7 ม.ค. เวลา 00:32 • ธุรกิจ

🌱ทางรอดเกษตรโลก เมื่อภัยพิบัติรุนแรงไม่รู้จบ🌪️

เมื่อพูดถึงภัยพิบัติ หลายคนอาจนึกถึงภาพน้ำท่วม พายุ หรือภัยแล้งเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า
แต่สำหรับ “ภาคเกษตร” ภัยพิบัติกำลังกลายเป็นแรงกระแทกถาวรที่มากระทบซ้ำแล้วซ้ำเล่า และรุนแรงขึ้นทุกปี 😢
รายงาน The Impact of Disasters on Agriculture and Food Security ของ FAO เผยข้อมูลที่สะเทือนใจว่า ตลอด 33 ปี ระหว่าง ค.ศ. 1991–2023 ภัยพิบัติสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจแก่ภาคเกษตรโลกกว่า 3.26 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเฉลี่ยเกือบ 99 พันล้านดอลลาร์ต่อปี และในช่วง ค.ศ. 2022–2023 ความเสียหายพุ่งแตะระดับ กว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
🌾 อาหารที่หายไป ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนรายงาน
เบื้องหลังมูลค่าความเสียหาย คือ “ผลผลิตอาหาร” ที่หายไปจากระบบโลกในปริมาณมหาศาล
🍚 ธัญพืชสูญเสียรวมกว่า 4.6 พันล้านตัน
🍅 ผักและผลไม้หายไปกว่า 2.8 พันล้านตัน
🥛 เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมสูญเสียกว่า 900 ล้านตัน
🐟 ประมงสูญเสียผลผลิตกว่า 5.6 ล้านตัน จากคลื่นความร้อนในทะเลเพียงปัจจัยเดียว
ทั้งหมดนี้แปลตรงตัวว่า ความมั่นคงทางอาหารของโลกกำลังเปราะบางขึ้นอย่างรวดเร็ว
🌍 ความเสียหายไม่ได้กระจายเท่ากัน
FAO ชี้ว่า บางภูมิภาคแบกรับแรงกระแทกหนักกว่าที่คิด
แอฟริกาได้รับผลกระทบสูงสุดในเชิงสัดส่วน คิดเป็น 7.4% ของ GDP ภาคเกษตร
เอเชียเสียหายสูงสุดในเชิงมูลค่า รวมกว่า 1.53 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งโลก
ประเทศรายได้ปานกลางระดับล่างเผชิญความสูญเสียสูงถึง 4.7% ของ GDP ภาคเกษตร สะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน
🌪️ภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายสูงสุด
1️⃣ น้ำท่วม สร้างความเสียหายสะสมกว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์
2️⃣ พายุ คิดเป็น 720,000 ล้านดอลลาร์
3️⃣ ภัยแล้ง ราว 278,000 ล้านดอลลาร์
4️⃣ คลื่นความร้อนและอุณหภูมิสุดขั้ว กว่า 187,000 ล้านดอลลาร์
❗ทำไมผลกระทบจึงรุนแรง
เพราะภัยพิบัติไม่ได้จบเมื่อเหตุการณ์ผ่านไป
โครงสร้างพื้นฐานทางเกษตรเสียหาย ตลาดหยุดชะงัก เกษตรกรขาดสภาพคล่อง ระบบนิเวศเสียสมดุล ศัตรูพืชและโรคระบาดเพิ่มขึ้นในพืชและสัตว์ที่อ่อนแอ
ผลกระทบเหล่านี้สะสมเป็น “ต้นทุนระยะยาว” ที่อาจกินเวลาหลายปีหลังภัยพิบัติสิ้นสุด
🌐 เทคโนโลยีดิจิทัล จุดเปลี่ยนของการจัดการความเสี่ยง
เทคโนโลยีดิจิทัลคือหัวใจของการเปลี่ยนเกมจาก “รอแก้” เป็น “ป้องกันก่อน”
🔔 ระบบเตือนภัยล่วงหน้า สามารถลดความเสียหายได้อย่างน้อย 10 เท่าของต้นทุนการลงทุน
⏳ การตัดสินใจล่วงหน้าโดยอิงการคาดการณ์ที่เชื่อถือได้ ช่วยลดการสูญเสียก่อนภัยมาถึง
🤖 AI และดาวเทียมถูกนำมาใช้ทั้งการพยากรณ์อากาศ การติดตามการใช้น้ำ การทำแผนที่ดิน และแม้แต่การประกันภัยพืชผลแบบพาราเมตริก ที่จ่ายชดเชยตามดัชนี ไม่ต้องรอประเมินความเสียหายจริง
🧭 ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ไม่อาจมองข้าม
1️⃣ การจัดการภัยพิบัติต้องเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเกษตร ไม่ใช่งานกู้ภัยปลายทาง
2️⃣ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและข้อมูล ต้องทำควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานกายภาพ
3️⃣ การพัฒนาคนสำคัญไม่แพ้เทคโนโลยี หากผู้ใช้ไม่เข้าใจ เครื่องมือจะไม่สร้างมูลค่า
4️⃣ ระบบประกันภัยและสวัสดิการต้องช่วยให้เกษตรกร “ลุกขึ้นใหม่ได้” หลังวิกฤต
📌 เมื่อความเสี่ยงกลายเป็นตัวแปรเศรษฐกิจหลัก
ภัยพิบัติกำลังเขียนอนาคตของเกษตรและอาหารโลก
คำถามจึงไม่ใช่ว่า ภัยพิบัติจะเกิดหรือไม่
แต่คือ ประเทศใดจะปรับตัวได้เร็วพอที่จะเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง
เมื่อฤดูกาลไม่เป็นไปตามฤดูกาลอีกต่อไป
การลงทุนเพื่อ “ป้องกันล่วงหน้า” วันนี้
อาจเป็นตัวตัดสินความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า 🌱
.
เรื่องและภาพ: กุสุมา ธะนะวงศ์ Economist, Bnomics
════════════════
Bnomics - Bangkok Bank Economist, Bnomics
'Be an Economist for Everyone'
วิเคราะห์ เจาะทุกประเด็นเศรษฐกิจ ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
════════════════
#ทางรอดภาคเกษตร #ภัยพิบัติ #เทคโนโลยีดิจิทัล #ธนาคารกรุงเทพ #Bnomics #BBL #BangkokBank
โฆษณา