Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กฎหมายรอบตัวเรา
•
ติดตาม
7 ม.ค. เวลา 13:08 • ความคิดเห็น
30 ธันวาคม 2568 ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามประมวลกฎหมายอาญา มีขอบเขตที่กว้างขวางขึ้น
โดยมุ่งเน้นการคุ้มครอง "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" และ "สิทธิในเนื้อตัวร่างกาย"
ซึ่งสามารถสรุปประเภทความผิดและรายละเอียดพร้อมตัวอย่างได้ ดังนี้
1.การกระทำชำเรา (Sexual Intercourse) คือ
-การกระทำเพื่อสนองความใคร่โดยใช้
1.1. อวัยวะเพศของผู้กระทำ ล่วงล้ำ อวัยวะเพศ/ทวารหนัก/ช่องปาก ของผู้อื่น หรือ
1.2. การให้ผู้อื่นกระทำกับผู้กระทำในลักษณะเดียวกัน หรือ
1.3. อวัยวะอื่นของผู้กระทำหรือวัตถุ ล่วงล้ำ อวัยวะเพศ/ทวารหนักของผู้อื่น (ผู้ถูกกระทำ)
อวัยวะเพศ นี้รวมถึงอวัยวะเพศจากการผ่าตัดด้วย ซึ่งก็หมายถึง มีการผ่าตัดแปลงเพศไม่ว่าจะชายหรือหญิง (แต่ยังไม่มีการตีความว่า ต้องตามหลักหรือขั้นตอนที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะหากจะทำให้ถูกต้อง ก็ต้องผ่านกระบวนการที่ค่อนข้างเข้มงวด ตามข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมเกี่ยวกับการรักษาเพื่อเปลี่ยนเพศ พ.ศ. 2565) แน่นอนว่า มุ่มคุ้มครองและครอบคลุม LGBT ด้วย
ตัวอย่าง
1.1 ชัดเจนแล้ว เพราะบัญญัติมานานต่อเนื่องและตลอดไป และคนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย
ส่วนข้อ 1.2. นี่ต้องอธิบายเพิ่ม เช่น ฝ่ายผู้กระทำ (ไม่ว่าชายหรือหญิง) ไปอมของลับของผู้ถูกกระทำ ซึ่งไม่เข้าข้อ 1.1. เพราะไม่ได้ล่วงล้ำ ร่างกายของผู้ถูกกระทำเลย ในทางตรงข้าม ร่างกายของผู้กระทำต่างหากที่ถูกล่วงล้ำ (แทนที่จะเอาของลับตนเองไปใส่ปากผู้ถูกกระทำ ที่เป็นลักษณะการล่วงล้ำร่างกายของผู้ถูกกระทำ ตามข้อ 1.1.) ส่วนกรณีอวัยวะอื่น ลองนึกภาพเอาเองนะครับ
ข้อ 1.3. ยังคงหลักการเดิมที่ชัดเจนอยู่แล้ว คือ ใช้อวัยวะของผู้กระทำ เช่น นิ้ว หรืออื่นๆอีก (ถ้ามี) หรือใช้วัตถุอะไรก็ตาม ล่วงล้ำเข้าอวัยวะเพศ/ทวารหนักผู้ถูกกระทำ แต่ข้อนี้ไม่มีการกำหนดความผิดกรณีการกระทำลักษณะตรงข้าม (กฎหมายยกเว้นกรณีตรงข้ามชัดเจน) เช่น หากผู้กระทำบังคับให้ผู้อื่น (ผู้ถูกกระทำ) ใช้นิ้วล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของตน ก็ไม่ผิด
2. การกระทำอนาจาร (Indecent Acts)
คือ การกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศต่อผู้อื่น โดยที่ผู้ถูกกระทำไม่ยินยอม หรืออยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งอาจเป็นการสัมผัสร่างกายหรือไม่ก็ได้
ตัวอย่าง การกอดจูบ ลูบคลำ หรือการกระทำอื่นที่ส่อไปในทางกามารมณ์ต่อเนื้อตัวร่างกาย
⚖️กรณีศึกษาจากฎีกาที่ 12983/2558
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การแอบติดตั้งกล้องบันทึกภาพใต้กระโปรงในระยะใกล้ชิด ถือเป็นการประสงค์ต่อผลอันไม่สมควรในทางเพศ และเป็นการ “ใช้กำลังประทุษร้ายแก่จิตใจ” ทำให้ผู้เสียหายอับอายขายหน้า จึงครบองค์ประกอบความผิดฐาน **กระทำอนาจาร** ตามมาตรา 278
3. 🆕การคุกคามทางเพศ (Sexual Harassment) **ฐานความผิดใหม่ที่ upgrade จากแค่ลหุโทษ**
นิยาม [เพิ่มเป็น มาตรา 1(19) ในประมวลกฎหมายอาญา]: ได้แก่ การกระทำด้วยกาย วาจา การส่งเสียง ท่าทาง การแสดงรูปหรือข้อความลามก .... หรือการสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่ทำให้ผู้อื่นต้องอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ
โดยสรุปก็คือ การกระทำเพื่อสนองความใคร่ที่ **ไม่ถึงขั้นสัมผัสร่างกาย** หรือล่วงละเมิดทางกายภาพอย่างรุนแรง แต่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ
ตัวอย่าง: การส่งภาพอวัยวะเพศให้ทางแชท, การพูดจาแทะโลมด้วยภาษาส่อไปทางเพศ, หรือการแสดงท่าทางสำเร็จความใคร่ให้ผู้อื่นเห็น
💡**การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย** เดิมพฤติกรรมเหล่านี้มักถูกลงโทษเป็นเพียงความผิดลหุโทษตามมาตรา 397 แต่ปัจจุบันได้ยกระดับเป็นความผิดเกี่ยวกับเพศโดยตรงใน **มาตรา 281/1** และได้ตัดข้อความเกี่ยวกับการล่วงเกินทางเพศออกจากมาตรา 397 แล้ว
นอกจากนั้น ตามมาตรา 281/3-4 ยังให้อำนาจศาลกำหนดวิธีการแก้ไขเยียวยาผู้เสียหายไว้ด้วย โดยจัดการกับพฤติการณ์ของจำเลยและการเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อออนไลน์
4. การเป็นธุระจัดหาและค้าประเวณี (Procurement and Prostitution)
คือ การกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น โดยการเป็นตัวกลางล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจาร
ตัวอย่าง: การทำหน้าที่เป็นแม่เล้าหรือพ่อเล้าจัดหาบุคคลไปให้บริการทางเพศ หรือการรับผลประโยชน์จากการค้าประเวณีของผู้อื่น ซึ่งความผิดตามข้อ 4 นี้ อาจเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ได้อีกด้วย
5. ความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจาร (Pornography)
คือ การผลิต ครอบครอง หรือเผยแพร่สื่อที่ส่อไปในทางลามก
ตัวอย่าง: การทำหรือขายคลิปโป๊, การครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์
🤔 **บทวิเคราะห์กรณีแอบถ่ายใต้กระโปรง (ฎีกา 12983/2558) ภายใต้กฎหมายใหม่**
หากพิจารณาตามกฎหมายที่แก้ไขล่าสุด พฤติการณ์ในฎีกานี้จะมีความชัดเจนขึ้น ดังนี้
1. **ในส่วนของการอนาจาร:** ศาลยังคงสามารถตีความว่าเป็น **การกระทำอนาจาร** (มาตรา 278) ได้เช่นเดิม เนื่องจากเป็นการประทุษร้ายต่อจิตใจในภาวะที่ผู้เสียหายขัดขืนไม่ได้
2. **ในส่วนความเดือดร้อนรำคาญ:** เดิมฎีกานี้ลงโทษตามมาตรา 397 (รังแก ข่มเหง ทำให้ได้รับความอับอายในสาธารณสถาน) แต่ปัจจุบันกฎหมายใหม่ได้แยก **การคุกคามทางเพศ** ออกมาเป็นมาตรา 281/1 โดยเฉพาะ
3. **การจัดการข้อมูล:** ภายใต้กฎหมายใหม่ (มาตรา 281/4) ศาลยังมีอำนาจสั่งให้ **ระงับการเข้าถึงหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์** (ภาพแอบถ่าย) ออกจากระบบได้ทันที เพื่อป้องกันการเผยแพร่ซ้ำ
**สรุปปัจจุบัน** กฎหมายได้แยกแยะชัดเจนระหว่างการคุกคาม (วาจา/ดิจิทัล) กับการอนาจาร (พฤติกรรมที่รุนแรงกว่า) เพื่อให้การลงโทษมีความเหมาะสมกับระดับการละเมิดศักดิ์ศรีของบุคคล
หมายเหตุเพิ่มเติม การรวบรวมพยานหลักฐาน
ตามนิยามความผิดเกี่ยวกับ "การคุกคามทางเพศ" ที่บัญญัติเพิ่มขึ้นใหม่ในมาตรา 1(19) แห่งประมวลกฎหมายอาญา มีประเด็นว่า การรวบรวมหลักฐานเพื่อให้สอดคล้องกับองค์ประกอบความผิด ควรดำเนินการโดยมุ่งเน้นไปยังพฤติการณ์และการสื่อสารในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้
1. หลักฐานด้านการกระทำผ่านวาจาและท่าทาง
เนื่องจากกฎหมายนิยามว่าการคุกคามทางเพศรวมถึงการกระทำเพื่อสนองความใคร่ด้วย วาจา หรือท่าทาง การรวบรวมหลักฐานจึงควรครอบคลุมถึง
• การบันทึกเสียงหรือวิดีโอ: เพื่อยืนยันถึงคำพูด ท่าทาง หรือการแสดงออกที่ส่อไปในทางเพศ
• พยานบุคคล: คำให้การของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งพบเห็นท่าทางหรือได้ยินวาจาที่ทำให้ผู้ถูกกระทำต้องอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ
2. หลักฐานที่เป็นรูปภาพหรือข้อความลามก
กฎหมายระบุถึงการคุกคามด้วย การแสดงรูปหรือข้อความลามก หลักฐานที่สำคัญคือ
• สื่อวัตถุหรือไฟล์ดิจิทัล: ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ หรือข้อความที่มีลักษณะลามกอนาจารที่ผู้กระทำนำมาแสดงต่อหน้าหรือส่งให้
• บันทึกการรับข้อมูล: วันเวลาและสถานที่ที่ได้รับรูปภาพหรือข้อความดังกล่าว เพื่อพิสูจน์ถึงความต่อเนื่องหรือพฤติการณ์ที่ทำให้เดือดร้อนรำคาญ
3. หลักฐานการสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์
กฎหมายฉบับใหม่ให้ความสำคัญมากกับการสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีการบัญญัติมาตรการจัดการข้อมูลไว้โดยเฉพาะในมาตรา 281/4 หลักฐานที่ต้องจัดเตรียม คือ
• ภาพถ่ายหน้าจอ (Screenshot): บทสนทนาในแอปพลิเคชันต่าง ๆ อีเมล หรือโพสต์บนโซเชียลมีเดีย
• ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์: ลิงก์ (URL) ของข้อมูลที่ใช้คุกคาม หรือร่องรอยการส่งข้อมูลในระบบ เพื่อให้ศาลสามารถออกคำสั่งให้ผู้ควบคุมระบบคอมพิวเตอร์ระงับการเข้าถึงหรือลบข้อมูลนั้นออกจากระบบได้
4. หลักฐานด้านความสัมพันธ์เชิงอำนาจ
หากเป็นการคุกคามทางเพศในมาตรา 281/2 (กรณีผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้าง) หรือมาตรา 281/3 (กรณีเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่คุมขัง) จำเป็นต้องมีหลักฐานเพิ่มเติม คือ
• เอกสารยืนยันสถานะ: เช่น สัญญาจ้างงาน คำสั่งแต่งตั้ง หรือหลักฐานที่แสดงว่าผู้ถูกกระทำอยู่ภายใต้อำนาจปกครอง หน้าที่ หรือความสัมพันธ์เชิงอำนาจของผู้กระทำผิด
• หลักฐานการใช้อำนาจ: เพื่อชี้ให้เห็นว่าผู้กระทำใช้ความได้เปรียบทางสถานะในการคุกคามทางเพศ
5. หลักฐานผลกระทบต่อผู้ถูกกระทำ
เพื่อให้ครบองค์ประกอบที่ว่าการกระทำนั้นทำให้ผู้อื่น ต้องอับอาย เดือดร้อนรำคาญ หรือกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ควรมีหลักฐาน ดังนี้
• การบันทึกแจ้งความหรือร้องเรียน: หลักฐานการนำเรื่องไปปรึกษาหน่วยงานภายในองค์กร หรือการแจ้งความดำเนินคดีในทันทีเพื่อแสดงเจตนาว่าไม่ยินยอมและได้รับความเดือดร้อนจริง
การรวบรวมหลักฐานในยุคใหม่นี้จึงเปรียบเสมือนการเก็บ "รอยเท้าดิจิทัล" และ "บันทึกพฤติการณ์" ที่แสดงให้เห็นถึงเจตนาของผู้กระทำและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับจิตใจและศักดิ์ศรีของผู้ถูกกระทำอย่างชัดเจน
ต่อไปก็รอดูฎีกาแรกของความผิดใหม่นี้กันครับ
เอกสารอ้างอิง
1. พรบ.แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568
2. พรบ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499
3. ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมเกี่ยวกับการรักษาเพื่อเปลี่ยนเพศ พ.ศ. 2565
#คุกคามทางเพศ #กฎหมายอาญา #ยกระดับความคุ้มครอง #LGBT
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย