ก่อนเสียดาย: 5 สิ่งที่คนใกล้ตายอยากบอกเกี่ยวกับการใช้ชีวิต

คงมีไม่กี่เรื่องราวที่สั่นสะเทือนหัวใจของผู้คนได้มากเท่าการเดินทางในช่วงสุดท้ายของชีวิต“คุณหมอกฤตไท ธนสมบัติกุล” เจ้าของเพจ ’สู้ดิวะ‘ เรื่องของคุณหมอไม่ได้เป็นเพียงบันทึกการต่อสู้กับโรคร้าย แต่เป็นเสียงกระซิบที่ดังยิ่งกว่าเสียงตะโกน เพื่อเตือนถึงความจริงข้อหนึ่งว่า: “ชีวิตคนเรานั้นไร้ซึ่งความแน่นอน”
การจากไปของคุณหมอเปรียบเสมือนเสียงปลุกให้หลายคนตื่นขึ้นจากความประมาท และหันกลับมาทบทวนว่า กำลังใช้ชีวิตในรูปแบบที่ต้องการจริงๆ หรือไม่? เพราะลึกๆ แล้ว ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ คือการมองย้อนกลับมาในวันสุดท้ายของชีวิต แล้วพบว่ามันเต็มไปด้วยความเสียดาย
จะดีกว่าไหม หากเราไม่ต้องรอให้ถึงวันนั้น? และสามารถเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตให้เต็มที่ได้ตั้งแต่วันนี้ โดยการรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ที่เดินทางไปถึงปลายทางของชีวิตแล้ว
บทความนี้ได้กลั่นกรอง 5 บทเรียนที่พบบ่อยที่สุดจากความเสียดายของผู้ที่ใกล้ตาย ให้กลายเป็นเข็มทิศนำทางสำหรับเรา...ผู้ที่ยังมีลมหายใจอยู่
1. ใช้ชีวิตในบทของตัวเอง ไม่ใช่บทที่คนอื่นเขียนให้
นี่คือความเสียดายที่พบได้บ่อยและสำคัญที่สุด ดังที่ Bronnie Ware พยาบาลผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้บันทึกไว้: "ฉันหวังว่าฉันจะกล้าหาญพอที่จะใช้ชีวิตที่เป็นของฉันจริงๆ ไม่ใช่ชีวิตที่คนอื่นคาดหวังให้ฉันเป็น"
บทเรียนนี้สะท้อนถึงความจริงที่ว่า ความฝันที่ไม่ได้ถูกเติมเต็มคือภาระที่หนักอึ้งที่สุดในวาระสุดท้ายของชีวิต
ในยุคสมัยของเรา แนวคิดนี้ถูกสะท้อนผ่านคำง่ายๆ ที่ทรงพลังอย่าง 'YOLO' (You Only Live Once) ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจว่า หลายครั้งเราติดอยู่ใน "คอมฟอร์ตโซน" หรือกรอบความคาดหวังของสังคมและครอบครัว จนลืมไปว่าเรามีชีวิตเพียงครั้งเดียว ความกล้าหาญที่จะใช้ชีวิตในแบบของตัวเองอาจเป็นเรื่องน่ากลัว แต่การต้องตายไปพร้อมกับความฝันที่ถูกฝังกลบนั้นน่ากลัวกว่า ลองใช้เวลาทบทวนและให้เกียรติความฝันของตัวเองดูบ้าง อย่างน้อยแค่บางส่วนก็ยังดี
ในวันที่เรายังมีสุขภาพและเรี่ยวแรงที่จะทำมันให้เป็นจริง การใช้ชีวิตในบทของตัวเองจึงไม่ใช่การปฏิเสธความคาดหวัง แต่คือการให้เกียรติความฝันซึ่งเป็นแก่นแท้ของตัวเรา ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำ
2. จัดลำดับความสำคัญให้ชีวิต ไม่ใช่แค่งาน
"ฉันหวังว่าฉันจะไม่ทำงานหนักขนาดนี้" นี่คือเสียงสะท้อนจากผู้ป่วยชายทุกคนที่ Bronnie Ware ดูแล พวกเขาพลาดช่วงเวลาที่ลูกๆ เติบโต และพลาดการใช้ชีวิตร่วมกับคู่รักของตนเอง เพราะมัวแต่ทุ่มเทเวลาไปกับการทำงานบนกงล้อของชีวิต
บทเรียนนี้สะท้อนมุมมองที่บทความของ Mission To The Moon ได้เชื่อมโยงเข้ากับคำสอนของคุณหมอกฤตไท ที่เตือนเราไม่ให้เสียเวลากับเรื่องเล็กน้อยไร้สาระ เช่น การหัวเสียเมื่อ "ตีบวกในเกมไม่ติด" หรือรำคาญสิวบนใบหน้า จนลืมไปว่า อะไรคือสิ่งสำคัญที่แท้จริงของชีวิต
ในช่วงเวลาสุดท้าย ไม่มีใครนึกถึงสถานะทางการเงินหรือตำแหน่งหน้าที่การงาน สิ่งเดียวที่เหลืออยู่และมีความหมาย คือ ความรักและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
“ชีวิตไม่แน่นอน สุดท้ายเราทุกคนก็ต้องตาย จงอยู่กับปัจจุบัน ใช้แต่ละวันให้เหมือนวันสุดท้าย ถ้ามีอะไรที่ทำเพื่อคนอื่นได้ ก็แบ่งปันความโชคดีให้เขาบ้าง” — คุณหมอกฤตไท ธนสมบัติกุล
ดังนั้น การจัดลำดับความสำคัญของชีวิตอย่างแท้จริง คือ การตระหนักว่าเวลาคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด และควรลงทุนกับสิ่งที่สร้างความทรงจำ ไม่ใช่แค่สร้างรายได้
3. กล้าที่จะรู้สึกและซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง
ความเสียดายอันดับที่สาม คือ "ฉันหวังว่าฉันจะกล้าแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมา" หลายคนเลือกที่จะเก็บงำความรู้สึกที่แท้จริงไว้เพื่อรักษาสันติภาพกับคนรอบข้าง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นการใช้ชีวิตแบบ "ครึ่งๆ กลางๆ" ไม่ได้เป็นตัวเองอย่างที่ใจต้องการ และบ่อยครั้งก็นำไปสู่ความเจ็บป่วยที่เกิดจากความขมขื่นและความไม่พอใจที่สะสมอยู่ภายใน
การพูดความจริงในใจอาจเป็นเรื่องน่ากลัวและอาจทำให้เกิดความขัดแย้งในตอนแรก แต่มันคือหนทางที่จะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่จริงใจและดีต่อสุขภาพมากขึ้น หรือมิเช่นนั้น มันก็จะช่วยปลดปล่อยเราออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ
การซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองจึงไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่เป็นการมอบความเมตตาให้ทั้งกับตนเองและผู้อื่น เพื่อเปิดทางให้เกิดการเชื่อมต่อกันอย่างแท้จริง ดังนั้น การซื่อสัตย์ต่อหัวใจจึงไม่ใช่แค่การพูดความจริง แต่คือการเลือกที่จะสร้างชีวิตและความสัมพันธ์บนรากฐานที่มั่นคงและแท้จริง
4. ลงทุนกับ 'ความสัมพันธ์' เพราะสุดท้ายเหลือเพียงสิ่งนี้
"ฉันหวังว่าจะได้ติดต่อกับเพื่อนฝูงอยู่เสมอ" นี่คือความเสียดายที่ตอกย้ำความจริงที่ว่า ท่ามกลางความวุ่นวายของชีวิต เรามักจะปล่อยให้มิตรภาพดีๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ในวันที่ใกล้จะจากไป ซึ่งอาจจะสายเกินกว่าที่จะตามหากันเจอ
ในช่วงสัปดาห์ท้ายๆ ของชีวิต รายละเอียดทางกายภาพต่างๆ เช่น ทรัพย์สิน เงินทอง หรือสถานะทางสังคม จะค่อยๆ เลือนหายไป เหลือไว้เพียงแก่นแท้ของชีวิต นั่นคือ "ความรักและความสัมพันธ์" นี่คือสิ่งเดียวที่ยังคงอยู่และมีความหมายอย่างแท้จริง
ดังนั้น การสละเวลาและทุ่มเทพลังงานเพื่อดูแลรักษามิตรภาพจึงไม่ใช่การเสียเวลา แต่คือการลงทุนที่สำคัญที่สุดเพื่อความสุขที่แท้จริงในบั้นปลายของเรา ฉะนั้น การลงทุนกับมิตรภาพ คือการสร้างเครือข่ายความสุขที่แท้จริง ซึ่งจะคอยพยุงเราไว้ในวันที่ทุกสิ่งอย่างอื่นร่วงโรยไป
5. อนุญาตให้ตัวเอง 'มีความสุข' เพราะมันคือทางเลือก
ความเสียดายข้อสุดท้ายอาจทำให้หลายคนประหลาดใจ: "ฉันหวังว่าฉันจะอนุญาตให้ตัวเองมีความสุขมากกว่านี้" นี่คือบทเรียนที่ชี้ให้เห็นว่า "ความสุขเป็นทางเลือก" ไม่ใช่สิ่งที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภายนอก หลายคนติดอยู่กับรูปแบบชีวิตและนิสัยเดิมๆ เพราะความกลัวการเปลี่ยนแปลง พวกเขาแสร้งทำเป็นพึงพอใจกับชีวิตที่คุ้นเคย ทั้งที่ลึกๆ แล้วโหยหาเสียงหัวเราะและความสุขที่เรียบง่ายอย่างแท้จริง
กุญแจสำคัญที่ปลดล็อกให้เรากล้า 'เลือก' ความสุขได้นั้น อาจอยู่ในหลักธรรมที่ดูเหมือนจะห่างไกลอย่าง 'มรณสติ' หรือการระลึกถึงความตายในทางพุทธศาสนา การตระหนักว่าเวลาของเรามีจำกัดช่วยปลดปล่อยเราจาก "ความกลัวการเปลี่ยนแปลง" ที่ฉุดรั้งเราไว้ และหันมาใส่ใจกับความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่มักถูกมองข้าม เช่น กาแฟรสชาติดีในยามเช้า หรือเสียงหัวเราะของคนที่เรารัก
เราไม่จำเป็นต้องรอจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตเพื่อที่จะปล่อยวางสายตาของคนอื่น และเลือก "ความสุข" ให้กับตัวเอง การอนุญาตให้ตัวเองมีความสุข จึงเป็นการฝึกฝนที่จะมองเห็นคุณค่าในปัจจุบันขณะ และปลดปล่อยตัวเองจากพันธนาการของ 'ความเคยชิน' ที่ฉุดรั้งเราไว้
บทสรุป: From Mindfulness of Death to a Life Without Regret
บทเรียนจากผู้ที่ใกล้ตายทั้งหมดนี้สอนเราในเรื่องเดียวกัน: การระลึกถึงความตายไม่ใช่เรื่องน่าหดหู่ แต่เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการใช้ชีวิตให้มีความหมายและเปี่ยมด้วยความสุข การตระหนักรู้ถึงความตายนำไปสู่ "ความไม่ประมาท" ทำให้เรากล้าที่จะใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ จัดลำดับความสำคัญได้ถูกต้อง และเลือกที่จะมีความสุขในทุกๆ วัน มันเตือนให้เราเห็นคุณค่าของเวลาที่เหลืออยู่ และกระตุ้นให้เราลงมือทำในสิ่งที่สำคัญ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
หากวันนี้คือวันสุดท้ายของคุณจริงๆ มีอะไรที่คุณจะเริ่มทำ...หรือหยุดทำ...ทันที?
น้ำมนต์ มงคลชีวิน
7 มกราคม 2569
[เนื้อหาเพิ่มเติม..]
โฆษณา