4 ม.ค. เวลา 15:10 • ท่องเที่ยว

เชียงคาน!! 📍เลย

สิ้นปีแล้ว ยังไม่ได้ไปเที่ยวอีสานเลย นี่ก็จะกลางเดือนแล้ว เหลือเวลาปัดๆก็ประมาณ 20 วัน ในการเที่ยว เลยคิดว่าช่วงนี้อะไรเหมาะที่สุดกับการไปอีสาน เลื่อนๆเฟสไปเจอความทรงจำที่ขึ้นแชร์ไว้เมื่อประมาณอยู่ ม.3-ม.4 แชร์โพสต์ถนนคนเดินเชียงคานไว้ เอ๊ะ!หรือว่าจะไปดี เลยไปดูรีวิวใน Tiktok เขาว่าช่วงสิ้นปี ธันวา-มกรา เป็นช่วงไฮซีซั่น ปกตินี่ไม่ค่อยได้เที่ยวช่วงนี้ซะเท่าไหร่ เลยลังเลว่าจะไปดีไหม แต่ด้วยความที่ช่วงนี้อินกับเรื่องของกิน และดูรีวิวที่ต่างๆของอีสาน ที่นี่น่าจะเหมาะสมที่สุด เลยเลือกที่จะไป
สิ่งที่อยากไป 2 ที่สำหรับที่นี่คือ ถนนคนเดินเชียงคาน และ อุทยานแห่งชาติภูเรือ เลยดูระยะห่างของ 2 พื้นที่นี้ ระยะห่างประมาณ 100 กิโลเมตร+- มี 3 เส้นทางให้เลือก 1.ทางเลียบชายแดนไทยลาว 2.ทางลัด(ภาษาคนพื้นที่) 3.ทางเข้าเมือง นี่ก็กดเลือกทางลัดไป แต่งงว่าทำไมมันใช้เวลาตั้งเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าเลย? เลยเข้าไปดูรีวิวใน TikTok ถึงได้รู้ว่า ทางมันอัตราย มีเนินสูง และมีเรื่องเล่าเยอะ ตั้งแต่ดูรีวิว มีแต่คนบอกว่าน่ากลัว เพราะไม่มีปั้มน้ำมัน ไม่มีบ้านผู้คน มึแต่ป่าและเขา หากเกิดอุบัติเหตุไปจะลำบาก
ซ้ายสุดคือทางชายแดนไทย-ลาว กลางคือทางลัด ขวาสุดคือทางเข้าเมืองเลย
นี่เลยคิดว่าแค่จะไปแค่เชียงคานก็พอ อย่างน้อยเชียงคานก็ยังมี“ภูทอก”ให้ได้ไป ไว้รอไปภูเรือในทริปหน้าละกัน ที่อยากไปภูเรือเพราะเห็นคนรีวิวเยอะว่า“ภูเรือหนาวสุดในสยาม” ก็ประมาณนั้น เลยอยากไปลองดูว่ามันจะสักแค่ไหน555 แต่ไว้ทริปหน้าละกัน อันนี้เน้นพักผ่อนเอาฟีลเหมือนทริปตรังก็พอ เพราะว่ามันไกล แถมดูรีวิวเส้นทาง มีแต่คนเจอผี-.-
ดูตารางตัวเอง มีเวลาไม่มากสำหรับเดือนนี้ ถ้าหาวันไป ก็คงได้ไปปีหน้าแน่ๆ ซึ่งอยากไปเดือนนี้เท่านั้น!!! พอสรุปวันได้ ก็ต้องดูเที่ยวรถ ยากกว่าหาวันไปก็หาเที่ยวรถเนี่ยแหละ เต็มเกือบหมด นอยมาก และบริษัททัวร์รถที่อยากไปก็หมด เพราะช่วงนี้ไฮซีซั่น แต่สวรรค์ก็เหมือนเมตตา เหลือที่ว่าง 1 ที่ และเป็นที่นั่งคนเดียว ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่บริษัทรถที่อยากได้ แต่ถ้าไม่เอาอันนี้ ก็คงไม่ได้ไปแน่ๆ เลยรีบจองอย่างไว ขาไปและขากลับนั่งคนละบริษัทกัน จบทริปจะมารีวิวว่าอันไหนดีกว่า
เหลือ A9 ที่เดียว ที่นั่งเดี่ยว ไม่ต้องนั่งคู่กับใคร!!!
มีเวลาเตรียมตัวตั้ง 2 อาทิตย์ เหงาๆ เลยไปหาดูรีวิวต่างๆของเชียงคาน ปกติเวลาไปเที่ยวไหน จะดูแค่รีวิวสั้นๆพอ เพราะว่ากลัวคาดหวังเกินไป แล้วถ้าไปจริงๆไม่เป็นแบบที่หวัง กลัวจะรู้สึกเที่ยวไม่สนุก แต่รอบนี้ขอดูหน่อยละกัน ส่วนใหญ่ที่เขารีวิวกันก็จะเป็น ถนนคนเดิน ที่พักที่เป็นอาคารไม้วินเทจ บางหลังอายุเกือบ 200 ปี ส่วนเรื่องอาหารที่ดูๆมา ก็จะมีกุ้ง,หอย,ปูเสียบไม้ ที่เป็นของซิกเนเจอร์ที่นี่ อีกอันที่เห็นคนรีวิวกันเยอะมากคือ“จุ่มนัวยายพัด“ คือดูรีวิว 100 รีวิว มีจุ่มนัวไปแล้ว 99 คงต้องไปเช็คอินซะแล้ว!
พอใกล้ถึงวันที่จะไป ก็เก็บของ พยายามจะไม่เอาอะไรไปเยอะ จัดไปจัดมา เอ้า!ทำไมกระเป๋าโต555 คือมันเอาไปเผื่อๆอะเนอะ นิสัยนี้แก้ไม่หายสักที รู้ว่าเอาไป บางอย่างก็ไม่ได้ใช้ จะเอาไปให้หนักทำไม
จัดกระเป๋าได้สักพัก ลืมว่าเราไปถึงเช้านี่หว่า จะมีร้านเช่ารถเปิดไหม เลยไปหารีวิวร้านเช่ารถต่างๆ คือไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ มีแต่รถเก่าๆ เหมือนมันแค่เหมาะกับการขับแถวนั้นสั้นๆมากกว่า ดูรีวิวก็เหมือนรถส่วนใหญ่จะมีปัญหาบ่อยนิดนึ๊งง~ ก็คืออยากได้รถดีๆไปเลย เผื่อเหงาๆ จะได้แกล้งบ้าขับไปภูเรือแล้วไปได้เลยไรงี้555
เลื่อนดู TikTok ไปเรื่อยๆ เจอคลิปหนึ่ง เป็นคลิปที่ไม่ดังมากคนถูกใจแค่ 10 คน รีวิวไปเที่ยวเชียงคาน แล้วเขาเช่ารถ PCX160 300 บาท มึ๊งง!!! 300 บาท!!! แล้วเป็น PCX ตัวใหม่ คือตอนนั้นตาลุกวาวเลยว่าร้านไหน!! แต่ร้านนี้จะไม่มีเพจ มีแต่เบอร์โทร แอบติดต่อยากนิดนึง เด็ก Gen Z ไม่อยากโทรคุย ตอนแรกตัดใจจะไม่เอาละ เพราะแค่เหตุผลว่าไม่อยากโทรไป555
เลยไปดูในกลุ่มเชียงคาน เกี่ยวกับรถเช่า เจอใหม่สุดก็เวสป้า แต่คือนี่ไม่เคยขับ เพราะรู้สึกว่ามันแพง ถ้าทำล้มขึ้นมา น่าจะหลายบาทอยู่… แถมถ้าขับไปไกลๆอาจจะไม่เหมาะ เพราะกินน้ำมันมาก เลยปัดตกร้านนี้ไป ก็ดูร้านอื่นไปเรื่อยๆ มีเฟสลุงคนนึง ไม่ใช่เพจ แต่เป็นเฟสส่วนบุคคล ไม่ใส่รูปรถด้วยนะ ใส่แต่เบอร์โทร แถมบอกแค่ว่า ซอย 8 นี่เอ๊ะว่าทำไมเบอร์มันคุ้นๆว่ะ สรุปเบอร์เดียวกัน
นี่รีบทักเฟสเลย555 อย่างน้อยก็ไม่ได้โทรละว่ะ! แต่จะว่าไปคือ ลุงอินโทรเวิทไปป่ะ จากใจคนเรียนบริหาร อยากช่วยทำการตลาดให้พี่แกมาก555 สรุปก็ได้จองไปเรียบร้อย ฟินว่ะ เช่า pcx 300 บาท เริส ปกติรุ่นนี้ต้อง 4-5-600+++ แล้วคืออะไรลุงมีรถเช่าแค่สองคัน คือแอบเก๋ เหมือนรถที่บ้านมันว่าง เลยเอามาปล่อยเช่า555
ชื่อเฟสลุงนะ เผื่อมีคนไม่อยากโทรคุยแบบเรา555
พอถึงวันจริง นี่กะว่าจะไปเงียบๆ แอ๊บๆ สรุปเพื่อนก็ไป(แต่ไปกรุงเทพนะ) ก็เลยได้นั่งรถไปหมอชิตด้วยกัน จะตลกมาก ถ้าต่างคนต่างแอ๊บแล้วมาเจอกันที่คิวรถอ่ะ555
รถออก 19:00 นี่เวลา 16:10 เหงาๆเลยชวนเพื่อนไปเดินเล่นสวนสาธารณะสิริกิจกัต นั่งแกร๊ปไป คนขับก็คือทรงAขับเวฟมาก เขาพูดคุยด้วย นี่ก็เออๆออๆไป พอถึงที่หมาย เขาถามว่าไปเที่ยวไหนครับ ก็เลยบอกว่าจะไปเชียงคานครับ เขาก็ว่า โห่ว!!! เที่ยวไกลนะพี่ เดินทางปลอดภัยนะครับ จังหวะนั้นคือ “เออเริส ทรงAอวยพรเวอร์555“ แต่ก็น่ารักดีนะ ส่วนรถเพื่อนยังมาไม่ถึง นี่ก็เลยเดินเล่นไปก่อน สรุปกว่าจะหากันเจอใช้เวลาครึ่งชั่วโมง เพราะแมพเอ๋อ บอกไม่รู้เรื่อง ตลกมาก อยู่ที่เดียวกันเเท้ๆ555
เดินเล่นจนถึงใกล้เวลาขึ้นรถ เรียกแกร๊ปกลับไปหมอชิต ก็เดินไปรอรถที่ชานชลา รถมาพอดีเลย สภาพภายนอกดูใหม่อยู่ แต่ข้างในก็อาจจะยัง นี่ว่ายังไม่สมกับราคาที่จ่ายไปสักเท่าไหร่
พอขึ้นรถไป ผู้โดยสารก็คุยภาษาอีสานกัน มักม้วนหลาย ขนาดพนักงานยังพูด ทำให้ดูเป็นกันเองมาก นี่เวลาไปเที่ยวไหน จุดเริ่มต้นแรกที่จะได้ยินเขาคุยกันด้วยภาษาท้องถิ่น ก็ต้องเป็นที่รถนี่แหละ ระหว่างทางคือเสียงรถดังมาก สั่นไปหมด นอนไม่ค่อยสบายเลย ต้องฝืนนอนเพราะเดี้ยวไม่มีแรงเที่ยว… แล้วคือไร จอดอยู่อย่างงั้น บางช่วงกำลังได้ที่ละ สรุปเปิดไฟส่งผู้โดยสารอยู่อย่างงั้น แล้วถี่มาก บางที่รับของ บางที่ส่งของ… (ไม่ผิดที่บริษัทรถ แนะนำให้เอาผ้าปิดตาไปด้วย)
ถึงเชียงคานแล้ววว เย๊! นานมากกว่าจะถึง รู้สึกยม เลยเดินไปที่พัก เพราะไม่อยากโทรหาเจ้าของให้มารับ ระหว่างทาง ต้องเข้าไปซอยวัด คือมีแต่โกศorโกสท์เวอร์ เต็มไปหมด เหมือนจะเหงา แต่ก็แค่เหมือน moodมากกก555
ทางที่เดิน แต่ตอนนั้นมันมืดกว่านี้ เขาปิดไฟหมด-.-
พอถึงที่พัก ที่พักปิด นี่ก็เงอะๆงะๆว่าเอาไงดี ต้องโทรแล้วไหม สรุปมีใครไม่รู้เดินมา เขาบอกว่าเปิดได้เลยลูก นี่ก็คิดว่าเขาอาจจะเป็นเจ้าของ สรุปคือไม่ใช่ พอเจ้าของตัวจริงเดินลงมารับ เขาก็ถามว่า มากับป้าคนนั้นหรอ นี่บอกไม่ แล้วก็ถามว่า“เอ่า! พี่ไม่รู้จักเขาหรอครับ?” พี่เขาตอบไม่ เอ้าแล้วสรุปใคร? ใครก็ไม่รู้555 แต่ที่งงคือ เปิดเข้ามาแบบนี้ได้เลยหรอ? ไม่กลัวขโมยหรอเอาดีๆ แอบตกใจ555 (โชคยังดีนะที่พี่เขาเห็นป้าเหมือนกัน ถ้าพี่เขาไม่เห็น แต่เราเห็นอาจจะเป็นอีกmoodนึง555)
รอรถที่เช่ามาส่ง ว่าจะขับไปภูทอก ตั้งแต่มาที่นี่ ผู้คนน่ารักมาก ถามไถ่มาจากไหน ไปเที่ยวไหน รู้สึกดีมาก ก่อนอื่นขอไปหาไรกินที่ภูทอกก่อน ข้างล่างภูมีของขายเยอะอยู่ เลยซื้อข้าวจี่กับหมูปื้งไปกินบนภู ตอนขึ้นไปทำใจไว้ละว่าหมอกไม่มีแน่ๆ เพราะระหว่างทาง คือไม่มีให้เห็นเลย สรุปขึ้นไปก็พอมีอยู่ แต่จางๆ แต่ก็ยังดีที่ยังมีให้เห็น ก่อนจะมาป้าคนนั้นบอกว่า ช่วงนี้หมอกเยอะ แต่ว่าเยอะเราอาจจะไม่เท่ากัน555 แต่แบบนี้ก็สวยดีนะ พอพระอาทิตย์ขึ้น แสงส่องมาที่หมอก ทำให้สวยขึ้นไปอีก
ภูทอกกับหมอกจางๆ (25 ธันวา 68)
พอดื่มด่ำกับบรรยากาศเสร็จก็ว่าจะไปกินจุ่มนัวยายพัดต่อเลย ถึงร้านสั่งจุ่มนัวเลย รสชาติก็เหมือนกินสุกี้ที่ใส่ซอสเย็นตาโฟมาก อร่อยดีนะ แล้วคือไร รางวัลอะไรไม่รู้ติดเต็มกำแพงเวอร์ ถ้าไม่อร่อยคงไม่ใช่ละ555
”จุ่มนัวยายพัด“
ระหว่างกิน มีลุงคนนึงมานั่งกินอาหารที่นี่ แล้วคุยกันกับเจ้าของร้าน ตอนแรกฟังๆ ก็เป็นเกี่ยวกับเรื่องทั่วไป หลังๆเหมือนคุยกันเรื่องบรรพบุรุษ ประมาณว่า ที่ได้มาอยู่ที่อีสานของประเทศไทย เพราะพ่อกับแม่หนีสงครามจากลาวมา นี่เดาๆว่า น่าจะเป็นสงครามกลางเมืองลาว เคยอ่านมาว่าลาวเคยรบกันเอง เกี่ยวกับระบบปกครอง ฝ่ายคอมมิวนิสต์ กับ ฝ่ายรัฐบาล คือปกติชอบอ่าน/ฟังเรื่องอะไรแบบนี้อยู่แล้ว พอเจอคนจริงๆกำลังคุยกันเรื่องนี้ หูตาถึงกับผึ่ง5555
หลังจากกินเสร็จก็ไม่รู้จะไปไหน ก็เลยไปภูเรือละกัน555 เลือกไปทางเข้าเมือง(เส้นแดงที่เขียนไว้บนรูปข้างบน) เพราะว่าไม่กล้าไปทางลัด ก็ขับไปเรื่อยๆ พอแยกออกจากเส้นตัวเมือง กำลังไปเส้นภูเรือ ระหว่างทางสวยมาก รู้สึก dejavu เหมือนตอนไปเชียงใหม่เลย อากาศมันหนาว พร้อมมีภูเขาออบล้อม เหมือนตอนที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ ตอนขึ้นดอยอินทนนท์เลย ขับๆไปเรื่อย รู้สึกว่าเป็น 100 โลที่ไกลมาก คือขับรถจนเปื่อย แต่ก่อนขับรถไกลๆไปได้ไงวะ พอถึงอุทยานภูเรือทางขึ้นแอบอุ ถนนมันผุพังเหมือนขับรถบนดวงจันทร์เวอร์
พอเริ่มใกล้จะถึงยอดรู้สึกเริ่มเย็นขึ้นมาเรื่อย เย็นแบบไม่ได้หนาว แต่เป็นเย็นแบบว่าลมเย็นเหมือนลมในช่องฟิตตู้เย็น พอถึงลานจอดรถ ก็มีรถอุทยานให้บริการสำหรับขึ้นยอดภู 20 บาทไป-กลับ ระหว่างทางเจอพี่สองคน ชวนเราคุย เห็นเรามาคนเดียว ถ่ายรูปคนเดียว เลยอาสาจะถ่ายรูปให้ แต่นี่เขินเลยปฏิเสธไป เค้าถามว่ามาจากไหน นี่บอกว่ามาจากบ้าน อ่ะหยอกก555
คือพี่เขาชวนคุยดีมาก เขาว่าเราเก่งที่เที่ยวตัวคนเดียวได้ เขาว่าตอนเขาอายุเท่านี้ ยังไม่เคยกล้าที่ทำแบบนี้เลย เค้าพึ่งมาเที่ยวตอนอายุเลข 3 กลางๆ เขาบอกว่า ช่วงนี้มีเงินก็จริง แต่สุขภาพอาจไม่ได้ดีเท่าเลข 2 ใหม่ๆ ทำงานแล้วต้องหาวันหยุดไปเที่ยวอีก แล้ววันหยุดก็ตรงกับคนอื่นหยุดเหมือนกัน ทำให้เวลาไปเที่ยวไหนคนก็เยอะ นี่ก็คุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวกัน รู้สึกดีมาก
พี่เขาบอกว่าถ้าน้องเที่ยวคนเดียวแบบนี้ พี่เขาแนะนำให้ลองไปเดินป่าดู มีเพื่อนใหม่ๆมาแน่นอน นี่เอาเป็นว่าค่อยคิด555 เพราะคิดว่าน่าจะยังไม่ใช่สายเดินป่าสักเท่าไหร่ พอเดินชมไรเสร็จ ก็ลงมาหาซื้อของกินร้านสวัสดิการ คนขายที่นี่พูดจาดีมาก บริการดี ชอบสุดๆ แถมพูดเพราะกับนักท่องเที่ยวทุกคนเลย
อุทยานแห่งชาติภูเรือ
ลืมเล่าว่าพี่เขาแนะนำให้ไปที่บ้านระเบียงเมาว์ดู เพราะเป็นทางผ่านพอดี พวกพี่เขาพึ่งไปเมื่อวาน นี่ก็เหมือนเห็นในรีวิวอยู่ว่า เป็นคาเฟ่ดัง โอเครงั้นไปก็ได้ ระหว่างทางลงอุทยานภูเรือ มันเป็นเนินเขา ต้องเบรคตลอด อยู่ๆเบรคข้างขวาก็ไม่มีแรงซะงั้น ตอนนั้นตกใจมาก แบบมากๆ เพราะกลัวไหลตกเขา โชคยังดีที่ยังมีอีกข้างไว้อยู่ ตอนนั้นต้องขับแบบระวังมากๆ พอถึงข้างล่างรู้สึกโล่งละ เบรคก็กลับมาใช้ได้แล้ว ก็เลยไปคาเฟ่ต่อเลย
สรุปไปคาเฟ่ ก็เป็นทางขึ้นเขาอีก555 ฝืนขึ้นไปเพราะอยากไปดูวิว คือระหว่างทางมีแต่สวนยาง โทษนะมันจะมีคาเฟ่ให้จริงป่ะเนี่ย แอบบ่นในใจ พอถึงยอดก็เจอร้านแล้ว เข้าไปสั่งน้ำ ตกใจราคามาก แพงหรอ? ป่าวเลย คือถูกมาก เริ่มต้น 40 บาทเอง แล้วอยู่บนยอดภู บรรยากาศดีแบบนี้ ตอนแรกคิดว่าจะแพง อึ้งราคามาก แถมวิวร้านยังสวยอีก ฟิน ฟิน ฟิน
”คาเฟ่ บ้านระเบียงเมาว์“
พอขากลับต้องลงเขาอีกแล้ว ภาวนาเอาเด้อ เบรคจะเป็นอะไรอีกไหม ตอนลงก็แอบงงตัวเอง ว่ากูขึ้นมาได้ไงเนี่ย สูงมากแล้วทางแคบเวอร์ มันสูงจนแบบจะอ้วกอ่ะ แต่อย่างน้อยก็ลงได้แบบปลอดภัย แน่ใจคิดว่าไม่อยากไปทางเดิมที่มาตอนเช้าแล้ว เพราะไกล อยากถึงเร็วๆ เลยเลือกไปทางลัดดีกว่า ทางที่บอกว่าน่ากลัวๆอ่ะ
มีแต่คนรีวิวว่าทางมันชันและน่ากลัว แต่มันเป็นทางลัด จาก 120 โลเหลือ 80 โล ก็เลยเลือกที่จะลองไปดูแล้วกัน พอถึงทางเข้าถนน ป้ายเตือนสีเหลืองเต็มไปหมด สิไปต่อ หรือสิพอตรงนี้ดีว่ะ แต่ใจคือเลือกที่จะไป เอาว่ะเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วก็เชื่อมั่นในรถตัวเองด้วย พอขับขับไปทางมันก็สูงจริงๆ มันสูงแบบเป็นคลื่น แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรขนาดนั้น นี่รู้สึกด้วยซ้ำว่าคนใน TikTok รีวิวเวอร์เกินไป แต่มันจะน่ากลัวตรงที่ว่าถ้ามาตอนกลางคืน อาจจะต้องระวัง
มีป้ายเหลืองเตือนแบบนี้เกือบตลอดทั้งทาง
หลังจากออกจากถนนเส้นนั้นมาแล้ว ก็เลยไปสกายวอล์คเชียงคานดีกว่า พอถึงที่ คนเงียบมาก แต่มีร้านค้าเต็มไปหมด พอขึ้นไปบนสกายวอล์ค จะมีรถรับส่ง ไม่สามารถนำรถขึ้นไปเองได้ รวมกับค่าบริการแล้ว 60 บาท พอขึ้นไปนี่ก็รู้สึกเฉยๆ ก็เป็นวิวแม่น้ำโขง กับภูเขา นี่ขึ้นไปอยู่ไม่ถึง 10 นาทีก็ลงมาเลย พร้อมที่จะกลับไปที่ที่พัก555
กระจกใสๆ กับอากาศร้อนๆ
ขับรถจากสกายวอล์คถึงที่พัก ห่างกันประมาณ 15 โล ถึงที่ก็รีบเช็คอินเลย รู้สึกเหนื่อยมากวันนี้ ขับรถมาทั้งวัน แต่ก็คุ้มสุดๆ ตอนแรกว่าจะไม่ไปภูเรือ แต่ด้วยเวลาที่มันเหลือเยอะมากๆ กลัวเหงาเพราะกว่าจะถึงเวลาเช็คอินก็ 14:00 ออกจากเชียงคานตอน 8 โมง ไปเที่ยวภูเรือจนเสร็จ จนถึงกลับมาที่พัก เพิ่งจะบ่ายสองครึ่งเอง นี่ขนาดเที่ยวขนาดนี้แล้วนะ ถ้าไม่เลือกที่จะไป ก็คงรอจนอ่อม555
เข้าห้องแล้วก็นอนเลย ตื่นมาอีกทีนึง 5 โมงกว่าแล้ว ว่าจะออกไปเดินถนนคนเดิน อาบน้ำแต่งตัวทำอะไรเสร็จ ก็ออกไป เดินออกจากหน้าที่พักก็ถึงแล้ว ของที่นี่ขายเยอะมาก มีทั้งของกิน และของฝาก ที่ชอบมากก็คือเรื่องราคา ราคาไม่แรงเลย ซื้อกุ้งเสียบมาลองชิมดู ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ ก็อร่อยดีนะรสชาติมันๆเค็ม คือเดินตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย มีแต่คนถือกุ้งเสียบกิน ระหว่างเดินก็เห็นร้านผัดไทยห่อใบบัว ที่เคยดูมาใน TikTok ตอนนี้ได้อยู่หน้าร้านจริงๆแล้ว แต่วันนี้ใบบัวหมด เลยได้ใบตองมาแทน
ผัดไทย,กุ้งเสียบ,ข้าวปุกงา
ขากลับเดินเห็นร้านดัง ร้านบัวลอยอะไรซักอย่าง คนมารีวิวเยอะอยู่นะ ก็เลยลองสั่งมากินดู รู้สึกว่าก็อร่อยดี ก็บัวลอยอ่ะ เฉยๆ ไม่ได้ว้าวขนาดนั้น แต่อร่อยน้าา
“บัวลอยโรจน์เลย”
โอเคได้ของหวานของคาวครบแล้ว กลับไปกินที่ห้องดีกว่า นี่ชอบผัดไทยมาก อร่อยดี ห่อมาได้น่ารักมาก ไม่อยากแกะกินเลย
หลังจากกินเสร็จก็ ทำอะไรให้เรียบร้อย พร้อมนอน พรุ่งนี้ยังไม่รู้เลยว่าอยากไปไหน จะไปภูทอกอีกดีไหม เผื่อได้เจอหมอกแบบหนาๆ เอาเป็นว่าค่อยคิดขอนอนก่อนละกัน
Day 2
โอเครตื่นละ อาบน้ำแต่งตัว ลงไปนั่งเล่นข้างล่างที่พัก ก็เห็นคนมาใส่บาตร เหมือนการใส่บาตรที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น จะเป็นการใส่บาตรข้าวเหนียว เช้าวันนี้อากาศหนาวมาก หนาวกว่าเมื่อวาน ไม่รู้จะไปไหน เลยไปภูทอกอีกวันก็ได้ ตอนขับรถไปหนาวมาก เหมือนอยู่เชียงใหม่ คือขับรถหนาวจนมือแข็ง ระหว่างทางไปภูทอกมีหมอกปกคลุมภูเขาสวยมาก
พอถึงภูทอก ก็ไปหาซื้อข้าวจี่ขึ้นไปกินข้างบน ถึงข้างบนแล้วคนเยอะกว่าเมื่อวานนิดหน่อย อากาศข้างบนดีกว่าเมื่อวานมาก แต่ไม่มีหมอกเลย-.- พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าวันนี้ลมแรง ทำให้หมอกไม่เกาะตัว แต่แบบนี้ก็ดีไปอีกแบบ เพราะว่าอากาศหนาว ได้บรรยากาศที่ไม่เหมือนเมื่อวาน ทั้งๆที่ห่างกันแค่หนึ่งวัน
ภูทอก DAY 2 (26 ธันวาคม 68)
พอกลับจากภูทอก ระหว่างทาง ก็เจอเด็กนักเรียนกำลังตั้งแถวเดินพาเหรดอยู่ เพราะช่วงนี้มีกีฬาสี ทำให้คิดถึงตอนมัธยมมาก พอถึงก็เอารถไปคืน แวะซื้อชาไทยหน้าร้านเช่ารถ พี่คนขายชวนคุยดีมาก แถมน้ำก็อร่อยด้วย
”ชาไทย“
แล้วก็เดินกลับที่พัก พี่เจ้าของที่พักก็เอาอาหารเช้ามาเสิร์ฟ เป็นข้าวต้มหมู อร่อยเวอร์>.< ระหว่างทานได้คุยกับพี่เขา นี่เล่าเรื่องที่เบรครถมันไม่ค่อยดีให้พี่เค้าฟัง พี่เขาบอกว่าปกติเช่ารถที่นี่ จะให้ขับแค่ในเชียงคานเท่านั้น เพราะว่าเชียงคานติดกับชายแดนฝั่งลาว มันง่ายต่อการที่จะโดนขโมยรถ นี่ไม่รู้ว่ามีแบบนี้ด้วย แต่นี่บอกเจ้าของที่เช่ารถไปแล้วว่า เอารถไปเที่ยวที่อื่นมา เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร
”เป็นข้าวต้มที่อยากกลับไปกินอีก“
ตอนนี้เหงาเหงา เก็บของรอเช็คเอาท์ตอนเที่ยง ตอนนี้จะอยู่ในห้องให้นานที่สุด เพราะว่าเช็กเอาท์แล้ว จะไม่มีที่อยู่แล้วนะ555
และแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องเช็คเอาท์ออก เดินลงมา พี่เจ้าของห้องบอกถ้าไม่รู้ไปไหน เดี้ยวพี่เปิดห้องพัดลมให้นะ แต่นี่เกรงใจเขา เลยบอกพี่เขาว่าจะไปปั่นจักรยานเล่นที่แก่งคุดคู้ พอปั่นจักรยานออกมา มู๊ดดีมาก ไม่มีคน เงียบสงบ เห็นบางคนก็ปั่นจักรยานร่วมกันระหว่างทาง ดูวิวโขง ดูฝั่งลาว ฝั่งบ้านเขาก็สวยดีนะ มีวัดเต็มไปหมด น่าไปมาก พอปั่นถึงคุดคู้ ก็เห็นมีร้านของฝากเต็มไปหมด ส่วนใหญ่จะเป็นมะพร้าวแก้ว กับ ขนมจีนอบแห้งหลายๆสี น่าสนใจดี แต่ไม่ได้ซื้ออะไรกลับมาเลย555
แก่งคุดคู้
พอขับกลับมาถึงที่พัก เหนื่อยมาก ขอกินน้ำเติมพลังก่อน ลุกไปเปิดพัดลม หื้อ!หนาวมาก ยังกับลมแอร์ เพราะอากาศมันดี ฟินเวอร์ เลยค้นหาคาเฟ่ใกล้ฉัน ไปเจอคาเฟ่นึงที่เขารีวิวว่าเป็นคาเฟ่ที่ไม่มีชื่อ และไม่ค่อยที่จะเปิดร้าน ถึงขนาดที่ว่า คนที่ไปเม้นในคลิปรีวิวแต่ละคน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องมีบุญจริงๆ ถึงจะไปแล้วร้านเปิด นี้เลยไปท้าบุญตัวเองสักหน่อยสิ สรุปเปิดจ้า เย้!555
สั่งชาเขียวไป ราคา 50 บาท พอได้น้ำมา เออว่ะ! เชื่อละว่าทำไม ถึงตั้งชื่อร้านให้ว่าร้านคาเฟ่ที่ไม่มีชื่อ(ตามที่นักรีวิวเขาพูดกัน) ก็คือไม่มีชื่อจริงๆ ขนาดฉลากยังไม่สกรีนชื่อเลย555 คือเก๋อ่ะ ชอบๆ แล้วร้านบริการดีนะ มีบาริสต้าทำคนเดียว
ไม่มีชื่อจริงๆ555
นั่งเล่นโทรศัพท์ไป เหงาๆเลยว่าจะไปหากินข้าวดีกว่า เลยว่าจะไปจุ่มนัวยายพัด ปั่นจักรยานไปสรุปหมด!! นอยอ่าา เลยปั่นเล่นไปเรื่อยๆ จนไปเจอร้าน “สองผัวเมีย” ตอนแรกจะสั่งข้าวซอย สรุปหมดที่ฉันพอดี นอยอ่า*2 เลยสั่งก๊วยเตี้ยวไป รสชาติเฉยๆ ก็อร่อยดี กินเสร็จก็ปั่นชมวิวตามซอย ไปเจอร้านผัดไทยคุณยายคนนึง นั่งเหงาๆอยู่ในร้าน แล้วนึกได้ว่าพี่เจ้าของห้องแนะนำเมื่อวานว่า กินผัดไทยใบบัวแล้ว ต้องไปลองผัดไทยคุณยายด้วยนะ
เลยสั่งมา 1 ห่อ คุณยายหูไม่ค่อยจะได้ยินหน่อยนะ แกผัดสดๆเลย ให้ฟิวเหมือนยายทำกับข้าวให้กินมาก ยายพูดเพราะ พอทำเสร็จนี่ก็ถ่ายรูปผัดไทยคู่กับป้ายชื่อร้าน ยายเลยบอกว่า“ชวนเพื่อนมากินผัดไทยยายเยอะๆนะ ผัดไทยยายอร่อย” คุณยายน่ารักมากจริงๆ ร้านอยู่ตรงข้างๆวัดศรีคุณเมืองเลย มาตามซื้อกันได้
พอปั่นกลับมาร้าน พี่เจ้าของกินเห็นเราซื้อผัดไทยมา ก็บอกว่า ใช่ผัดไทยคุณยายใช่ไหม ยายเขาทำอร่อยนะ พี่เขาบอกว่าแกผัดตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนตอนนี้อายุ 80 กว่าแล้ว ผัดไทยในตำนานเลยนะเนี่ย คุณป้าที่ขายหมวกข้างที่พักก็บอกว่าคุณยายทำอร่อยนะ ได้เยอะด้วย ตอนนั้นคือมีแต่คนพูดว่าอร่อย อร่อย กันไปหมด มันจะสักแค่ไหนกันเชียวว่ะ คนในพื้นที่พูดกันขนาดนี้
เลยแกะห่อลองชิม เออว่ะ! อร่อยจริง มึงมันอร่อยมาก ผัดเส้นแบบเละๆ ไม่แห้ง เส้นนุ่มๆ นี่ชอบมาก แล้วถูกด้วย ธรรมดา 30 ใส่ไข่ 40 บาทเอง นี่ขอตั้งชื่อใหม่ให้คุณยายเลยว่า ผัดไทยนอกกระแสในตำนาน #เชียงคาน 555 อยากให้มาลอง
เนี่ย! พอตัวเองได้มาเจออะไรอร่อยๆ เวลาไปเที่ยว มันรู้สึกทรมาณอีกแบบนึงนะ ที่ว่าถ้ากลับไปบางแสนแล้วเกิดอยากกินขึ้นมา มันลำบาก555
ก็นั่งเล่นจนถึง 17:00 เลยออกไปเดินเล่นถนนคนเดิน คนยังไม่ค่อยมาเยอะเท่าไหร่ นี่ตั้งใจจะไปซื้อของฝากก่อนกลับ เดินไปสุดทางเดิน ไปซื้อข้าวปุกงานั่งกินริมโขง บรรยากาศดีมาก นั่งมองเรือแล่นผ่าน มองฝูงนกบินเหนือแม่น้ำ กับอากาศเย็นๆ ข้าวปุกร้อนๆ โอ้ย!ดีไปหมด
ปุกงาร้อนๆกับอากาศเย็นๆริมโขง
พอพระอาทิตย์เริ่มตกดิน เริ่มเปลี่ยนมู๊ดไปอีกแบบ สวยมากจริงๆ บ้านไม้ กับท้องฟ้าสีส้ม มองกี่ทีไม่เบื่อเลย เดินถ่ายรูปถ่ายวิดีโอตลอดทาง
ถนนคนเดินเชียงคานตอนเย็น
18:00 ใกล้เวลาจะกลับ แวะซื้อของฝากตลอดทาง จะเป็นพวกตุ๊กตา โปสการ์ด และโมเดล หมดไปหลายบาทอยู่ แต่นานๆทีได้มาเนอะ555
เต็มไม้เต็มมือ
หลังจากทำไรเสร็จ เวลานี้ก็มาถึง เวลาที่ต้องกลับแล้ว ไม่อยากกลับเลย พี่เจ้าของห้องพาไปส่งที่ท่ารถ รอบนี้อีกบริษัททัวร์นึง ถูกลงมาหน่อย แต่รู้สึกสมราคากว่าตอนมา แต่ด้วยความเหนื่อยมาก เลยไม่ได้ถ่ายอะไรมาก ขึ้นรถละหลับเลย ตื่นมาระหว่างทาง มีขนมกับน้ำวางไว้ให้ พี่คนดูแลน่าจะปลุกเราแล้ว แต่เราไม่ตื่น555 แต่ที่เหมือนกันกับอันแรกเลยก็คือ รถจอดตลอดทางเลย น่าจะเป็นปกติของรถ 2 สายนี้ ปกตินั่งรถทัวร์ที่แบบวิ่งยิงยาวเลยไม่ชินเท่าไหร่ แนะนำอย่าลืมที่ปิดตา ถ้าใครอยากสบายหน่อยก็นั่งเครื่องมาเลย555
สรุปแล้วคือไม่อยากกลับเลยจริง ๆ ทั้งที่ถ้ามองเผิน ๆ ที่นี่ก็อาจเป็นแค่อำเภอหนึ่ง มีตลาดให้เดิน มีภูเขาให้ขึ้น แต่พอได้มาอยู่จริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่นั้น สิ่งที่ทำให้ประทับใจที่สุดไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นผู้คนที่น่ารัก เป็นกันเอง ต้อนรับนักท่องเที่ยวดีมาก ถึงจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวดัง คนเยอะ แต่ก็ไม่เคยรู้สึกอึดอัดหรือโดนเอาเปรียบเลย การมาเที่ยวครั้งนี้เลยไม่ได้จบแค่ความสนุก แต่มันจบด้วยความรู้สึกดี ๆ ที่ยังอยากเก็บไว้ และถ้ามีโอกาส ยังไงก็คงได้กลับมาอีกแน่นอน
ไว้เจอกันใหม่ เชียงคาน:)
โฆษณา