7 ม.ค. เวลา 04:00 • นิยาย เรื่องสั้น

​รุ่งสางที่เนิน 677: ลมหายใจพยัคฆ์น้อย

​เมษายน, ค.ศ. 1951 – พิกัดเนิน 677, หุบเขากาพยอง, เกาหลีใต้
​ความหนาวเย็นของเกาหลีไม่ใช่แค่ลมพัด แต่มันคือกริชน้ำแข็งที่บาดลึกทะลุเสื้อกันหนาวหนาเตอะเข้าไปถึงกระดูก ร้อยตรีสิงหา กระชับปืนปลย. 88 (M1 Garand) ในมือจนแน่น ปลายนิ้วของเขาเริ่มชาจนแทบไร้ความรู้สึก สายตาจับจ้องไปยังความมืดมิดเบื้องล่าง
​"เงียบเกินไปแล้วครับผู้หมวด..." เสียงกระซิบจาก 'ไอ้จ่อย' พลทหารคนสนิทดังมาจากหลุมข้างๆ
​ในความเงียบสงัดนั้นเอง เสียงแตรศึกและนกหวีดโหยหวนสั้นๆ เริ่มดังแว่วมาตามลม มันคือสัญญาณที่ทหารไทยทุกคนรู้ดี... กองทัพอาสาประชาชนจีน (PVA) กำลังจะเริ่มกลยุทธ์คลื่นมนุษย์
[คำสั่งสุดท้ายถึงปืนใหญ่]
​สถานการณ์วิกฤตถึงขีดสุดเมื่อเงาร่างนับพันในชุดนวมสีเทาบุกทะลวงเข้ามาจนเกือบถึงแนวบัญชาการ สิงหากระชากวิทยุสื่อสาร PRC-6 ออกมา
​"นี่พยัคฆ์น้อย! เรียกฐานยิง 16 นิวซีแลนด์! ยิงลงมาที่พิกัด 6-7-7! ย้ำ! ยิงลงมาที่หน้าตักพวกเราเลย!"
​(เสียงซ่าในวิทยุ) "แต่นั่นมันพิกัดพวกคุณเองนะ! อันตรายเกินไป!" ปลายสายอุทาน
​"ยิงมาเลย! เพื่อแผ่นดินไทย... ยิง!!!" สิงหาคำรามลั่นก่อนจะกดหัวลูกน้องลงก้นสนามเพลาะ "ทุกคนหมอบลง! อ้าปากไว้!"
​ท้องฟ้าสว่างจ้าดั่งกลางวัน เสียงหวีดหวิวของลูกปืนใหญ่แหวกอากาศลงมา ก่อนจะระเบิดกึกก้องจนแผ่นดินสะเทือน แรงอัดอากาศทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น เมื่อควันจางลง เสียงแตรจีนที่เคยดังระงมกลับเงียบกริบ เหลือเพียงซากปรักหักพังที่ช่วยรักษาชีวิตพยัคฆ์น้อยกลุ่มนี้ไว้ในนาทีสุดท้าย
[นรกบนดิน]
แต่ศัตรูไม่หยุดเพียงเท่านั้น กลุ่มที่รอดตายพุ่งพรวดขึ้นมาถึงขอบสนามเพลาะในระยะประชิด
"มันหลุดเข้ามาแล้ว! ตะลุมบอน!!!" เสียงจ่าหมายตะโกนก้อง
​สิงหาไม่ได้บรรจุลูกใหม่ เขาใช้ดาบปลายปืนที่ติดแน่นอยู่ปลายลำกล้องพุ่งเข้าใส่ แสงไฟจากกระสุนส่องวิถีวูบวาบสะท้อนกับเหล็กกล้าสีดำวาว ทหารไทยตัวเล็กกว่าเกือบช่วงศีรษะ แต่กลับคล่องแคล่วราวกับเสือสมิง พวกเขาใช้พานท้ายปืนฟาด ตัดสลับกับการแทงดาบที่รวดเร็วและแม่นยำ
​เลือดอุ่นๆ สาดกระเด็นเปื้อนใบหน้าสิงหา มันตัดกับอากาศติดลบจนเกิดไอความร้อน เสียงเหล็กกระทบกันสลับกับเสียงคำรามดังระงมไปทั่วเนิน 677 จนกระทั่งศัตรูคนสุดท้ายถูกเหวี่ยงลงจากเนินไป
​[จากนรก สู่หยดน้ำตา]
​รุ่งสางมาพร้อมกับแสงสีเทาหม่น สิงหาคลานไปหาไอ้จ่อยที่นอนพิงผนังดิน มือสองข้างกุมท้องที่อาบไปด้วยเลือด "ผู้หมวด... ผมหนาวว่ะครับ... ฝากเงินในย่ามให้แม่ผมด้วยนะ"
​ดวงตาของไอ้จ่อยเริ่มเลื่อนลอย ก่อนจะดับวูบลงในอ้อมแขนของสิงหา ท่ามกลางเสียงลมพัดหวีดหวิว เขาปาดน้ำตาที่กำลังจะกลายเป็นน้ำแข็งเกาะโหนกแก้ม
​"หมวด... เขาจะเสนอชื่อพวกเรารับเหรียญตราชูเกียรติจากอเมริกาเลยนะเว้ย" จ่าหมายเดินเข้ามาบอกด้วยเสียงแหบพร่า
​สิงหามองดูมือที่สั่นเทาและเปื้อนเลือดของตัวเอง แล้วแค่นยิ้ม "เหรียญตราน่ะ... ใครอยากได้ก็เอาไปเถอะจ่า สำหรับผม เกียรติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการที่ผมยังมีลมหายใจได้มองเห็นแสงอาทิตย์อีกวัน และได้พาพวกคุณกลับบ้าน"
​เขายันตัวขึ้นยืน แผ่นหลังยังคงเหยียดตรงท่ามกลางลมหนาว "ทุกคน! ประจำสถานีรบ!"
​สงครามยังไม่จบ และหน้าที่ของ "พยัคฆ์น้อย" บนยอดเนินแห่งนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในเช้าวันใหม่ เนิน 677 ยังคงเป็นของไทย... และจะไม่มีวันถอยแม้แต่ก้าวเดียว
สงครามอาจพรากชีวิตไปมากมาย ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังและเหรียญตราเกียรติยศ แต่สำหรับทหารหาญแห่งกรมผสมที่ 21 ความทรงจำที่กาพยองไม่ใช่เรื่องของชัยชนะเหนือศัตรู หากแต่เป็นเรื่องของความอดทน ความเสียสละ และความปรารถนาอันเรียบง่ายที่จะ "รอดชีวิต" กลับไปสู่แผ่นดินแม่... แผ่นดินไทยที่พวกเขาจากมา
peepshow
​[จบบริบูรณ์]
​เกี่ยวกับสมรภูมิ: ยุทธการกาพยอง (Battle of Kapyong) วันที่ 23-25 เมษายน พ.ศ. 2494 เป็นสมรภูมิที่ทหารไทย (ร.21 พัน.1) รักษาที่มั่นร่วมกับกองกำลังแคนาดาและออสเตรเลีย จนได้รับฉายา "Little Tigers" จากความเด็ดเดี่ยวในการรบประชิดตัว
กองพันทหารราบที่ 1 กรมผสมที่ 21 (ร.21 พัน.1) ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานนามหน่วยว่า "ทหารเสือราชินี"
กองพันแคนาดา (2nd Battalion, Princess Patricia's Canadian Light Infantry): ซึ่งรบอยู่บนเนิน 677 ร่วมกับไทย
กองพันออสเตรเลีย (3rd Battalion, Royal Australian Regiment): ที่รบอย่างหนักบนเนิน 504 ใกล้ๆ กัน
ลำน้ำกาพยอง (Kapyong River): ที่ไหลพาดผ่านหุบเขาเบื้องล่าง
หลายคนอาจสับสนระหว่างสองสมรภูมินี้ เพราะทหารไทยรบอย่างกล้าหาญทั้งคู่ครับ:
เนิน 677 (กาพยอง): สูงจากระดับน้ำทะเล 677 เมตร (รบในปี ค.ศ. 1951) เป็นการรักษามั่นเพื่อสกัดกั้นการบุกใหญ่
เนินพอร์คชอป (Hill 255): สูงจากระดับน้ำทะเล 255 เมตร (รบในปี ค.ศ. 1952) เป็นการรบเพื่อแย่งชิงและยึดครองพื้นที่ยุทธศาสตร์ในแนวรบที่หยุดนิ่งแล้ว
โฆษณา