Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าพระเจ้าตาก
•
ติดตาม
3 ม.ค. เวลา 03:51 • ประวัติศาสตร์
ตอนที่ 239 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธร
เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธร หรือเจ้าพระยานครสวรรค์ ไม่ทราบประวัติและภูมิหลังที่แน่ชัด แต่เป็นทหารคนสนิทอีกคนที่ได้เป็น "เจ้าพระยา" ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธรปรากฏชื่อครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2313 คราวปราบชุมนุมเจ้าพระฝาง ได้รับการแต่งตั้งให้ครองเมืองนครสวรรค์ ดังปรากฏใน "พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม)" เอาไว้ว่า
"เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธร รั้งเมืองนครสวรรค์" (1 : 68)
สอดคล้องกับโคลงเฉลิมพระเกียรติที่นายสวนมหาดเล็กแต่งถวายสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อปี พ.ศ. 2314 มีโคลงบทที่ 50 กล่าวถึงเจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธรได้ครองเมืองนครสวรรค์อยู่ด้วย ดังปรากฏใน "โคลงยอพระเกียรติพระเจ้ากรุงธนบุรี" เอาไว้ว่า
"เจ้าพระยาอนุรักษ์เรื้อง รงค์รุท
ครองนครสวรรค์ผุด ผาดแผ้ว" (2 : 287)
เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธร มีชื่อเข้าร่วมสงครามต่างๆ อยู่ตลอดรัชกาล ดังในปี พ.ศ. 2314 ได้ร่วมสงครามคราวปราบเมืองพุทไธมาศและเขมร ดังปรากฏใน "จดหมายรายวันทัพสมัยกรุงธนบุรี คราวปราบเมืองพุทไธมาศและเขมร เมื่อ พ.ศ. 2314" เอาไว้ว่า
"กองทัพเจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธรแลกองทัพขุนหมื่นข้าหลวงทั้งปวง ได้ไล่ตะลุมบอนฆ่าฟันเขมรล้มตายเหล่าละ 30 บ้าง เหล่าละ 40 บ้าง เหล่าละ 50 บ้าง ส้มตายเป็นอันมาก" (1 : 200)
ในปี พ.ศ. 2317 เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธรได้รับพระราชทานพระราชอาญาสิทธิ์ ควบคุมกองทัพในคราวสงครามรบพม่า (อังวะ) ที่บ้านบางแก้ว แขวงเมืองราชบุรี ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
"แล้วพระราชทานพระราชอาชญาสิทธิแก่เจ้าพระยานครสวรรค์กับพระแสงดาบข้างหนึ่ง ให้เจ้าพระยานครสวรรค์ถือพระราชอาญาสิทธิ ถ้าผู้ใดย่อหย่อนให้ลงพระราชอาชญาตามกำหนดพิชัยสงคราม" (1 : 95)
ตรงนี้มีบันทึกในพระราชพงศาวดารบางฉบับระบุว่า ผู้ที่ได้รับพระราชทานอาญาสิทธิ์ไม่ใช่เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธร แต่เป็นเจ้าพระยาจักรี (ทองด้วง/รัชกาลที่ 1) ดังปรากฏใน "พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา" เอาไว้ว่า
"แล้วทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระแสงดาบฝักทองด้ามทองกับพระธำมรงค์เพชรวงหนึ่ง ให้เจ้าพระยาจักรีเป็นแม่ทัพถืออาญาสิทธิยกไปตั้งค่ายมั่นอยู่เหนือพระมหาธาตุวัดเขาพระ" (3 : 48)
เมื่อมาตรวจสอบกับหลักฐานร่วมสมัยหลายฉบับ จะพบว่าในปี พ.ศ. 2317 รัชกาลที่ 1 ในขณะนั้นยังไม่ได้เป็นเจ้าพระยาจักรี รวมถึงยังมีพระราชพงศาวดารบางฉบับระบุว่า ในขณะนั้นยังเป็นเพียงพระยายมราช ว่าที่สมุหนายก ดังปรากฏใน "พระราชพงศาวดารกรุงสยาม ฉบับบริติชมิวเซียม" เอาไว้ว่า
"ขณะนั้นเจ้าพระยายมราช ผู้ว่าที่สมุหนายกมาแต่เมืองเชียงใหม่ พระราชทานพระแสงและพระธำมรงค์เพชรองค์หนึ่งให้ถือพระราชอาชญาสิทธิ์ ยกไปตั้งค่ายมั่นอยู่เหนือปรางค์วัดเขาพระ" (4 : 377)
จากข้อมูลที่กล่าวมา พอจะให้การสันนิษฐานได้ว่า ผู้ที่ได้รับพระราชทานพระราชอาญาสิทธิ์ในสงครามคราวนี้ น่าจะเป็นเจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธรมากกว่า เนื่องด้วยปรากฏชื่ออยู่ในพระราชพงศาวดารฉบับที่ร่วมสมัยที่สุด
ส่วนพระราชพงศาวดารที่ระบุว่าเป็นรัชกาลที่ 1 ได้รับพระราชทานพระราชอาญาสิทธิ์ ล้วนชำระขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ทั้งสิ้น และสันนิษฐานว่าน่าจะบันทึกขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่รัชกาลที่ 1 มากกว่าเท่านั้น
ต่อมาในคราวสงครามอะแซหวุ่นกี้ตีหัวเมืองเหนือ เมื่อปี พ.ศ. 2318 เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธรเป็นทัพหน้าคอยรับศึกพม่าริมแม่น้ำน่าน ตั้งแต่บริเวณวัดจันทน์ถึงเมืองพิษณุโลก ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวมาแล้วว่า
"ให้เจ้าพระยานครสวรรค์เป็นทัพหน้า หลวงดำเกิง หลวงรักษ์โยธา คุมทหารกองนอก, กองใน, กองเกนหัด 3400 พระราชทานอาชญาสิทธิ์ให้ไปตั้งค่ายรายสุมขึ้นไปดูเชิงข้าศึก" (1 : 96)
ในระหว่างสงครามอะแซหวุ่นกี้ มีเหตุการณ์ที่กล่าวถึงความทุ่มเทของเจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธรเอาไว้ว่า ได้ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำน่านมาเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวมาแล้วว่า
"เสด็จอยู่พระที่นั่งกลางหาดทราย เจ้าพระยานครสวรรค์, พระยาธรรมา ว่ายน้ำข้ามมาเฝ้ากราบทูล" (1 : 99)
หลังจากอะแซหวุ่นกี้ถอนกองทัพส่วนใหญ่กลับไปแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2319 เจ้าพระยาอนุรัษ์ภูธรได้รับมอบหมายให้ยกติดตามกองทัพพม่า และจับเชลยพม่ามาถวายได้บางส่วน ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
"ณ วันอาทิตย์ ขึ้น 11 ค่ำ เดือนอ้าย เจ้าพระยานครสวรรค์, พระยาพิชัยอาษา ส่งพะม่าลงมา 47 คน" (1 : 107)
ต่อมาในปี พ.ศ. 2319 มีคำสั่งให้เกณฑ์กรมการเมืองนครสวรรค์มาช่วยสร้างโรงพระอัฐิในงานบำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิสมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธร ในฐานะเจ้าเมืองนครสวรรค์ ก็น่าจะลงมาคุมงานด้วยเช่นกัน ดังปรากฏใน "หมายรับสั่ง เรื่องเกณฑ์ให้เจ้าพนักงานแต่งการเชิญพระอัฐิสมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ไปบำเพ็ญพระราชกุศล ณ วัดบางยี่เรือนอก จ.ศ. 1138" เอาไว้ว่า
"ให้ทำโรงทึมไว้พระอัฐิ เป็นพนักงานสัสดีได้ทำ ครั้งนี้เป็นการเร็วอยู่เห็นมิทัน จึงเกณฑ์ให้กรมการเมือง นครสวรรค์ พิจิตร สรรค์บุรี กำแพงเพชร ช่วยทำ" (5 : 16)
เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธร มีชื่อครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. 2324 ได้เป็นยกกระบัตรทัพไปปราบกรุงกัมพูชา ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
"เจ้าพระยานครสวรค์เป็นยกรบัตร กรมขุนรามภูเบศรเป็นทัพหลัง พระยาธรรมาเป็นกองลำเลียง ยกไปตีเมืองพุทไธเพ็ชร์" (1 : 115)
เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธร สันนิษฐานว่าน่าจะถูกประหารชีวิตเมื่อคราวผลัดแผ่นดินในปี พ.ศ. 2325 ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
"ให้ตำรวจไปจับข้าราชการทั้งปวง บรรดาที่มีความขุ่นเคืองกับพระองค์มาแต่ก่อน ให้ประหารชีวิตเสียทั้งสิ้นแปดสิบคนเศษ" (3 : 105)
มีกลักฐานอีกชิ้นหนึ่งที่ช่วยทำให้การสันนิษฐานว่าเจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธรน่าจะโดนพระหารชีวิตก็คือ มีการเปลี่ยนตัวเจ้าเมืองนครสวรรค์เมื่อคราวผลัดแผ่นดิน ดังปรากฏใน "คำปฤกษาตั้งข้าราชการในแผ่นดินพระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 1" เอาไว้ว่า
"หลวงไชยณรงคเปนพระนครสวรรค์" (6 : 23)
นอกจากนี้ยังมีคำกล่าวส่วนหนึ่งกล่าวไว้ว่า เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธร แท้จริงแล้วคือ หลวงพรหมเสนา นายทหารที่ติดตามสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาตั้งแต่คราวตีฝ่าวงล้อมพม่าออกจากวัดพิชัย แต่คำกล่าวนี้ไม่มีหลักฐานใดรองรับเอาไว้เลย
เชิงอรรถ
(1) พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) จดหมายรายวันทัพ อภินิหารบรรพุรุษ และเอกสารอื่น. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี : ศรีปัญญา, 2562
(2) วรรณกรรมสมัยธนบุรี เล่ม 1. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2539
(3) พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 4 / กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. พิมพ์ครั้งที่ 11. นนทบุรี : โครงการเลือกสรรหนังสือ สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช, 2560
(4) พระราชพงศาวดารกรุงสยามจากต้นฉบับที่เป็นสมบัติของบริติชมิวเซียมกรุงลอนดอน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2537
(5) ประชุมหมายรับสั่ง ภาคที่ 1 สมัยกรุงธนบุรี. กรุงเทพมหานคร : คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี, 2523
(6) คำปรึกษาตั้งข้าราชการในแผ่นดินพระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 1, วชิรญาณวิเสศ. เล่ม 3, ปีกุนนพศก 1249
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย