5 ม.ค. เวลา 03:07 • หุ้น & เศรษฐกิจ

5 มหากาพย์ “โกง-ล้ม-หนี” ฝันร้ายเม่า เขย่าตลาดหุ้นปี 2568

ปี 2568 ถือเป็นปีที่อาจเรียกได้ว่าเป็นปีแห่ง “วิกฤตศรัทธา” วงการตลาดหุ้นไทยอย่างถึงที่สุด เมื่อสปอตไลท์ทุกดวงส่องไปที่เบื้องหลังความมั่งคั่งของอาณาจักรยักษ์ใหญ่ ที่แท้จริงแล้วกลับซุกซ่อนอยู่บนฐานของการโกหกและทุจริต โดยตลอดทั้งปีเราได้เห็นการล่มสลายของหุ้นขวัญใจมหาชนที่กลายเป็นฝันร้ายของนักลงทุน ตั้งแต่มหากาพย์ลิขสิทธิ์ทิพย์ โครงการลวงโลก ไปจนถึงการใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งฟอกเงินของกลุ่มทุนสีเทา
ท่ามกลางกองซากปรักหักพังของพอร์ตนักลงทุนรายย่อย “ก.ล.ต.” และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแล จึงต้องยกระดับการจัดการด้วยการใช้ “ยาแรง” ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งการสั่ง Special Audit ปิดห้องสอบบัญชี การไล่ล่าอายัดทรัพย์สิน และการส่งตัวอดีตบอสคนดังเข้าสู่เส้นทางเรือนจำ เพื่อเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าการใช้ตลาดหุ้นบังหน้าเพื่อกระทำความผิดไม่มีสิทธิ์เกิดขึ้นอีกต่อไป
ย้อนรอย 5 หุ้นตัวแสบแอบ ลับ-ลวง-พราง
1.JKN: จากเจ้าแม่จักรวาล สู่ผู้ต้องหาหนีคดีข้ามโลก
เริ่มกันที่หุ้นสายคอนเทนต์ตัวแม่ตัวมัมที่เคยเป็นขวัญใจใครต่อใครหลายคน แต่แล้วหายนะกลับเริ่มขึ้นเมื่อ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ จนความแตกเรื่องสภาพคล่องฝืดเคือง สวนทางกับภาพลักษณ์สุดหรูที่สร้างไว้ นำไปสู่เหตุการณ์ฉาว เมื่อเจ้าแม่คอนเทนต์อย่าง "แอน จักรพงษ์" ต้องหนีออกนอกประเทศ (คาดว่ากบดานที่เม็กซิโก) หลังศาลอาญาตัดสิน จำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา ในคดีฉ้อโกงประชาชน จากการหลอกให้ซื้อหุ้นกู้โดยปกปิดฐานะการเงินที่แท้จริง
ก.ล.ต. Action ทันใจ ข่าวว่าออกนอกประเทศไปตั้งแต่กันยา ค่อยบอกห้ามออกนอกประเทศธันวา(ทันแบบใด?)
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้กระทำผิดรวม 12 รายต่อ DSI ในข้อหาทุจริตและตกแต่งงบการเงิน ช่วงปี 2565-2566 และการใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading) ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งเพิกถอนหุ้น JKN ออกจากตลาดในวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ทิ้งนักลงทุนและเจ้าหนี้ไว้กับใบหุ้นที่ไร้ค่า พร้อมการตั้งคำถามถึงความรวดเร็วในการดำเนินการกับผู้กระทำความผิดในตลาดทุน หลัง ก.ล.ต. สั่งอายัดทรัพย์สินและสั่งห้ามออกนอกประเทศกับผู้กระทำผิดหลังจากข่าวลือหนาหูว่า "แอน จักรพงษ์" ได้ออกนอกประเทศไปนานแล้ว
2.THG: โรงพยาบาลทิพย์ และแผนปั่นหุ้น 369 วัน
มาต่อกันที่วีรกรรมคดี "โครงการทิพย์" ของ “นพ.บุญ วนาสิน” หรือ “หมอบุญ” ที่ใคร ๆ ต่างก็เรียกขานกันจนติดปาก กับการอาศัยความเชื่อใจหลอกลงทุนผ่านโปรเจกต์ใหญ่ระดับโลก ทั้งวัคซีนและโรงพยาบาลในต่างแดนเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาล
แต่เรื่องกลับแดงขึ้นเมื่อโครงการเหล่านั้นเป็นเพียงภาพวาดในอากาศ ขณะที่มูลค่าความเสียหายกลับพุ่งทะยานถึง 1.6 หมื่นล้านบาท จากการหลอกร่วมลงทุนส่วนตัวและปั่นหุ้น บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG โดยใช้บัญชีนอมินีกว่า 14 ราย สร้างราคาลวงตาเพื่อล่อให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามาแบกรับความเสี่ยง
ท้ายที่สุด “หมอบุญ” ถูกออกหมายจับและหลบหนีไปต่างประเทศ ในขณะที่ ปปง. สั่งอายัดทรัพย์สินทุกอย่างที่ตรวจพบเพื่อนำมาเยียวยาผู้เสียหาย ส่วนฟากฝั่ง ก.ล.ต. ก็สั่งลงดาบหนักด้วยการกล่าวโทษหมอบุญและพวกรวม 14 ราย กรณีร่วมกันปั่นหุ้น THG อย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 369 วันทำการ เพื่อลวงให้นักลงทุนหลงเชื่อในราคาที่ไม่เป็นธรรม แต่ด้าน หมอบุญ ยังหายไร้ร่องรอย ความหวังผู้เสียหายว่าจะได้รับการเยียวยายังดูริบหรี่ คาดสินทรัพย์ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในประเทศให้ยึด
4.BCP: เมื่อหุ้นน้ำมันถูกอาบด้วยสีเทา
กลายเป็นประเด็นความมั่นคงระดับชาติ เมื่อ ปปง. พบว่าหุ้นน้ำมันอย่าง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ถูกใช้เป็นแหล่งพักเงินและฟอกเงินของเครือข่ายทุนจีนสีเทาข้ามชาติมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท โดยใช้การซื้อหุ้นผ่านนอมินีเพื่ออำพรางที่มาของเงิน
โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากการที่ราคาหุ้น BCP มีความผันผวนผิดปกติในช่วงรอยต่อของการควบรวมกิจการครั้งใหญ่กับ ESSO (ในอดีต) จนมาถึงปี 2568 มีการทำรายการซื้อขายบิ๊กล็อต (Big Lot) หลายครั้งในราคาที่น่าสงสัย จนหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เริ่มตรวจพบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติซึ่งไหลมาจากต่างประเทศผ่านนอมินีหลายชั้นเข้ามาถือหุ้นใน BCP
แถมเรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่จบลงง่าย ๆ เมื่อเรื่องลามไปถึงสำนักงานประกันสังคมที่ถูกตรวจสอบว่าเหตุใดจึงมีการทำรายการขายหุ้น Big Lot ในช่วงเวลาที่น่าสงสัย จนเกิดคำถามว่าเงินบำนาญของคนไทยกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือในเกมการเงินที่สกปรกหรือไม่?
ส่วนทางฟากฝั่ง ก.ล.ต. ได้สั่งให้ BCP ชี้แจงโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่แท้จริงให้ลึกถึงระดับเจ้าของตัวจริง ไม่ใช่แค่ชื่อที่ปรากฏในสมุดทะเบียน นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังประสานข้อมูลกับ ปปง. และหน่วยงานสืบสวนระหว่างประเทศเพื่อแกะรอยการฟอกเงิน และสั่งระงับสิทธิการออกเสียงและการรับเงินปันผลของหุ้นที่ถูกอายัดไว้ทั้งหมด
5.SABUY: อาณาจักร “สบาย” ที่พังทลายเพราะความไม่ซื่อสัตย์
ปิดท้ายที่หุ้น Tech อย่าง บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY ที่เคยหวังจะเป็น Super App ด้วยการไล่ซื้อกิจการไปทั่ว จนกลายเป็นภาพที่ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่ แต่กลับกลายเป็นเพียงปราสาททรายที่ไม่มีฐานราก เมื่อความจริงดันโป๊ะแตกหลังผู้สอบบัญชีตรวจพบเงินจ่ายล่วงหน้าหายไป 215 ล้านบาท และการปล่อยกู้ให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารเดิมที่ส่อแววหนี้เสีย ทำให้ราคาหุ้นร่วงลงเหว พ่วงด้วยปรากฏการณ์ Forced Sell จนราคาเหลือเพียงหลักสตางค์
เมื่อความแตก หุ้น SABUY ดูเหมือนจะไม่ “สบาย” อย่างชื่อ เมื่อ ก.ล.ต. สั่งทำ Special Audit และสั่งปรับอดีต CEO "ชูเกียรติ รุจนพรพจี" กว่า 249 ล้านบาท ในคดีปั่นหุ้น MSC พร้อมเดินหน้าตรวจสอบการทุจริตยักยอกเงินใน SABUY ต่อทันที
สุดท้ายจึงต้องเปลี่ยนชื่อล้างมลทินไปเป็น บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL ในที่สุด
มหากาพย์วิกฤตศรัทธาปี 2568 นี้ สะท้อนให้เห็นว่าต่อให้บริษัทจะมีภาพลักษณ์หรูหราเพียงใด แต่หากปราศจากธรรมาภิบาลก็เป็นเพียงแค่อาณาจักรที่รอวันล่มสลาย ซึ่งในปีนี้เราได้เห็นบทบาทของ ก.ล.ต. ที่ยกระดับจากการปรับเงิน สู่การใช้ยาแรง ทั้งการสั่ง Special Audit ปิดห้องสอบบัญชี การประสาน ปปง. อายัดทรัพย์สินทุนเทา และการกล่าวโทษอาญาส่งตัวบิ๊กบอสเข้าสู่เส้นทางเรือนจำ เพื่อล้างบางมาเฟียตลาดทุนและกู้คืนความเชื่อมั่นที่ติดลบให้ตลาดทุนไทยกลับมาเป็นตลาดที่น่าลงทุนอีกครั้ง
แม้อาจจะดูยากและต้องใช้เวลาไม่น้อย แต่หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าเอาจริงเอาจังกับผู้กระทำผิดเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าอาจได้เห็นตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคักดังในอดีตอีกครั้ง
โฆษณา