Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Bnomics
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
6 ม.ค. เวลา 00:50 • ธุรกิจ
🛡️De-dollarization: เมื่อโลกเริ่ม “เฮดจ์” ความเสี่ยงจากดอลลาร์
ตลอดเวลากว่า 70 ปีที่ผ่านมา เงินดอลลาร์สหรัฐคือแกนกลางของระบบการเงินโลก ไม่ใช่แค่ในฐานะสกุลเงินสำรอง แต่เป็น “ภาษาหลัก” ของการค้า การลงทุน และระบบการเงินระหว่างประเทศ ตั้งแต่น้ำมัน สัญญาการค้า ไปจนถึงทุนสำรองของธนาคารกลาง ดอลลาร์ถูกมองว่าเป็นกลาง ปลอดภัย และเชื่อถือได้ เพราะมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ตลาดทุนลึก และพันธบัตรรัฐบาลที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก
แต่โลกหลังปี 2022 เริ่มไม่เหมือนเดิม
1️⃣ จุดเปลี่ยนของ “ความเชื่อมั่น”
ภาพดอลลาร์เริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในปี ค.ศ. 2022 เมื่อชาติตะวันตกอายัดทุนสำรองของรัสเซียราว 3 แสนล้านดอลลาร์ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้ดอลลาร์ “อ่อนแอ” ในเชิงเศรษฐกิจ แต่ทำให้ทั้งโลกตระหนักว่า ระบบการเงินที่เคยคิดว่าเป็นกลางนั้น แฝงความเสี่ยงทางการเมืองอยู่จริง และความเสี่ยงนี้ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป
2️⃣ โลกไม่ได้เลิกใช้ดอลลาร์ แต่เริ่ม “ไม่ฝากอนาคตไว้กับทางเดียว”
ประเทศต่าง ๆ ไม่ได้เลิกใช้ดอลลาร์อย่างฉับพลัน หากแต่เริ่มลดการพึ่งพามากเกินไป ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการถือครองทองคำในระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ข้อตกลงการค้าด้วยสกุลเงินท้องถิ่นค่อย ๆ ขยายตัว และการสวอปสกุลเงินระหว่างธนาคารกลางถูกใช้เป็นกลไกเสริมสภาพคล่อง นี่คือ de-dollarization ในฐานะ “การบริหารความเสี่ยง” มากกว่าการท้าทายอำนาจทางการเงินของสหรัฐ
3️⃣ เหตุผลที่ดอลลาร์ยังคงยืนอยู่ได้
จีนเป็นประเทศที่ผลักดันทางเลือกต่อดอลลาร์อย่างจริงจัง การใช้เงินหยวนในการค้าข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการค้าพลังงานกับรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดยังมีอยู่มาก เงินหยวนยังมีสัดส่วนเพียง 2–3% ของทุนสำรองโลก ขณะที่ยูโรแม้ว่าจะเป็นระบบที่ใช้เงินร่วมกัน แต่ไม่ได้ใช้กระเป๋าเงินเดียวกัน จึงขาดกลไกการคลังที่เข้มแข็ง และทองคำไม่สามารถทำหน้าที่เป็นสกุลเงินชำระบัญชี
สำหรับเศรษฐกิจโลกสมัยใหม่ได้ ทางเลือกมีมากขึ้น แต่ยังไม่มีใครมาแทน “ระบบนิเวศ” ของดอลลาร์ได้ครบถ้วน
4️⃣ โลกหลายขั้วกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
การที่ระบบการเงินโลกเริ่มแตกออกเป็นหลายขั้ว การค้าและการชำระเงินเดินผ่านช่องทางคู่ขนานมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาระบบเดียว ทั้งหมดนี้มีต้นทุน ทั้งต้นทุนธุรกรรมที่สูงขึ้น สภาพคล่องที่ลดลง และความผันผวนที่อาจรุนแรงขึ้น
งานวิจัยของกองทุนการเงินระหว่างประเทศชี้ว่า หากความแตกแยกทางการเงินรุนแรงและยืดเยื้อ อาจฉุด GDP โลกลงได้หลายเปอร์เซ็นต์ โดยประเทศเกิดใหม่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด
5️⃣ ไทยกับการขยับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ไทยปรับตัวเป็นไปอย่างเงียบและค่อยเป็นค่อยไป และไม่สามารถแยกตัวจากดอลลาร์ได้ในฐานะเศรษฐกิจเปิด แต่ได้ขยายการชำระเงินด้วยสกุลเงินท้องถิ่นกับประเทศคู่ค้าในภูมิภาค เสริมความร่วมมือทางการเงินในเอเชีย และเข้าร่วมโครงการชำระเงินข้ามพรมแดน เป้าหมายไม่ใช่การแทนที่ดอลลาร์ แต่เพื่อให้ดอลลาร์ไม่ใช่ “เสาหลักเดียว” ของระบบ
ในเชิงตัวเลขดอลลาร์ยังคงเป็นศูนย์กลางของระบบการเงินโลกด้วยการครองสัดส่วนหลักของทุนสำรองโลก และยังเป็นสกุลเงินที่ใช้มากที่สุดในธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ แต่ในเชิงพฤติกรรม โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว
De-dollarization จึงไม่ใช่เรื่องของการล้มระบบเดิม หากคือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับโลกที่การเงินและการเมืองแยกจากกันไม่ได้อีกต่อไป และความท้าทายที่แท้จริง คือ การทำอย่างไรให้การ “เฮดจ์ความเสี่ยง” ของแต่ละประเทศ ไม่กลายเป็นความเปราะบางอันใหม่ใหม่ของระบบการเงินโลกในภาพรวม
อ่านบทความเพิ่มเติม:
https://www.bangkokbank.com/th-TH/-/media/adfa5ea9d20a4fb89c8ffe57230f021b.ashx
เรื่อง: ทักษิณ แซ่เตียว Economist, Bnomics
ภาพประกอบ: บริษัท ก่อการดี จำกัด
════════════════
Bnomics - Bangkok Bank Economics
‘Be an Economist for Everyone’
วิเคราะห์ เจาะทุกประเด็นเศรษฐกิจ ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
════════════════
#DeDollarization #เศรษฐกิจโลก #ระบบการเงินโลก #Bnomics #BBL #BangkokBank
1 บันทึก
3
1
1
3
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย