5 ม.ค. เวลา 01:24 • ประวัติศาสตร์

ตอนที่ 241 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ศพราชทูตไปเมืองจีน

ในปี พ.ศ. 2324 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ส่งคณะราชทูตไปเจริญพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงจีน (จักรพรรดิเฉียนหลง) ดังปรากฏใน "พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา" เอาไว้ว่า
"ครั้นลุศักราช 1143 ปีฉลู ตรีศก ทรงพระกรุณาให้แต่งทูตานุทูตจำทูลพระราชสาส์น คุมเครื่องบรรณาการลงสำเภาออกไป ณ เมืองจีน" (1 : 94)
คณะราชทูตไปเมืองจีนในคราวนี้ มีพระยาสุนทรอภัยเป็นหัวหน้าคณะราชทูต ดังปรากฏใน "พระราชสาส์นไปเมืองจีนครั้งกรุงธนบุรี ปีฉลู ตรีศก จุลศักราช 1143" เอาไว้ว่า
"พระยาสุนธรอภัย ราชทูต หลวงพิไชยเสน่หา อุปทูต หลวงพจนาพิพล ตรีทูต" (2 : 6)
เมื่อเดินทางไปถึงเมืองจีน พระยาสุนทรอภัยหัวหน้าคณะราชทูตได้ล้มป่วยและถึงแก่อสัญกรรม ดังปรากฏใน "ข้อเท็จจริงบางประการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาตอนปลายและกรุงธนบุรีจากจดหมายเหตุจีน" เอาไว้ว่า
"ท่านราชทูตมีอาการหนักขึ้น หมอจังฮุ่ยได้มาตรวจจับชีพจรขอให้จัดยาให้แต่ก็หมดหวังเพราะท่านราชทูตมีอายุมากแล้ว กระเพาะก็ไม่ค่อยดีและอาการทรุดหนัก ดังนั้น ในวันที่ 15 ธันวาคม จึงหยุดเดินทางเพื่อให้การรักษาท่าน แต่ในวันเดียวกันนั้นท่านก็สิ้นชีวิต" (3 : 65)
ต่อมาทางราชสำนักจีนจึงจัดงานศพให้ตามประเพณี ดังปรากฏใน "จดหมายเหตุรัชกาลเกาจง "เกาจงสือลู่" บรรพ 1152" เอาไว้ว่า
"วันซินโฉ่ว เดือนสาม ปีที่สี่สิบเจ็ดแห่งรัชกาลเฉียนหลง จัดพิธีเซ่นไหว้พระยาสุนทรอภัยราชทูตเมืองสยาม ตามประเพณี" (4 : 338)
คณะทูตชุดนี้ได้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จตามพระราชประสงค์ แต่เมื่อเดินทางกลับมายังกรุงธนบุรี ก็ผลัดแผ่นดินเข้าสู่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์เสียแล้ว ดังปรากฏใน "พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค" เอาไว้ว่า
"ครั้นสมเด็จพระเจ้าหลานเธอเจ้าทองจีนที่เป็นหลวงนายฤทธิ์ ซึ่งเป็นอุปทูตออกไปกรุงปักกิ่งกลับเข้ามาถึง จึ่งโปรดให้แต่งเรือไปรับขึ้นมาแต่เมืองสมุทรปราการ" (5 : 50)
นอกจากนี้ยังพบสุสานขุนนางสยาม 5 ท่าน ที่เมืองกวางตุ้ง โดยหลักที่ 2 ระบุชื่อ "พระยาสุนทรอภัยโกษา" ถูกฝังไว้เมื่อปี พ.ศ. 2321 ตรงกับปีที่ 42 ของจักรพรรดิเฉียนหลง ดังปรากฏใน "นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533" เอาไว้ว่า
"หัวหน้าคณะผู้อัญเชิญเครื่องราชบรรณาการชาวสยามมีชื่อว่า พระยาสุนทรอภัยโกษา? (Pe Nga Sun Tan A Tai Ngo Tat) ได้ฤกษ์นำศพฝังไว้ ณ ที่นี้ในฤดูใบไม้ร่วง ในปีที่ 42 ของรัชกาลพระจักรพรรดิเฉียนหลง (ตรงกับ พ.ศ. 2321)" (5 : 34)
เมื่อมาตรวจสอบกับหลักฐานแล้ว พบว่าในปี พ.ศ. 2321 ได้มีการส่งคณะราชทูตไปเมืองจีน ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
"ครั้งที่ 7 ในปีที่ 42 รัชกาลพระเจ้าเฉียนหลง เจิ้นเจ้าได้ส่งทูตพร้อมกับเชลยพม่าไปกวางตุ้ง" (3 : 67)
ฉะนั้น หมายความว่าในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีราชทูตจากกรุงธนบุรีถึง 2 ท่าน ที่ถึงแก่อสัญกรรมที่เมืองจีน ได้แก่ พระยาสุนทรอภัยโกษา เมื่อปี พ.ศ. 2321 และพระยาสุนทรอภัย เมื่อปี พ.ศ. 2324 นั้นเอง
เชิงอรรถ
(1) พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 4 / กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. พิมพ์ครั้งที่ 11. นนทบุรี : โครงการเลือกสรรหนังสือ สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช, 2560
(2) พระราชสาส์นไปเมืองจีนครั้งกรุงธนบุรี และพระราชสาส์นกรุงจีนมีมาในรัชกาลที่ 1 กรุงรัตนโกสินทร์. พระนคร : พิมพ์ในงานศพนายโชติ เหล็งสุวรรณ, 2507
(3) ณัฏฐภัทร จันทวิช. ข้อเท็จจริงบางประการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาตอนปลายและกรุงธนบุรีจากจดหมายเหตุจีน. ศิลปากร. ปีที่ 24 เล่ม 3, กรกฎาคม 2523
(4) วินัย พงศ์ศรีเพียร. หมิงสือลู่-ชิงสือลู่ บันทึกเรื่องจริงแห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา, 2559
(5) ภูธร ภูมะธน. สุสานขุนนางสยามที่เมืองกวางตุ้ง, ศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ 11 ฉบับที่ 4, กุมภาพันธ์ 2533
โฆษณา