7 ม.ค. เวลา 02:34 • ท่องเที่ยว

Day139 กล้วยยักษ์มาเลย์

ก่อนออกจากโบสถ์คริสต์ที่พักค้างคืนเมื่อคืนก็ขนเครื่องนอนไปคืนเขาก่อน แล้วก็ฝากกระเป๋าลายทหารกับเสื้อที่ไซดี้ให้มา เราฝากเจ้าหน้าที่เอาไว้ให้พรีว่า คนที่เป็นชาวไอวอรี่โคสต์ เราไม่อยากขนของที่ไม่ค่อยได้ใช้ ใครให้อะไรมาก็เอาให้คนอื่นต่อไป
เราปั่นจักรยานมาดูโบสถ์ถ่ายรูปคู่กับโบสถ์​ แล้วก็พรีวา ตอนเข้าไปในโบสถ์ชอบตรงที่มันเงียบดี โบสถ์ที่นี่มีที่นั่งอยู่ 3 ทิศ หันหน้าเข้าหารูปไม้กางเขน ข้างในโบสถ์ก็มีชายแก่ชาวอินเดียนั่งสวดขอพรพระเจ้าอยู่คนหนึ่ง
พอออกมาเจอคุณลุงคุณป้า แล้วก็คนที่มาที่โบสถ์บางคนสนใจเข้ามาซักถามเกี่ยวกับการเดินทางของเรา เราก็เลยเล่าให้ฟัง ปรากฏว่า พอตอนจะไป คุณลุงควักกระเป๋าเอาแบงก์ 50 ริงกิตออกมาให้เรา บอกว่าช่วยสนับสนุนการเดินทางขอบคุณมากเลย เราเลยเก็บใบ 50 ริงกิตนั้นไว้เป็นที่ระลึก เป็นครั้งแรกที่มีคนให้เงินแบบนี้
จากเซอเร็มบัน สรุปขอแก้ไขข้อมูลที่เขียนลงในในไดอารี่หรือที่พูดในวิดีโอนิดนึง เซอเร็มบัน เป็นเมืองหลวงของรัฐเนกรีเซมบีลันไม่ใช่เป็นรัฐเซอเร็มบัน ก็คนที่โบสถ์นั่นแหละบอก เราก็เลยงง มาเจอป้ายของอาคารราชการต่าง ๆ ถึงได้รู้ว่า เซอเร็มบัน เป็นเมือง ไม่ใช่รัฐ รัฐน่ะคือเนกรีเซมบีลัน จากเซอเร็มบันเราปั่นไปทางเมืองเริมเบาและตัมปิน แวะกินข้าวมันไก่ก่อนออกจากเมืองแล้วก็ไปแวะอีกทีที่ปั๊มปิโตรนาสซึ่งถูกพนักงานเข้ามาห้ามไม่ให้ถ่ายวิดีโอ
เราไปแวะริมทางอีกทีห่างจากปั๊มไปไม่ไกลนักเป็นร้านขายกล้วย กล้วยลูกใหญ่มากก็เลยแวะถ่ายรูปแล้วก็ซื้อมา 1 ลูก น้ำหนักครึ่งกิโลกรัม ราคา 2 ริงกิต เพราะ 1 กิโลกรัม 4 ริงกิต ดูสิ กล้วยลูกเดียวหนักครึ่งกิโลกรัม เปลือกมันเหลืองหมดแล้ว
คุณลุงที่อยู่แถวนั้นบอกว่า กล้วยนี้ชื่อว่า Eagle Banana หรือ ปิซังเฮลัง กล้วยนกอินทรี แล้วยังมีกล้วยอีกประเภทชื่อว่า ปิซังตันดูก์ ไม่รู้สะกดยังไงแต่ออกเสียงว่า ตันดูก์ เขาบอกว่ากล้วยนี้ใหญ่กว่ากล้วยอินทรีย์อีก ปิซังตันดูก์ แปลว่า Horn Banana ปิซัง แปลว่า กล้วย ตันดูก์ แปลว่า เขา ก็คงจะโค้งใหญ่เหมือนเขาสัตว์มั้งเขาเลยเรียกชื่อนี้ แต่ชื่อกล้วยอินทรีนี่สิมายังไง
เราห้อยกล้วยตะลอนไปถึงจุดแวะพักอีกจุดช่วงก่อนถึงมะละกาประมาณ 30 กว่ากิโลเมตร เราสั่งน้ำมะพร้าวปั่นมากิน แล้วก็แกะกล้วยกินด้วย ปรากฏว่ากล้วยที่คิดว่าจะเป็นมื้อเที่ยงวันนี้กลายเป็นกล้วยดิบซะงั้น ก็เห็นเปลือกเหลืองแล้ว สรุปเสียเงินมาเพื่อเอากล้วยนี้มาถ่ายรูปด้วยเฉย ๆ
ปั่นไปอีกหน่อยมีร้านขายกล้วยทอดเลยซื้อมากิน 1 ริงกิตได้ 4 ชิ้น แล้วก็ปั่นไปเรื่อย ๆ จนถึงมะละกา ก่อนเข้าเมืองประมาณ 3-4 กิโลเมตร เราเห็นวัดจีนอยู่ริมทางก็รีบเลี้ยวรถเข้ามาเลย แล้วเราก็ขอคุณลุงที่อยู่วัดนั่นบอกว่า ขอกางเต็นท์นอนในวัด แกก็เลยบอกว่า จะขอถามใครก่อนไม่รู้ แต่สุดท้ายก็ให้เรานอนได้ เราปั่นเข้าเมืองไปดูแสงสียามค่ำคืนก่อน แล้วก็หาของกิน ได้กินข้าวมันไก่อีกแล้ว รสชาติน้ำจิ้มก็ออกเผ็ดนิดหน่อย
ช่วงที่ปั่นลงใต้ของมาเลเซีย สังเกตว่าระหว่างทางมีมัสยิดน้อยลง และเริ่มพบเห็นโบสถ์คริสต์มากขึ้น
ช่วงปั่นเข้าทางสาย 19 ยางก็แบน รู้สึกได้เลยตอนปั่นว่ามีอะไรผิดปกติแต่ตอนแรกคิดว่าเป็นยางหลัง แต่ความจริงแล้วยางหน้าต่างหากที่รั่ว ก็เลยจอดรถริมทางแล้วก็เอายางใหม่มาเปลี่ยน เก็บยางที่รั่วไว้ไปปะที่ที่พัก
พอปั่นมาตามทางสาย 19 จนเหลืออีก 4 กิโลเมตรจะถึงมะละกามันมีทางแยกเลี้ยวขวาที่เราคิดว่าเป็นทางเข้าตัวเมือง มันเขียนว่า Pusat Bandar เราว่าน่าจะเป็นใจกลางเมืองอะไรแบบนั้น เราเลยเลี้ยวไปตามทางนั้นแล้วก็เจอวัดจีนอยู่ฝั่งซ้ายมือ
เรารีบเลี้ยวเข้าไปในวัดทันทีเหมือนมีอะไรดลจิตดลใจให้ทำอย่างนั้น เราขอค้างคืนที่วัดโดยเจอคุณลุงผมขาวใส่แว่นคนหนึ่ง เราคุยกับแก แกบอกว่าให้เรานอนที่ห้องโถงซึ่งเป็นลานกว้างมีพัดลมติดเพดาน มีไฟ เราก็โอเค แค่นี้ก็ดีมากแล้ว แต่เราขอเข้าไปหาของกินในเมืองก่อน เพราะเราอยากเข้าไปดูเมืองยามค่ำคืน
เราเลยปั่นเข้าเมืองจนข้ามสะพาน เราหยุดอยู่กลางสะพานถ่ายรูป แล้วบังเอิญมีผู้หญิงนักท่องเที่ยว 2 คนเดินผ่านมาพอดี เขาเข้ามาซักถามพูดคุยเรื่องการเดินทางของเรา เขา 2 คนเป็นชาวอิตาเลียน เขาบอกว่ามีเพื่อนของเขาเคยปั่นจักรยานไปอเมริกาใต้เป็นเวลา 8 เดือน หลังจากทริปนั้นก็ได้สปอนเซอร์สนับสนุนให้ปั่นจักรยานรอบโลก ว้าว ดีจังเลย อยากได้แบบนั้นบ้าง
เราคุยกันอยู่นาน เขาขอชื่อ ขอ Facebook เราไว้ แล้วก็ให้ชื่อกับ Facebook ของเขา รวมทั้งบล็อกของเพื่อนเขาด้วย www.surfingplanet.com ส่วนเขา 2 คนชื่อ Debora **** คือคนที่ไม่ค่อยพูด ผมหยิก ๆ หน่อย ส่วนอีกคนชื่อ Barbara **** คนนี้คนที่พูดเยอะ ๆ ผมทอง ไว้ค่อย Add friend เขาใน Facebook ก็แล้วกัน
เราปั่นไปจนถึง Jonker Street ซึ่งเป็นย่านท่องเที่ยวมีร้านอาหาร แต่วันนี้เงียบเหงาเพราะว่าเขาบอกว่า เฉพาะศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่มีตลาดตอนกลางคืน เราเลยหาข้าวกิน ได้กินข้าวมันไก่อีกแล้ว จากนั้นก็ไปซื้อของไว้กินเป็นอาหารเช้าพรุ่งนี้ ซื้อน้ำไว้ด้วย เพราะน้ำจะหมดแล้ว
ตอนอยู่ที่ร้านค้า คนจีนแถวนั้นก็เข้ามาคุยมาถาม มีคุณลุงคนหนึ่งถามเราว่าพักไหน เราบอกว่าพักวัด แต่ไม่รู้ชื่อ รู้แต่ว่าอยู่ถนน Tokok Melaka หรืออะไรสักอย่างอยู่ทางไป Alor Garjah แกก็บอกว่า แกกำลังจะไปทางนั้นให้เราตามแกไป แต่แกเหมือนคุยไม่รู้เรื่อง สรุปทางที่แกพาเราไปไม่ใช่ทางที่เราต้องการไป เราเลยแยกกับแกแล้วหาทางกลับเอง
เราปั่นจักรยานไปถึงแถว ๆ ริมทะเลโน่นแน่ะ กว่าจะหาทางกลับเจอก็นานเหมือนกัน หลงไปหลงมา สุดท้ายก็เจอวัดจีนที่เรามาขอเขาพักค้างคืน
บังเอิญเจอผู้ชายอีกคนที่วัด เขาขี่จักรยานเสือภูเขาเหมือนกัน เขาให้เรามาพักในห้องที่มีพัดลมมีไฟพร้อม แทนในห้องโถงนั้น
คืนนี้ก็เลยได้นอนสบาย คืนพรุ่งนี้เช้าก็ค่อยไปหาวัดไทยขอเขาค้างคืน
อิสร์ เสรีพัก
อังคาร 3 กันยายน 2013 - ​มาเลเซีย 139
สถิติการปั่นวันนี้
ระยะทางรวม 8,052 กิโลเมตร
ระยะทาง 98 กิโลเมตร
*เผลอลบโดยบังเอิญ
ค่าใช้จ่ายวันนี้
1 ข้าวเช้า + น้ำ 6.6 ริงกิต
2 กาแฟ + ขนม 3.3 ริงกิต
3 น้ำมะพร้าวปั่น 3 ริงกิต
4 กล้วยอินทรีย์ 2 ริงกิต
5 ข้าวเย็น 5.5 ริงกิต
6 ขนม + น้ำ + นม 8.5 ริงกิต
7 เงาะ 1.5 กิโลกรัม 6 ริงกิต
8 กล้วยทอด 1 ริงกิต
รวม 35.9 ริงกิตหรือประมาณ 359 บาท
โฆษณา