7 ม.ค. เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

Francis Chou (อดีต) ช่างซ่อมสายโทรศัพท์ เรียนจบแค่มัธยม ที่กลายเป็นผู้จัดการกองทุน 6,000 ล้านบาท

แม้จะเป็นเวลาค่ำมืดดึกดื่นหลังเลิกงาน แต่ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ 7 คน ในชุดช่างเปื้อนเหงื่อเปื้อนฝุ่น ยังคงนั่งล้อมวงถกเถียงกันอย่างสนุกสนาน
ถ้ามองจากไกล ๆ เราคงคิดว่าวงสนทนานี้คงมีสุราเป็นหัวข้อสนทนาหลัก แต่ถ้าหากแอบฟังให้ชัด ๆ จะต้องแปลกใจ ที่ได้ยินว่าหัวข้อสนทนาของพวกเขานั้น ราวกับออกมาจากปากเหล่าผู้จัดการกองทุน หรือนักวิเคราะห์หุ้น
เพราะนี่คือ “ชมรมการลงทุน” ของเหล่าช่างซ่อมสายโทรศัพท์จากบริษัท Bell Canada ในปี 1981
ที่ต่อมาจะกลายเป็น Chou Associates Management บริษัทจัดการการลงทุน ที่ปัจจุบันนี้ดูแลกองทุนมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท
1
ภายใต้การนำของชายชาวเอเชียอย่างคุณ Francis Chou พระเอกของเรื่องราวในวันนี้ ที่ตอนเริ่มตั้งชมรมการลงทุน เขามีอายุแค่ 25 ปี และเรียนจบแค่ชั้นมัธยมปลายเท่านั้น
ถ้าหากสงสัยว่าเส้นทางชีวิตของคุณ Francis Chou เป็นอย่างไร และหลักการลงทุนอะไรที่เขาใช้มาตลอดจนถึงปัจจุบันนี้ ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
แม้จากชื่อและหน้าตา เราพอจะมองออกว่าเขาเป็นคนเชื้อสายจีน แต่ตัวคุณ Francis นั้นเกิดและเติบโตในประเทศอินเดีย จากการที่คุณพ่อได้มาทำงานเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่นี่
แต่เมื่ออายุได้เพียงแค่ 7 ขวบ คุณพ่อของเขาก็จากไป ทำให้คุณ Francis และพี่น้องอีก 4 คนต้องอยู่กันอย่างยากลำบาก
จนเขาต้องตัดสินใจออกไปแสวงโชคที่ประเทศแคนาดา ในวัย 19 ปี ด้วยเงินติดตัวแค่ 200 ดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 23,600 บาทในปัจจุบัน) กับระดับการศึกษาเพียงชั้นมัธยมปลายเท่านั้น
ทำให้งานที่คุณ Francis หาได้ จึงไม่พ้นงานที่ลำบากและอันตราย อย่างการเป็นช่างซ่อมสายโทรศัพท์ ของบริษัท Bell Canada
แต่หลังจากทำงานอยู่ที่แคนาดามาได้ 3 ปี เมื่อรู้ว่าตัวเองคงไม่สามารถสร้างตัวได้จากการใช้แรงงานหนักเพียงอย่างเดียวแบบนี้
เขาจึงได้ลองหยิบหนังสือพิมพ์การเงินมาอ่าน จนได้เจอกับชื่อของคนคนหนึ่ง ที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
 
ชื่อนั้นก็คือคุณ “Benjamin Graham” บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า..
และจากบทความเล็ก ๆ ในหนังสือพิมพ์ ก็กลายเป็นการศึกษาแนวคิดของคุณ Graham อย่างจริงจัง ด้วยการอ่านหนังสือชื่อดังอย่าง Intelligent Investor และ Security Analysis
หลังจากนั้นในปี 1981 คุณ Francis ก็ได้รวมเงินกับเพื่อนร่วมงานอีก 6 คนที่ทำงาน Bell Canada ด้วยกัน เป็นจำนวนเงิน 51,000 ดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 3,700,000 บาท) เพื่อตั้ง “ชมรมการลงทุน” ขึ้นมา
โดยมีเขาเป็นแกนนำ ในการศึกษาหาหุ้น และตัดสินใจลงทุนต่าง ๆ ร่วมกันกับเพื่อน ๆ
ผ่านไปถึงปี 1984 เขาก็ได้ตัดสินใจกระโดดเข้าสู่โลกการลงทุนอย่างเต็มตัว ด้วยการออกไปทำงานเป็นนักวิเคราะห์ กับบริษัท GW Asset
ที่ซึ่งเขาได้ร่วมงานกับตำนานนักลงทุนชื่อดังของประเทศอย่างคุณ Prem Watsa เจ้าของฉายา Warren Buffett แห่งแคนาดา
คุณ Francis เก็บประสบการณ์ลงทุนอยู่ได้ไม่นาน เงินลงทุนในชมรมการลงทุน ที่เขาตั้งขึ้นกับเพื่อน ๆ และยังคงบริหารอยู่ ก็เติบโตกลายเป็น 1,500,000 ดอลลาร์แคนาดา ในปี 1986 (ประมาณ 84 ล้านบาทในปัจจุบัน)
ด้วยความสำเร็จขนาดนี้ จึงไม่แปลกที่เขาจะมองว่าตัวเองมีดีพอ ในการออกมาบริหารเงินลงทุนอย่างเต็มตัว ด้วยการเปลี่ยนชมรมการลงทุน ให้กลายเป็นกองทุนและบริษัทจัดการการลงทุนชื่อ Chou Associates Management
โดยเพื่อนร่วมงานของเขาทั้ง 6 คน ก็เปลี่ยนสถานะกลายเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนนี้ เป็นคนแรก ๆ นับตั้งแต่นั้นมา
สำหรับการลงทุนของคุณ Francis นั้น เขามีหุ้นที่ชอบอยู่ด้วยกัน 2 แบบ
1. หุ้นแย่แค่ตอนนี้ที่ไม่มีกำไร
หรือที่เขาเรียกติดตลกว่า หุ้น CRAP (Cannot Realized A Profit) ซึ่งพ้องกันกับคำว่า “Crap” ที่แปลว่า ห่วย ในภาษาอังกฤษ
โดยหุ้นประเภทนี้คือหุ้นที่เจอกับสถานการณ์ที่ไม่ปกติ จนพลิกจากกำไรเป็นขาดทุน จนนักลงทุนต่างเทขายหนีตาย ทำให้มูลค่าของบริษัท ลดลงมาต่ำกว่ามูลค่าของสินทรัพย์ทั้งหมดที่มี
1
ซึ่งหุ้นแบบนี้ ก็คือหุ้นประเภท “หุ้นก้นบุหรี่” ของคุณ Benjamin Graham ที่เป็นอาจารย์คนแรกของคุณ Francis นั่นเอง
1
สำหรับหุ้น CRAP เหล่านี้ เขาจะซื้อกระจายหลาย ๆ ตัว โดยให้น้ำหนักเท่า ๆ กัน
โดยเขามองว่า หุ้นประเภทนี้ ถ้าซื้อมาสัก 10 ตัว ขาดทุนยับ 7 ตัว แต่กำไรแค่ 3 ตัวก็ไม่เป็นไร
เพราะหุ้นแบบนี้ ถ้าหากบริษัทพลิกกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง โดยไม่ล้มละลายไปเสียก่อน ราคาหุ้นก็จะตอบสนองด้วยการวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
1
2. หุ้นคุณภาพดีที่เติบโตในระยะยาว
แนวคิดการลงทุนนี้ มาจากอาจารย์คนที่ 2 ของคุณ Francis อย่างคุณ Warren Buffett
1
ซึ่งคำว่าบริษัทคุณภาพดีในพจนานุกรมของเขานั้น คือต้องเป็นบริษัทที่
- สร้างผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น หรือ ROE ได้มากกว่า 15% ในระยะยาว
1
- ผลิตกระแสเงินสดอิสระ หรือ Free Cash Flow ได้ดี
1
- มีผู้บริหารที่เก่ง สามารถใช้ประโยชน์จาก ลูกหนี้การค้า, สินค้าคงเหลือ และสินทรัพย์ถาวรของบริษัท ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจัดสรรเงินลงทุนได้เป็นอย่างดี
1
- มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E Ratio ต่ำ
1
โดยหุ้นแบบนี้ คุณ Francis มองว่าหาเจอสักปีละ 1 ถึง 2 ตัว ก็ถือว่าโชคดีมาก ๆ แล้ว ทำให้เมื่อเขาหาหุ้นพวกนี้เจอ เขาจะลงทุนอย่างมั่นใจ ในสัดส่วนเกิน 5% ของพอร์ตการลงทุนได้เลย
แต่สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นหุ้นแบบไหน การตัดสินใจซื้อหุ้นของเขา จะต้องกลับมาที่หลักการลงทุนอันแสนเรียบง่าย ที่สรุปได้สั้น ๆ ว่า “ได้ซื้อในราคาต่ำกว่ามูลค่าหรือเปล่า ?”
1
โดยเขามองว่า ถ้าหากไม่ได้ซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่ามูลค่าสัก 40% ถึง 50% เป็นอย่างน้อย สู้เก็บเงินสดเอาไว้ไม่ซื้ออะไรเลยจะดีกว่า
2
เพราะถ้าซื้อหุ้นในราคาที่สูงเกินไป แล้วราคาหุ้นไม่ได้ปรับตัวขึ้นไปอย่างที่คาด สุดท้ายก็จะขาดทุนอยู่ดี
1
ปัจจุบันนี้นอกจากจะบริหารกองทุน Chou Associates Fund ที่เขาก่อตั้งมาตั้งแต่แรกเริ่มกับเพื่อน ๆ แล้ว
บริษัท Chou Associates Management ของคุณ Francis ยังบริหารกองทุนอยู่อีกถึง 5 กองทุน ที่ลงทุนทั้งในตลาดหุ้นแคนาดา, ยุโรป, เอเชีย รวมไปถึงตราสารหนี้ รวมกันแล้วเป็นมูลค่าราว ๆ 6,000 ล้านบาท
1
แม้ในช่วงหลัง ๆ ผลตอบแทนจากการบริหารกองทุน Chou Associates Fund อาจจะไม่ค่อยดีนัก
เห็นได้จากผลตอบแทนที่เขาทำได้จากการบริหารกองทุนนั้น ในช่วงเกือบ 40 กว่าปีมานี้ เหลือแค่ 9.9% ต่อปี หลังหักค่าธรรมเนียม น้อยกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่ทำผลตอบแทนได้ประมาณ 10.7% ต่อปี
1
แต่นั่นก็มาจากการที่คุณ Francis เลือกที่จะถือเงินสดจำนวนมาก เพื่อรอเวลาทำกำไรในสไตล์ที่เขาถนัด สวนทางกับตลาดหุ้นตอนนี้ที่เป็นขาขึ้นอยู่
1
ถึงอย่างนั้น เรื่องราวชีวิตสุดมหัศจรรย์ของคุณ Francis และหลักการลงทุนของเขา ก็ไม่ได้ดูน่าศึกษาน้อยลงเลย
เพราะเรื่องราวของเขา แสดงให้เราเห็นว่า ความสำเร็จในการลงทุนนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวุฒิการศึกษา หรือใบอนุญาตใด ๆ
แต่คือหัวใจที่ยึดมั่นในหลักการลงทุนที่ตัวเองถนัด ไม่ไขว้เขวไปตามกระแส แม้จะถูกทดสอบอยู่เสมอ
ทั้งจากตลาดหุ้นที่ร้อนแรงจนทำให้คนกลัวตกรถ และตลาดหุ้นร่วงระนาวที่ผู้คนพากันหนีตาย
1
จนสุดท้ายเขาก็กลายเป็นชายที่ไม่เพียงสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองและครอบครัวอยู่สุขสบายได้
แต่ยังช่วยให้เพื่อน ๆ ที่ลงทุนด้วยกันมาตั้งแต่แรก และนักลงทุนอื่น ๆ อีกมากมาย ได้กลายเป็นคนที่มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย..
#ลงทุน
#หลักการลงทุน
#FrancisChou
1
โฆษณา