดินแดนไทย" และพื้นที่ทับซ้อนที่ถูกเคลมแบบหน้าด้านๆ ในขณะที่ทหารไทยรุกฆาตยึดพื้นที่คืนได้สำเร็จในช่วงปลายปี
ผู้นำฝั่งโน้นกลับสวมวิญญาณนักแสดงเจ้าบทบาท ไปตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จกลางเวทีโลก ทำตัวเป็นเหยื่อที่ถูกรังแก ทั้งที่ตัวเองเป็นคนสั่งลั่นไกนัดแรก ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องจากไปอย่างไม่หวนกลับ เป็น 2025 เป็นปีที่น่าเศร้าแทนหลายครอบครัว แต่กระนั้น "ความตอแหลระดับสากล" ของ วุ้นเส้นก็ทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าปืนใหญ่เสียอีก
3. เศรษฐกิจดิจิทัล "ลมโชย": เงินหมื่นที่ซื้อได้แค่รอยยิ้มเจื่อนๆ
รัฐบาลพยายามแก้ตัวด้วยดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 2 ที่แจกออกมาประหนึ่งเศษทาน แต่กลับกลายเป็นโปรเจกต์ "คนละล่วง" ที่ระบบล่มตั้งแต่นาทีแรกที่เปิดใช้งาน เงินหมื่นที่ชาวบ้านเฝ้ารอถูกค่าเงินเฟ้อกลืนกินจนซื้อได้แค่ข้าวสารกับไข่ไก่ไม่กี่แผง ในขณะที่นายทุนและเจ้าสัวเจ้าของห้างค้าปลีกยืนยิ้มฟันขาว เพราะสุดท้ายเงินทุกบาทที่รัฐบาลกู้มาแจก ก็ไหลกลับเข้ากระเป๋าพวกเขาแบบครบทุกกระเบียดนิ้ว พายุหมุนทางเศรษกิจ ไม่ได้ กระแทก กระแทก กระแทก อย่างที่หวัง เป็นปีที่คนจนโดนหลอกให้ดีใจ ส่วนคนรวยนั่งนับกำไรบนกองซากศพของชนชั้นกลาง
4. ภัยพิบัติ "ฉิบหาย" วายวอด: เมื่อสถาปัตยกรรมไทยพ่ายแพ้แก่คอร์รัปชัน
โศกนาฏกรรมตึก สตง. ถล่มคือเครื่องยืนยันว่า "ความปลอดภัย" ในประเทศนี้เป็นแค่โฆษณาชวนเชื่อ แม้แผ่นดินไหวใจกลางกรุงจะรุ่นแรงสุดในประวัติศาสตร์ที่เคยมีมา แต่อาคารที่ควรจะแข็งแกร่งที่สุดกลับพังเหมือนขนมปังกรอบ หน่วยงานที่วัดความยาวของพริก ความหนาของทองแดงในสาย HDMI เอาเนื้อสัตว์มาล้างเพื่อชั้งน้ำหนักหมู แต่กลับไม่สามารถคงไว้มาตรฐานเดี่ยวกันในการสร้างตึกของตน เผยให้เห็นการกินสินบนใต้โต๊ะที่ลดสเปกคอนกรีตจนเหลือแค่ทรายกับปูนกาว
ซ้ำร้ายกรุงเทพฯ ยังเกิด "หลุมยุบ" กลางกรุงใหญ่จนสามารถดูดรถเมล์หายไปทั้งคันประหนึ่งหลุมดำ ส่วน อยุธยาก็เป็นเมืองบาดาลอยู่เป็นเดือน และหาดใหญ่ก็จมลงใต้น้ำแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า งบประมาณจัดการน้ำนับแสนล้านได้ถูกเอาไป "ละลายน้ำ" ของจริง จนคนไทยต้องหัดขี่เรือ หรือเจ็ตสกีแทนขี่รถกันเป็นกิจวัตร
5. วัดและวงการผ้าเหลือง สรุปคนทำบาบในคราบนักบุญ
วงการสงฆ์ก็เป็นปีที่นรกเปิดประตูรับสมาชิกใหม่เป็นพวกห่มเหลืองที่หากินกับความศรัทธาของฆราวาสอย่างน่าสมเพชที่สุด เริ่มด้วยข่าว "สีกากอล์ฟ" ที่ใช้ผ้าเหลืองเป็นเครื่องมือหากินสูบเงินได้นับพันล้านแต่ความเจ็บปวดคือมันเป็นเงินที่คนมีศรัทธาตั้งใจบริจาคกลับถูกนำไปปรนเปรอชีวิตสุดหรูของสาววัยกลางคน ที่อ้างตัวเป็นที่ปรึกษาพระชั้นผู้ใหญ่ระดับอาจารย์ ที่พอความแตก เกิดการสะเทือนทั้งวงการจนมหาเถระไม่กล้าที่จะแต่งตั้งพระผู้ใหญ่เพิ่มเติมเลยตลอดทั้งปี
ความฉาวไม่ทันหาย เรื่องวอดวายก็เข้ามาแทรก ในขณะที่ "วัดพระบาทน้ำพุ" ต้องแบกรับภาระรักษาผู้ป่วยจนหลวงพ่อต้องออกมาบิณฑบาตบนรถเข็นด้วยน้ำตาแม้จะยังอาพาทเพื่อชุบชีวิตผู้ยากไร้ ตู้วัดที่วางไว้ทุกสารทิตทั้วเมือง อีกทั้งทังแดนไทยก็เข้าใจมาตลอดว่าเงินทองที่บริจาคไปถูกส่งต่อเพื่อช่วยผู้ป่วยโรคเอด์สและผู้ยากไร้ตามตำรับตำราที่เรียนมา แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เงินไม่ใช่ร้อย ไม่ใช่พัน แต่นับหมืนล้าน กลับถูกโย้กย้ายถ่ายเถไปเป็นบ้าน รถ ที่ดินนั้นพันๆไร่ จนทำให้คนเริ่มสงสัย ว่าสรุปวัดควรต้องเริ่มเสียภาษีแล้วหรือยัง
6. ทรัมป์ 2.0: เมื่อคนผมจะเขย่ากระเป๋าตังค์คนทั้งโลกด้วยปากกาด้ามเดียว
โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาทวงอำนาจพร้อมนโยบาย "กูต้องรวยคนเดียว" ที่ทำเอาตลาดเงินไทย และตลาดโลกช็อกตาตั้ง กำแพงภาษีมหาโหดที่เขาสั่งเซ็นประหนึ่งแจกลายเซ็นแฟนคลับ ทำให้นักลงทุนพากันเผ่นหนีจากตลาดหุ้นทั้งไทยทั้งเทศจนดิ่งเหวทะลุจุดเยือกแข็ง ค่าเงินต่างๆสวิงยิ่งกว่าอารมณ์วัยทอง ทำเอาผู้ส่งออกไทยและประเทศต่างๆ ต้องปาดเหงื่อเพราะไม่รู้ว่าตื่นมาพรุ่งนี้ดอลลาร์จะพุ่งไปถึงไหน เป็นปีที่การบริหารประเทศของไทยดูเหมือนเด็กเล่นขายของ เมื่อต้องเจอกับพายุเศรษฐกิจที่เกิดจากปลายนิ้วของผู้ชายที่ชื่อทรัมป์
7. AI Agent: มหกรรมไล่ออกครั้งใหญ่โดยไม่ต้องมีหัวใจ
ปีนี้ AI เลิกเป็นแค่ของเล่นแก้เหงา แต่มันกลายเป็น "เพชฌฆาตหน้าจอ" ที่มานั่งทำงานแทนมนุษย์ออฟฟิศได้ทุกตำแหน่ง บริษัทใหญ่ๆ พากันดีดนิ้วไล่พนักงานออกราวกับธานอส เพื่อเปลี่ยนไปใช้ AI Agent ที่ไม่ต้องกินข้าว ไม่ต้องลาป่วย และที่สำคัญคือ "ไม่ต้องมีโบนัส" คนทำงานออฟฟิสเริ่มมองหน้ากันเลิ่กลั่กว่าพรุ่งนี้โต๊ะทำงานจะหายไปไหม เป็นปีที่มนุษย์ถูกลดค่าลงเหลือแค่ "User" ที่ AI กำลังรอโอกาสจะเข้ามาแทนที่อย่างสมบูรณ์แบบ
8. บิทคอยน์: จากสวรรค์ชั้นเจ็ดสู่เหวอเวจี $82,000
มหากาพย์บิทคอยน์ปีนี้คือบทเรียนราคาแพงที่สอนให้รู้ว่า "อย่าเชื่อกูรูโซเชียล" เมื่อราคาพุ่งทะยานไปถึง $126,000 จนเม่าทั่วโลกพากันกู้เงินมาอัดฉีด แต่แล้วก็เกิดการ "ทุบ" ครั้งประวัติศาสตร์จนราคาร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ $82,000 หายวับไปกว่า 35% ภายในไม่กี่เดือน วันสิ้นปีราคาปิดที่ $87,000 ทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ไว้ในบัญชีธนาคารของวัยรุ่นสร้างตัวที่ฝันจะรวยทางลัด แต่ดันมาติดดอยที่สูงกว่ายอดเขาเอเวอเรสต์
10. วงการมายา: หน้ากากเทวดาที่หลุดลอก
ดราม่าบันเทิงไทยปีนี้ก็ไม่น้อยหน้าปีไหนๆ ปีนี้ทำเอาละครน้ำเน่าชิดซ้าย เมื่อนักร้องมาดอุ่น "แสตมป์ อภิวัชร์" ถูกกระชากหน้ากากโลกสองใบ ตามมาด้วยความ ดิว อริสรา ที่ถูกจับได้เรื่องยืมของไม่คืน และสภาพคล่องทั้งที่ใช้ชีวิตหรูหราจนคนเห็นต่างก็ริษยาตามๆกัน ส่วน โตโน่ ณิชา ก็ไม่แคล้วอารรพ์รัก 7 ปี ไม่ได้ไปกันต่อ
เจนนี้ได้หมดเป็นอีกคนที่มีแสงในปีนี้ ขายของแบบกระจัดกระจาย live 10 โมงเช้ายันตี 2 แม่เจ้าโว้ย sponser มารอแบบยันปากซอย แถมราคาแต่ละเจ้านี้ 7 หลักขึ้นทั้งนั้น เลยไม่รู้ว่าดราม่าเรื่องแม่ที่เจอมาสรุปเป็นโชคร้ายหรือโชคดีกันแน่
นึกว่า จะหมดปีแบบไม่มีอะไรต่อ ที่ไหนได้ "นานา ไรบีนา" ตบถ้ายปีด้วย ที่ต้องไปนั่งให้ปากคำกับตำรวจเรื่องฉ้อโกงซึ่งเจ้าตัวหวังจะพลิกคดีให้เป็นแพ่งด้วยสัญญากู้ยืม เป็นปีที่พิสูจน์ว่าเบื้องหลังภาพไอจีที่ดูหรูหรา อาจซ่อนความเน่าและศีลธรรมที่บิดเบี้ยวเอาไว้อยู่ก็เป็นได้ จงอย่าเชื่อทุกอย่างที่ตาเห็น
อ้อขอแถมนิด ระหว่าง count down "โดม ปกรณ์ ลัม" ก็ขอลองดี ท้าทายกฏหมายใหม่ให้เป็นที่ประจัก comment คุกคามทางเพศจินนี้ ลูกสายคนสวยของแม่หน่อยตอนเมาตามคำอ้าง ตอนเลยสิ้นปีมานิ๊ดเดียว กลายเป็นว่าทำให้คนได้ตื่นรู้ไปในตัว แม้จะไม่ใช่ข่าว 2025 แต่ก็ถือเป็นช่วงคาบเกี่ยว ทำให้รู้ว่าอีกหน่อยตอนเมานอกจากขับรถ ถือปืนผาหน้าไม้แล้ว เล่นมือถือก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องห้ามในอนาคต
โฆษณา