Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ณ
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 10:24 • ประวัติศาสตร์
🏫บ้านสี่แยก สมเด็จ กาฬสินธุ์
🧑🎨โดย...การะเกด ภักดีภูธร
บ้านสี่แยก หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงเมื่อ พ.ศ.2484 ต่อมา ในปี พ.ศ.2485 สมเด็จพระมหาวีระวงศ์ (อ้วน ติสโส) วัดบรมนิวาส จังหวัดพระนคร ประธานสังฆมนตรีฝ่ายธรรมยุติ ได้จาริกมาตรวจเยี่ยมกิจการคณะสงฆ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เดินทาง มาจาก จังหวัดพระนคร (กรุงเทพมหานคร) มุ่งหน้าไปจังหวัดอุบลราชธานี
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ท่านได้เดินทางต่อมาทาง มุกดาหาร คำชะอี กุฉินารายณ์ ( บัวขาว) และมาฉันภัตตาหารเพลที่วัดบ้านหนองกุง ที่ตั้งอยู่ห่างจากบ้านสี่แยก ออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร
สภาพบ้านเรือน ของบ้านสี่แยก เป็นบ้านไม้ มีทั้งแบบ 2 ชั้น และ ชั้นเดียว บ้านสองชั้นที่ยังเห็นอยู่ในปัจจุบัน คือบ้าน เจ๊กกวง (เสียชีวิต) บ้านหลังนี้ จะตั้งอยู่ใกล้ เสาหลักเมือง ส่วนบ้านชั้นเดียวที่ยังมีอยู่คือ บ้าน หมอแหวง บ้านเจ๊กเกีย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้บ้านเจ๊กกวง
ส่วนบ้านชั้นเดียวที่ ถูกรื้อไปแล้ว และสร้างใหม่ เริ่มนับตั้งแต่ บ้านผม ที่ต้นซอยพารานันท์ ไปจนถึง ซอยกำนันหนู(ซอยธันวา หรือซอยธนู ซอยนี้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่กำนันหนู กำนันคนแรกของตำบลสมเด็จ
ส่วนบ้าน 2 ชั้น ที่ถูกรื้อ จะตั้งอยู่ปากซอยรัศมีดาว เป็นบ้านของ เจ๊กซะย้ง และบ้านของเจ๊กซะยิ้ม ที่อยู่ใกล้ร้านก๋วยเตี๋ยว ชัยโอชา
บ้านเรือนของบ้านสี่แยก ทั้งสองฟากฝั่งถนนจะตั้งอยู่ห่างกันมาก ด้วยการกำหนดของกรมทางหลวง ผมไม่ทราบว่าห่างกันกี่เมตร แต่พ่อเล่าให้ผมฟังว่า กรมทางหลวง จะมีหลักเขต เขียนว่า "ขทล" หมายถึง เขตทางหลวง ประชาชนที่อยู่ในเขตถนนหลวงห้ามลุกล้ำ โดยเด็กขาด จึงทำให้ถนนที่ไปทาง อ.กุฉินารายณ์ กว้างขวางมาก ขนาด 6 เลน ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนเชิงยุทธศาสตร์ สามารถเดินทางไปถึง มุกดาหาร ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งโขง
ผมจำได้ว่า หน้าบ้านของแต่คน จะมีการปลูกต้นฉำฉา หรือ ต้นจามจุรี เพื่อเอาไว้เลี้ยง " ครั่ง" เพื่อนำไปขายสร้างรายได้ให้กับแต่ละบ้าน เพราะครั่ง สามารถนำไปใช้ที่ไปรษณีย์ เพื่อป้องกันการแกะซอง ที่ใส่ของ บางครั้งก็เอาไปทำยา ต่อมา มีการตัดต้น ฉำฉา ออกจนหมดสิ้น เพราะมันสร้างความสกปรก ทั้งเม็ดที่เป็นฝัก ค่อนข้างใหญ่ ใบที่ร่วงหล่น อีกทั้งต้นค่อนข้างใหญ่โต ที่สำคัญเป็นไม้เนื้ออ่อน พายุลมแรง ก็จะทำให้ หักใส่บ้านเรือนได้
ในภาพ จะเห็น ต้นฉำฉา ที่อยู่ทางซ้ายมือ ด้านหน้า จะเป็นขบวนแห่งบุญกฐิน ที่บ้านผมจัดทำบุญกฐิน เป็นประจำทุกปี จะมีคนเฒ่า คนแก่ มาร่วมแห่กฐิน ปัจจุบันไปเฝ้าพระอินทร์กันหมดแล้ว ส่วนเด็ก ๆ ที่ยืนอยู่ น่าจะอายุประมาณ 60-70 ปี
ซ้ายสุด ของภาพ คือพ่อใหญ่คำหมา บ้านแกอยู่คุ้มร้อยเอ็ด ผมจำได้เพราะ ทั้งปากแก่ไม่มีฟันเลย แก้มจึงตอบ และที่สำคัญคือ พ่อใหญ่คำหมา แก่เป็นมัคทายก วัดรังสีชัชวาลย์ นำสวดก่อนที่พระสงฆ์ จะประกอบพิธี ..
ส่วนขวาสุด ที่ถือฉัตร 5 ชั้น คือ พ่อใหญ่นา ผมจำได้เพราะ ท่านเป็นคนตัวสูง ผมบาง และเป็นช่างตัดผม ประจำหมู่บ้าน พ่อใหญ่นา แกจะออกตระเวน ไปตัดผมที่เรียกว่า "ลมโชยบาร์เบอร์" แกจะมีเก้าอี้พับ 1 ตัว และมีกระเป๋า ใบหนึ่ง เอาไว้ใส่ ปัตตาเลี่ยน ที่ใช้พลังมือขับเคลื่อน หวี มีดโกน แป้งใส่ก่อนตัดผม และผ้าคลุม ตรงไหนร่ม มีลูกค้าก็ตัดผมได้เลย โดยเฉพาะเด็ก ๆ อย่างผม ต้องให้พ่อใหญ่นา เป็นคนตัดผมให้ครับ
บ้านสี่แยก ต่อมามีเศรษฐกิจดี จึงยกฐานะเป็นอำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ มาจนถึงวันนี้
🌿🌿🌿🌿🌿🌿🌿
6ม.ค.69
แนวคิด
ความรู้รอบตัว
เรื่องเล่า
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย