7 ม.ค. เวลา 04:05 • ปรัชญา

#วิธีการสร้างตัวตนในโลกแห่งความผันผวนนี้

รู้ว่าตนเองต้องการอะไร
เจาะลึกในเรื่องที่ต้องการนั้นให้มากๆ
โฟกัสไป เพ่งไป หมกมุ่นไปในเรื่องที่ต้องการ
จนรู้แจ้ง เห็นจริงในเรื่องนั้นที่ตนเองต้องการจะเข้าใจ
จนเรื่องราวเหล่านั้นเป็นเรื่องราวภายใน
และกลายเป็นโลกภายในของตนเอง...
เมื่อมีต้นทุน มีสารตั้งต้น มีธรรมชาติ
และมีโลกภายในอย่างที่ต้องการจะมีแล้ว
การสร้างโลกภายนอกให้เหมือนกับโลกภายใน
จึงได้เริ่มต้นขึ้น...
การพูดในสิ่งที่คนอยากรู้
และพูดเฉพาะในสิ่งที่ตนเองมีความเข้าใจอยู่
พูดซ้ำๆ พูดเรื่อยๆ พูดบ่อยๆและพูดประจำๆ
พูดจนมันคือเอกลักษณ์ของเรา
ถ้านึกถึงเราจะต้องนึกถึงสิ่งที่เราพูด
และถ้าเขาอยากรู้เรื่องนี้เขาจะต้องนึกถึงเรา
นี่คือวิธีการสร้างโลกแห่งความเชื่อของเรา
เพื่อให้มันเป็นจริงที่ภายนอก....
การทำซ้ำๆ บ่อยๆ ในเรื่องเดิมๆ
นั่นคือการสร้างวินัย สร้างพลังงานที่คงที่
สะสมผ่านระยะเวลาไปเรื่อยๆ
ท่ามกลางพลังงานที่ผันผวน
จนมันกลายเป็นกลุ่มก้อนที่มีธรรมชาติเดียวกัน
มีทิศทางการมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน
และเพื่อรักษาพลังงานนี้ให้เสถียร
จึงต้องมีการหล่อเลี้ยง มีการสร้างสายใย
ให้แน่นเหนียวไม่แตกกระจายออกไป
ด้วยการกระตุ้นความคิดและความเชื่อเรื่อยๆ
และสร้างโลกในจินตนาการ
จนเกิดการเห็นภาพความจริงเดียวกัน
และนั่น...คือกลุ่มก้อนพลังงานความเข้มข้นสูง
ที่จะใช้เพื่อเป็นพลังตั้งต้นเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ
ที่อยากจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ
#เมื่อสร้างอัตตาตัวตนสำเร็จเราจึงถึงเวลาใช้
วิธีการนี้..ถ้าใช้ไปในการสร้างสรรค์
อย่างใช้ไปในทางธรรม
นี่คือการสร้างศูนย์รวมการเรียนรู้
และการปฏิบัติธรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเองใหม่
ใช้ไปในทางปกป้อง พิทักษ์รักษา
เราจะได้คนที่มีจิตใจเป็นนักรบที่กล้าหาญ
เสียสละและยอมพลีชีพอย่างไม่รักตัวกลัวตาย
ด้วยเพราะ..ความปลอดภัยของคนข้างหลัง
แต่ถ้าใช้ไปในทางทำลาย
พลังแห่งการทำลายล้างนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมสูง
เด่นชัดจนทุกคนจะจดจำฝังใจนานกว่าปกติ
จนเกิดความแบ่งแยก แยกขาดออกจากกัน
กลายเป็นสิ่งที่ถูกย่อยให้เล็กลง
กระจายออกไปคนละทิศทาง
แต่..เหนือฟ้ายังมีฟ้า....
สิ่งใดๆก็ตามที่เกิดขึ้นมาแล้ว
ย่อมต้องพบเจอความเสื่อมเป็นธรรมดา
เพราะโลกแห่งความเป็นจริง
ที่เป็นธรรมชาติอันหลากหลายนี้ดำรงอยู่
ความแตกต่างกันของสิ่งหนึ่งต่อสิ่งหนึ่ง
เมื่อมาพบเจอกันมันจะเกิดปฏิกิริยาหักล้างกัน
และการไม่เข้าพวกกันนี้เอง...
จึงเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความเสื่อมถอย
จิตเจตนาที่เป็นจุดเริ่มต้นนั้นคือสิ่งใด
เราก็จะไปดึงดูดเรื่องราว
ในแนวทางนั้นมาเจอกับเรา
ถ้าจิตเจตนาตั้งต้นเราดี
แรงดึงดูดจะดึงดูดเรื่องราวดีๆ
ผ่านเหตุปัจจัยที่เรามีทำให้เกิดสิ่งที่ดีๆกับเรา
ถ้าจิตเจตนาตั้งต้นเราไม่ดี
แรงดึงดูดก็จะดึงดูดเรื่องราวที่ไม่ดี
ผ่านเหตุปัจจัยที่เรามีอยู่นั้นทำให้เกิดสิ่งที่ไม่ดี
กับตัวเรา..เช่นกัน
กรรมคือการกระทำ คือการสร้างเหตุและผล
แต่จิตเจตนาคือตัวกำหนดผลที่ต้องการให้เกิด
กฎแห่งกรรมคือกลไก คือเงื่อนไข คือวิธีการที่เป็นกลาง
แต่ความรู้สึกในจิตคือสิ่งที่รับรู้และเลือก
ที่จะรับเอาสิ่งที่ปรารถนามาสู่ตน
ในท่ามกลางพลังงานที่ผันผวนนี้
สิ่งที่ดีเลวผิดถูก ถูกทำให้เปิดเผยขึ้นมา
จนเราได้เห็น ได้รู้และมองดูจนเป็นเรื่องปกติ
ซึ่งความปกตินี้เองเมื่อเกิดความเคยชินไปแล้ว
การแยกแยะและเลือกที่จะรับเอา
จึงต้องใช้ความรู้สึกที่ใช่ของตนเองเลือกรับเอา
เพื่อที่จะเป็นธรรมชาติที่สะสมให้ตนเอง
ได้มี ได้เป็นและได้แสดงออกในที่สุด
ใดๆในโลกนี้....
ล้วนก็ถูกสร้างมาจากวิธีการนี้ทั้งนั้น
ทั้งความเชื่อ ศาสนาและการเมือง
I AM HOLY
โฆษณา