6 ม.ค. เวลา 05:09 • ปรัชญา

📍ครูสังคมศึกษาต้องรู้อะไร ก่อนสอน📍

ในเหตุการณ์การความขัดเเย้ง สหรัฐอเมริกา เเละ เวเนซูเอลา
📍เล่าตั้งแต่สาเหตุ ทำไมสหรัฐอเมริกา บุกรวบ ประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโรของเวเนซุเอลาถึงถิ่น
ประธานาธิบดีแห่งเวเนซุเอลา ผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศมาตั้งแต่ปี 2013 โดยเขาเป็นประธานาธิบดีผู้สืบทอดอุดมการณ์ปฏิวัติโบลิวาร์จาก อูโก้ ชาเวซ ประธานาธิบดีคนก่อนที่เสียชีวิตไปเเล้ว
ก่อนหน้านี้หลายท่านอาจทราบกันดีว่าประเทศเวเนซุเอลา พบกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เรื้อรังมาตั้งแต่ปี 2014
หลังจากราคาน้ำมันตกต่ำทั่วทั้งโลก ทำให้แหล่งรายได้ของรัฐบาลลดลงอย่างหนัก เศรษฐกิจย่ำแย่ คนตกงาน
 
💡ราคาข้าวของและอาหารพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ ตามภาวะเงินเฟ้อขั้นสุดยอด (hyperinflation) ในทางการเมือง นิโกลัส มาดูโร ปกครองประเทศนี้มาอย่างต่อเรื่อง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่สาหัส ค่าครองชีพที่สูง ประชาชนออกมาประท้วง
แต่เขาก็ใช้อำนาจปราบผู้คนที่เห็นต่างอย่างรุนแรง ทำให้คนจำนวนไม่น้อยต้องตัดสินใจอพยพออกจากบ้านเมืองของตัวเองอยู่อย่างต่อเนื่อง
เเละผลพวงจากการบุกของสหรัฐนั้นมาจากปัญหาภายในที่ลุกลามบานปลายภายใต้การปกครองของประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร
💡ซึ่งประธานาธิบดีก่อนนหน้า มาดูโรมีเเนวคิดชาตินิยมจากการ การปฏิวัติโบลิวาร์ ของ อูโก ชาเวซ คือ แนวคิดการปลดปล่อยลาตินอเมริกา
จากจักรวรรดินิยมที่เข้ามาสูบทรัพยากรน้ำมันของประเทศ และมุ่งสร้างชาติที่เข้มแข็งตามแนวทางสังคมนิยม โดยเน้นชาตินิยม การพึ่งพาตนเอง
💡จากเหตุการณ์ อูโก ชาเวซ หลังจากเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ยึดสัมปทานน้ำมันจากสหรัฐอเมริกาซึ่งส่งต่อมาถึงช่วงเเรกของการปกครองต่อของ นิโคลัส มาดูโร
ในช่วงแรกมาดูโร เดินหน้าสานต่อนโยบายประชานิยมอย่างสุดโต่ง ทั้งการยึดคืนกิจการน้ำมันจากบริษัทต่างชาติมาเป็นของรัฐ
💡ให้นักลงทุนเวเนซุเอลาเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันแทนที่บริษัทต่างชาติที่โดนขับไล่ ทั้งยังควบคุมราคาและอัตราแลกเปลี่ยนน้ำมันในประเทศให้ถูกอย่างมาก เพื่อเอาใจคนในประเทศ
💡นโยบายประชานิยมขนานใหญ่ของมาดูโร ส่งผลให้เขาได้รับความนิยมจากชาวเวเนซุเอลาอย่างมาก
แต่ในทางกลับมันได้สร้างความขุ่นเคืองให้นานาชาติที่เข้ามาลงทุน รวมไปถึงสหรัฐอเมริการด้วย ที่ยึดคืนกิจการทั้งยังไม่จ่ายค่าชดเชยที่เหมาะสมให้พวกเขา
✨จากสาเหตุต้นมาสำรวจทรัพยากร ของประเทศเวเนซุเอลากันดีกว่า✨
✅ จากการรายงานล่าสุด 1 ใน 5 ประเทศที่มีน้ำมันสำรองเยอะที่สุด 1 ใน 5 อันดับของโลก
1. 330 พันล้านบาเรล ประเทศเวเนซูเอลา
2. 267 พันล้านบาเรล ประเทศซาอุดิอารเบีย
3. 209 พันล้านบาเรล ประเทศอิหร่าน
4. 108 พันล้านบาเรล ประเทศเเคนนาดา
5. 145 พันล้านบาเรล ประเทศอิรัก
✅ ภายใต้สัญลักษณ์ประเทศที่ยากจนอันดับต้นๆ ของโลกมีทรัพยากร น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เเละเเร่ธาตุสำคัญ
เช่น เเร่โคลแทน (Coltan) เป็นแร่ที่ประกอบด้วยแทนทาลัมและไนโอเบียม ใช้ในการผลิตตัวเก็บประจุของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ แม้ไม่จัดอยู่ในกลุ่มแรร์เอิร์ธ แต่ถือเป็น “แร่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์” ที่มีความต้องการสูงในตลาดโลก
✅ เเร่ทอเรียม มีรายงานการพบแร่ที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคอเมริกาใต้ แม้จะถูกมองว่ามีศักยภาพต่อพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต รวมถึงเพชรเเละทองคำอีกมหาศาล
📍เพิ่มเติม คือ น้ำมันของเวเนซุเอลา เป็นน้ำมันดิบหนัก (Heavy Crude) ซึ่งประเทศสหรัฐไม่มีเพราะเป็นน้ำมันดิบเบา (Light Crude)
📍กรณีสาเหตุช่วงที่ประเทศอ่อนเเอจากเศรษฐกิจ (เงินเฟ้อ)
- แม้จะร่ำรวยขนาดไหนแต่เวเนซุเอลากลับละเลยในประเด็นที่ว่า รายได้หลักของเวเนซุเอลามาจากการค้าน้ำมันเพียงอย่างเดียว (คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 90%)
และแล้ว เมื่อฟองสบู่น้ำมันแตกในปี 2014 ราคาน้ำมันในตลาดโลกดิ่งเหว รายได้หลังของชาติลดฮวบส่งผลให้เศรษฐกิจที่ไม่รู้จักกระจายความเสี่ยงของเวเนซุเอลาเผชิญกับภาวะ "เงินเฟ้อขั้นรุนแรง" ทันที
อัตราเงินเฟ้อพุ่งเกิน 130,000 % กลายเป็นคนเวเนซุเอลาต้องถือเงินเป็นปึกๆ เพื่อใช้ซื้อไข่เพียงไม่กี่ฟอง อีกทั้งภาวะเงินเฟ้อทำให้การนำเข้าสินค้าทำได้ยากลำบาก
จนชาวเวเนซุเอลาเผชิญกับการขาดแคลนปัจจัยพื้นฐาน ทั้งอาหาร ยา รวมไปถึงของใช้พื้นฐานในชีวิตประจำวัน
- ชาวเวเนซุเอลาที่สิ้นหวังได้พากันอพยพออกนอกประเทศรวมกันกว่า 5 ล้านคน เกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรงไปทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2014 ถึงปี 2017
แต่มาดูโรเลือกปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างแข็งกร้าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 คน
📍📍ชนวนเหตุเเรกจากความไม่พอใจของสหรัฐอเมริกา เริ่มที่ตรงนี้ที่มีการมองว่ามาดูโรเป็นคุกคามอยู่แล้ว ทั้งในแง่อุดมการณ์ ในแง่พลังงาน และการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการปราบปรามผู้ประท้วง จึงตอบโต้ด้วยการประกาศคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจขนานใหญ่ในปี 2017 ทั้งการอายัดทรัพย์สินและสั่งแบนการซื้อขายน้ำมันเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงสุดท้ายของรัฐบาลมาดูโร บีบให้เขาประกาศลาออก📍📍
อย่างไรก็ตามมาดูโรไม่ยอมลงจากอำนาจ เขาหันไปซบคู่ปรับตลอดกาลของสหรัฐฯ อย่าง รัสเซียและจีน
เพื่อลดบทบาทของดอลลาร์สหรัฐในอุตสาหกรรมน้ำมัน แต่นี่ยิ่งเติมเชื้อไฟให้สหรัฐฯ มองว่ามาดูโรเป็นภัยคุกคามยิ่งกว่าเดิม
- ไม่เพียงแต่ไม่ลาออก เมื่อใกล้สิ้นสุดวาระผู้นำเวเนซุเอลา มาดูโรพยายามรักษาอำนาจของตนไว้ โดยการรยุบสภาฝ่ายค้านและจัดตั้งสภาใหม่ที่เต็มไปด้วยพรรคพวกของตนเอง พร้อมทั้งเข้าควบคุมองค์กรอิสระและกองทัพอย่างเบ็ดเสร็จ ในการเลือกตั้งผู้นำปี 2018 ถูกขนานนามว่าเป็น "การเลือกตั้งที่สกปรกที่สุด" ในประวัติศาสตร์เวเนซุเอลา รัฐบาลเวเนซุเอลาตัดสิทธิพรรคฝ่ายค้านหลักไม่ให้ลงสมัครเลือกตั้ง และจับกุมแกนนำฝ่ายค้านหลายคน รวมไปถึงการบีบให้ออกนอกประเทศ ส่งผลให้พรรคฝ่ายค้านส่วนใหญ่คว่ำบาตรการเลือกตั้งครั้งนั้น
📍ชนวนเหตุที่ 2 ของเหตุการณ์ความไม่พึงพอใจของการกระทำของ นิโคลัส มาดูโร ที่สหรัฐอเมริกามองว่าขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน
โดย มีการใช้ "บัตรสวัสดิการอาหาร" มาข่มขู่ประชาชนว่า หากใครไม่ไปลงคะแนนให้มาดูโร จะถูกตัดสิทธิ์ในการรับแจกอาหารและของใช้จำเป็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวเวเนซุเอลาขาดแคลนอย่างหนักในตอนนั้น
- องค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้งถูกแทรกแซงโดยคนของรัฐบาล ทำให้นานาชาติรวมถึงสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปประกาศไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ และมองว่ามาดูโรคือ "ประธานาธิบดีเถื่อน" ที่ขโมยอำนาจไปจากประชาชน ในเดือนมกราคม 2019 สหรัฐฯ และกว่า 50 ประเทศได้ยืนยันว่านายฮวน กวยโด (Juan Guaidó)
ประธานสภาแห่งชาติ คือผู้ที่ควรทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลาที่ชอบธรรมแทนมาดูโร จากพฤติกรรมทางการเมืองที่รวมอำนาจเบ็ดเสร็จและปราบปรามผู้เห็นต่างอย่างรุนแรง มาดูโรจึงถูกกล่าวหาจากทั้งคนในชาติและนานาชาติว่าเป็น “เผด็จการ”
ในที่สุด รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุอย่างชัดเจนว่าตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา สหรัฐฯ ไม่ถือว่ามาดูโรเป็นประธานาธิบดีตามกฎหมายของเวเนซุเอลาอีกต่อไป
เมื่อปี 2020 รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้ตั้งข้อหาต่อมาดูโรและพรรคพวกระดับสูงอีก 14 คน ในข้อหา "ก่อการร้ายทางยาเสพติด" หลังมีรายงานจากหน่วยงานความมั่นคงสหรัฐฯ ว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวเนซุเอลาที่ชื่อ “คาร์เทลออฟเดอะซัน” ได้รับการสนับสนุนและคุ้มครองจากผู้นำเวเนซุเอลา
เอกสารกล่าวหาว่ามาดูโรและพวกพ้องได้สมคบกับกลุ่มกบฏฟาร์ก (FARC)
ในโคลอมเบีย ลักลอบขนส่งโคเคนครั้งมโหฬารหลายตันเข้าสู่สหรัฐฯ แลกกับการจัดหาอาวุธสงครามให้กลุ่มเหล่านั้น นอกจากนี้ยังจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธนอกกฎหมายเพื่อช่วยเหลือขบวนการค้ายาภายในเวเนซุเอลาเองด้วย
ท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องยาเสพติดและการโกงเลือกตั้งเเละความขัดเเย้งกับชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ "ขุมทรัพย์น้ำมันดิบ" ของเวเนซุเอลาซึ่งมีปริมาณสำรองมากที่สุดในโลก นั่นเองทำให้ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร มีการดึง ประเทศรัสเซีย จีน และอิหร่าน เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ ไม่เพียงแต่เป็นการท้าทายสหรัฐฯ แต่ยังทำให้สหรัฐฯ สูญเสียการควบคุมแหล่งพลังงานในภูมิภาคซึ่งพวกเขาถือเป็น "หลังบ้าน" ของตนเอง
📍ชนวนเหตุความขัดเเย้งของสหรัฐอเมริกาเเละเวเนซุเอลา ชนวนที่ 3
หลังจากการลุกฮือของประชาชน รัฐบาลมาดูโรได้ตอบโต้ด้วยการประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมลงจากอำนาจ และเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างศัตรูทางการเมืองทันที โดยมีการออกหมายจับ ผู้สมัครประธานาธิบดีจากพรรคฝ่ายค้านที่ชาวเวเนซุเอลาและนานาชาติต่างเชื่อว่าเป็น "ผู้ชนะตัวจริง" ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จนเขาต้องตัดสินใจลี้ภัยออกนอกประเทศ มีการโกงเลือกตั้งครั้งนี้เองที่เป็นชนวนให้สหรัฐฯ
และนานาชาติไม่รับรองมาดูโรเป็นประธานาธิบดี อีกครั้ง โดยยืนยันว่าเขาหมดความชอบธรรม พร้อมทั้งยกระดับของมาดูโรจาก "เผด็จการ" เป็น “อาชญากรค้ายาเสพติด
เมื่อประธานาธิบกีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2025 เขาเริ่มเปิดฉากกดดันมาดูโรในแทบจะทันที ในเดือนกุมภาพันธ์ ทรัมป์สั่งยกเลิกสัมปทานน้ำมัน ทั้งหมดที่รัฐบาลไบเดนเคยผ่อนปรนให้เวเนซุเอลา เพื่อตัดช่องทางการหาเงินของมาดูโร
- ในเดือนมีนาคม สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 25% ต่อทุกประเทศที่ยังกล้าซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลา เพื่อโดดเดี่ยวมาดูโรออกจากตลาดโลกอย่างสมบูรณ์
- ในเดือนสิงหาคม สหรัฐฯ เพิ่มรางวัลนำจับของ มาดูโร จากเดิม 15 ล้าน เป็น 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นค่าหัวที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของผู้ก่อการร้ายยาเสพติดข้ามชาติ
- ในช่วงปลายปี 2025 สถานการณ์พุ่งสู่จุดเดือดเมื่อสหรัฐฯ ประกาศปฏิบัติการทางทหารภายใต้ชื่อ "Southern Spear" โดยส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน พร้อมฝูงบินรบเข้าประชิดน่านน้ำเวเนซุเอลา
จากเหตุการข้างต้นจะเห็นว่ามีการดำเนินนโยบายของสหรัฐอเมริกาที่ไม่เห็นด้วยกับประเทศเวเนซุเอลา
กองทัพเรือสหรัฐฯ เริ่มเปิดฉากโจมตีและจมเรือต้องสงสัยว่าพัวพันกับการค้ายากว่า 30 ลำในทะเลแคริบเบียนและแปซิฟิก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 110 คน สหรัฐฯ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ พร้อมจะใช้กำลังทหารโดยตรงต่อเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาในเวเนซุเอลา
"เขาอยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ไม่เป็นไรหรอก เอาที่เขาอยากจะทำเลย แต่ถ้าเขาคิดจะลองดีขึ้นมาละก็ นั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขามีโอกาสได้ทำแบบนั้น" ทรัมป์กล่าวในช่วงเดือนธันวาคม 2025
💡ฝ่ายประะธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโรเองก็สั่งระดมพลและฝึกทหารทั่วประเทศเพื่อเตรียมรับศึกที่อาจเกิดขึ้นเช่นกัน เขายังยั่วยุสหรัฐฯ อย่างดุเดือด โดยเรียกโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็น "'มาเฟียไมอามี"
และตราหน้าปฏิบัติการของสหรัฐฯ ว่าเป็นเพียง "การแสดงปาหี่" เพื่อหวังปล้นทรัพยากรน้ำมันของเวเนซุเอลา และกองทัพของเขาก็พร้อมที่จะตอบโต้โจมตีของกองกำลังสหรัฐฯ
การกล่าวหาประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ มีการให้ประชาชนเเละทหารเดินประท้วงต่อการเเทรกเเซงของสหรัฐอเมริกา
💡เปิดศักราชใหม่ ในปี 2026 ช่วงวันที่ 3 มกราคม 2026 เปิดฉากปฏิบัติการลับที่ถูกเตรียมการมาอย่างแยบยลนานหลายเดือน หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ได้เกาะติดความเคลื่อนไหวและกิจวัตรประจำวันของมาดูโรอย่างละเอียดจนทะลุปรุโปร่ง พวกเขารู้จุดอ่อนทุกย่างก้าว รวมถึงตำแหน่งของบุคคลสำคัญในวงล้อมที่ต้องถูกกำจัดเพื่อเปิดทาง
ปฏิบัติการครั้งนี้สำเร็จอย่างลุล่วงภายในระยะเวลาเพียง 3 ชั่วโมง มาดูโร ถูกจับกุมขณะนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงกับภรรยา เขาถูกนำตัวออกนอกประเทศ มุ่งหน้าสู่สหรัฐฯ ในทันทีเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในศาลสหรัฐฯ ปิดตำนานผู้นำผู้สืบทอดอุดมการณ์โบลิวาร์ที่ครองอำนาจมานานกว่าทศวรรษลงอย่างเป็นทางการ
ไล่เรียงลำดับเหตุการ์ จากเริมต้น สู่ จุดจบของประเทศที่มีทรัพยากรน้ำมันอันดับต้นๆของโลก
💡💡ครูสังคมสอนได้ทั้ง ความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศ เเละ เศรษฐกิจที่พังของเวเนซุเอลาจากการดำเนินนโยบายของนิโกลัส มาดูโร 💡💡
ไว้ตอนหน้าจะมานำเสนอทีท่าต่อเหตุการณ์นี้ในมุมมองของประเทศต่างๆ ผ่านกลไกทางการฑูต เเละองค์การสหประชาชาติ
#สาดความรู้สังคม #แร่แรร์เอิร์ธ #สหรัฐอเมริกา #เวเนซูเอลา #น้ำมัน
#ธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม #ทรัพยากร #เเร่หายาก #สงคราม
#ครูสังคม #สังคมศึกษา #ทรัพยากรธรรมชาติ
โฆษณา