5 ม.ค. เวลา 14:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

⚠️ คำเตือน! “เงินเฟ้อจาก AI” ความเสี่ยงที่ถูกมองข้ามมากที่สุดในปี 2026

ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งทะยานรับปี 2026 ด้วยความหวังในเทคโนโลยี AI แต่นักลงทุนระดับโลกเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่า การทุ่มเงินลงทุนมหาศาลในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอาจกลายเป็นเชื้อไฟที่จุดระเบิด "เงินเฟ้อ" รอบใหม่ และทำให้ธนาคารกลางต้องหยุดลดดอกเบี้ย
สรุปภาพรวมตลาด: จากความรุ่งโรจน์สู่ความกังวล 📈
- ปี 2025 ที่ผ่านมา: หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี 7 รายใหญ่ (Magnificent Seven) สร้างกำไรให้ตลาดกว่าครึ่งหนึ่ง ดันดัชนีสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- ปี 2026 ที่กำลังเผชิญ: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ผสมกับฟองสบู่ AI กำลังเร่งการเติบโตของโลก แต่อาจทำให้เงินเฟ้อพุ่งกลับมา จนธนาคารกลางต้อง "เหยียบเบรก" การลดดอกเบี้ย
- ปัจจัยเสี่ยง: หากนโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น ต้นทุนการกู้เงินของโปรเจกต์ AI จะสูงขึ้น และลดความต้องการเก็งกำไรในหุ้นเทคโนโลยีลง
ทำไม AI ถึงทำให้เกิดเงินเฟ้อ? 🤖💸
นักวิเคราะห์ชี้ว่าการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ของยักษ์ใหญ่กลุ่ม Hyperscalers ส่งผลกระทบดังนี้:
- ต้นทุนพลังงานและชิปพุ่งสูง: Microsoft (MSFT), Meta (META) และ Alphabet (GOOGL) กำลังแย่งชิงทรัพยากรอย่างหนักเพื่อสร้าง Data Centers
- Morgan Stanley โดย Andrew Sheets ระบุว่าต้นทุนไม่ได้ลดลงแต่กำลัง "เพิ่มขึ้น" ทั้งค่าชิปและค่าไฟฟ้า ส่งผลให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ไปจนถึงสิ้นปี 2027
- Deutsche Bank คาดการณ์ว่ารายจ่ายฝ่ายทุน (CAPEX) สำหรับ AI Data Center อาจพุ่งสูงถึง $4 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030 ซึ่งจะเกิดปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน
สัญญาณเตือนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ 🚨
ตลาดเริ่มแสดงอาการตื่นตระหนกต่อต้นทุนที่พุ่งสูงเกินไป:
- Oracle: หุ้นร่วงหนักหลังเปิดเผยว่าตัวเลขการใช้จ่ายสูงเกินคาด
- Broadcom: หุ้นตกลงหลังจากเตือนว่าอัตรากำไร (Margin) อาจถูกบีบอัดจากต้นทุนที่สูงขึ้น
- HP Inc: คาดว่ากำไรจะถูกกดดันในช่วงปลายปี 2026 จากราคาชิปหน่วยความจำ (Memory Chip) ที่แพงขึ้นตามความต้องการของ Data Center
มุมมองจากนักจัดการกองทุนระดับโลก 🏦
- Royal London Asset Management: Trevor Greetham เชื่อว่าการดึงสภาพคล่องกลับ (Tighter Money) จะเป็นเข็มที่มาบ่งฟองสบู่ AI นี้
- Mercer: Julius Bendikas (ผู้ดูแลสินทรัพย์รวมกว่า $16.2 ล้านล้าน) ระบุว่า "ความเสี่ยงเงินเฟ้อกลับมาหลอนเราอีกครั้ง" จนต้องเริ่มขยับตัวออกจากตลาดตราสารหนี้เพื่อรับแรงกระแทก
- Carmignac: Kevin Thozet แนะนำให้นักลงทุนถือครองพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ (Inflation-protected Treasuries) เพราะความเสี่ยงนี้ยังถูกประเมินค่าต่ำไป (Underappreciated)
บทสรุป: สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาในปี 2026
- เป้าหมายเงินเฟ้อ: หากตัวเลขยังสูงกว่า 2% ธนาคารกลางอาจไม่ลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดหวัง หรืออาจกลับมา "ขึ้นดอกเบี้ย" ได้ทุกเมื่อ
- ผลตอบแทนที่ลดลง: เมื่อต้นทุนชิปแพงขึ้น กำไรของบริษัท AI จะลดลง ส่งผลให้กระแสเงินไหลเข้าเซกเตอร์นี้ลดน้อยถอยลงตามไปด้วย
cr. Reuters
โฆษณา