3 ม.ค. เวลา 23:33 • ประวัติศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ใช่ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์์

เรื่องเล่าเบื้องหลังชื่ออันทรงคุณค่าของมหาวิทยาลัยไทยแห่งแรก**
ในโลกของสถาบันอุดมศึกษาไทย ชื่อของมหาวิทยาลัยต่างๆ มักเริ่มต้นด้วยคำว่า มหาวิทยาลัย ตามด้วยนามเฉพาะ แต่มีอยู่แห่งหนึ่งที่งดงามและโดดเด่นไม่เหมือนใคร..
“จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”
ชื่อที่ฟังดูสง่างามลึกซึ้ง แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ใครหลายคนสงสัยว่า เหตุใดจึงไม่ใช้รูปแบบทั่วไปอย่าง “มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์”?
คำตอบนั้นเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์อันยาวนาน ความรักของประชาชน ความกตัญญูของพระมหากษัตริย์ และพระราชปณิธานที่วางอนาคตของสยามด้วยสายพระเนตรที่ไกลเกินกว่ายุคสมัย
จากโรงเรียนเล็กๆ ในพระบรมมหาราชวัง… สู่จุดเริ่มต้นของอุดมศึกษาไทย
ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2442 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง โรงเรียนฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน ขึ้น ณ ตึกยาวข้างประตูพิมานชัยศรีในพระบรมมหาราชวัง พร้อมทั้งพระราชทาน พระเกี้ยว เป็นสัญลักษณ์ประจำสถาบัน
โรงเรียนแห่งนี้เติบโตอย่างรวดเร็วตามพระบรมราโชบายปฏิรูประบบราชการ ต่อมาจึงถูกปรับชื่อเป็น “โรงเรียนมหาดเล็ก” เพื่อผลิตบุคลากรเข้ารับราชการจำนวนมากขึ้น
เมื่อประเทศต้องการคนเก่งมากกว่าที่เคยมี
กาลเวลาผ่านสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ความต้องการบุคลากรผู้มีความรู้ความสามารถในสาขาต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นไม่เพียงเฉพาะภาคราชการ แต่ยังรวมถึงภาคเอกชนซึ่งสยามกำลังก้าวสู่ความทันสมัยอย่างรวดเร็ว
พระองค์ทรงระลึกถึงพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมชนกาธิราช—รัชกาลที่ 5—ที่ทรงมุ่งหวังให้สยามมีมหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษาของชาติ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กขึ้นเป็น ..
“โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว”
เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2453
ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ประชาชนทั่วแผ่นดินได้ร่วมกันเรี่ยไรเงินเพื่อสร้างพระบรมรูปทรงม้า แต่กลับมีเงินเหลือกว่าหนึ่งล้านบาท—จำนวนมหาศาลในยุคนั้น ชาวบ้านจึงเรียกเงินนี้ด้วยความรักว่า “เงินหางม้า”
1
รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชดำริให้ใช้เงินจำนวนนี้สร้างอาคารเรียนบนที่ดินพระคลังข้างที่ ณ ปทุมวัน รวม 1,309 ไร่ วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2458 สร้างฐานแห่งอุดมศึกษาให้มั่นคงถาวร
1
วันที่สยามมีมหาวิทยาลัยของชาติ—และกำเนิดชื่อที่ไม่เหมือนใคร
พระราชประสงค์ของพระองค์ปรากฏชัดเมื่อทรงมีพระราชดำรัสในวันวางศิลาฤกษ์ว่า มหาวิทยาลัยนี้คือสิ่งที่รัชกาลที่ 5 ทรงปรารถนาไว้ยาวนาน และในฐานะรัชทายาท พระองค์ต้องทำให้สำเร็จสมพระราชประสงค์
1
เพียงหนึ่งปีถัดมา วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 .. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงสถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็น …
“จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”
เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติแด่รัชกาลที่ 5
ผู้เป็นต้นกำเนิดของการพัฒนาการศึกษาไทยตามแบบตะวันตก
1
นี่เองคือคำตอบว่า เหตุใดชื่อจึงเรียงโดยให้ “จุฬาลงกรณ์” นำหน้า
เพราะพระองค์ทรงตั้งพระทัยให้ชื่อมหาวิทยาลัยเป็น “พระนาม” ของพระราชบิดา มิใช่ชื่อสถานศึกษาในเชิงโครงสร้างองค์กรแต่เป็น อนุสรณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณ ที่ควรค่าแก่การจารึกนำหน้าไว้เสมอ
1
จาก 4 คณะ สู่มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ
ในช่วงแรก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดสอน 4 คณะ ได้แก่
• รัฐประศาสนศาสตร์
• แพทยศาสตร์
• วิศวกรรมศาสตร์
• อักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์
หลังจากนั้นมหาวิทยาลัยก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านยุคต่างๆ ได้แก่
• พ.ศ. 2459–2465 วางมาตรฐานการศึกษาชั้นสูง
• พ.ศ. 2466–2480 รับนักเรียนมัธยมบริบูรณ์สู่หลายคณะ
• พ.ศ. 2481–2490 ตั้งโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
• พ.ศ. 2491–2503 ยุคขยายหลักสูตรระดับปริญญาตรี
• พ.ศ. 2504 เป็นต้นมา สู่ยุควิจัย บัณฑิตศึกษา และสถาบันวิจัยหลากหลายสาขา
ทุกก้าวคือการเดินหน้าตามพระราชประสงค์ให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็น รากฐานความรู้ของชาติ และเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ที่มีชีวิต ..
ไม่ใช่ด้วยหินหรือทองคำ
แต่ด้วย “ปัญญา” ของประชาชนไทยรุ่นแล้วรุ่นเล่า
ดังนั้น… ชื่อที่แตกต่างนี้จึงงดงามอย่างยิ่ง
เพราะ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ไม่ใช่เพียงสถานศึกษาที่นำพระนามเจ้าอยู่หัวมาต่อท้าย … แต่คือ
มหาวิทยาลัยที่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อถวายแด่พระองค์
จึงต้องให้ “จุฬาลงกรณ์” อยู่หน้าอย่างสง่างาม สมพระเกียรติ และสมเจตนารมณ์ดั้งเดิม
1
ชื่อที่อ่านแล้วไพเราะ
ชื่อที่มีประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ในทุกพยางค์
ชื่อที่บรรจุความรัก ความกตัญญู และความหวังของชาติ
ชื่อที่ไม่มีตะเข็บให้สะดุด… เช่นเดียวกับเรื่องราวของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แห่งนี้เอง
โฆษณา