4 ม.ค. เวลา 17:08 • ข่าว

เติมน้ำมันแต่ละที เงินที่จ่ายไปถูกแบ่งเป็นค่าอะไรบ้าง?

แวะเข้าไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม แล้วจ่ายเงิน เป็นเรื่องปกติที่ผู้ใช้รถยนต์ทำกันเป็นประจำ แต่รู้หรือไม่ว่าเงินที่เราจ่ายค่าน้ำมันไปนั้น ไม่ใช่ราคาน้ำมันจริงๆ ทั้งหมด... แล้วที่เราจ่ายไปมันคือค่าอะไรกันบ้างหล่ะ?
สั้นๆ ง่ายคือ เงินที่เราจ่ายไปเป็นค่าน้ำมันจริงๆ เพียงแค่ 60-70% แล้วส่วนที่เหลือเราจ่ายไปกับเงื่อนไขต่างๆ ที่ภาครัฐกำหนดไว้ ได้แก่ 1.ภาษีสรรพสามิต เป็นภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงโดยกรมสรรสามิต 2.ภาษีเทศบาล เป็นภาษีที่ต้องจ่ายให้หน่วยงานท้องถิ่น จะคิดในอัตรา 10% ของภาษีสรรพสามิต
3.ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นภาษีการบริโภคที่จัดเก็บเมื่อมีการขายน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทย โดยกรมสรรพากร
4.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีการจัดเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันทุกชนิดส่งเข้ากองทุนฯ เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม (ปัจจุบันเรียกเก็บในอัตราที่แตกต่างกันตามชนิดน้ำมัน เช่น ดีเซลเรียกเก็บ 2.10 บาทต่อลิตร ,น้ำมันแก๊ซโซฮอล์ 95 และ 91 เรียกเก็บ 2.90 บาทต่อลิตร)
5.กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ใช้เป็นทุนหมุนเวียนและค่าใช้จ่ายช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน ปัจจุบันเรียกเก็บอยู่ 0.05 บาท (5 สตางค์) ต่อลิตร และ 6.ค่าการตลาด ที่ผู้ค้าน้ำมันเรียกเก็บจากผู้ใช้ เพื่อเป็นค่าพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าส่วนลดโปรโมชั่นต่างๆ คิดเป็น 5% ของราคาน้ำมัน
ดังนั้นเมื่อไหร่ที่ภาครัฐมีนโยบายปรับเปลี่ยนอัตราเงินเหล่านี้ ก็จะมีผลต่อราคาน้ำมันด้วย แต่โดยปกติภาครัฐจะพิจารณาปรับราคาเมื่อจำเป็น เพื่อไม่ให้กระทบประชาชนมากนัก แต่ส่วนสำคัญที่ทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือราคาน้ำมันโลก ยิ่งปัจจุบันเกิดการสู้รบในประเทศผู้ผลิตน้ำมัน ราคาก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้น
แต่ยังโชคดีที่ไทยมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ไว้คอยพยุงราคาไม่ให้เหวี่ยงปรับขึ้นสูงสุดหรือต่ำสุด ทำให้ประชาชนและผู้ค้าน้ำมัน ค่อยๆ ปรับตัวกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบโลกได้ ✌️
โฆษณา