7 ม.ค. เวลา 14:08 • ปรัชญา
วัดพระธรรมกาย

🌟พระคือนักเรียนคนหนึ่ง🌟

"พระมี ๒ ประเภท พระเป็นพระนักเรียน กับพระที่เป็นครูบาอาจารย์
พระประเภทนักเรียน ท่านก็ยังไม่รู้อะไร ก็แต่เดิมพระก็คือคน นิสัยของท่านก็มีทั้งดีและไม่ดี ติดตัวไปตั้งแต่ยังเป็นคน
ที่มาบวช ก็เพื่อจะมาแก้นิสัยของตัวเอง เพียงแต่ท่านคิดจะแก้ ก็ดีแล้ว อย่างน้อยที่สุด ท่านก็พยายามที่จะแก้นิสัย แล้วพยายามปลีกเวลามา
แต่เมื่อปลีกตัวมาเป็นนักเรียน แก้นิสัยตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ได้เท่าไร ไม่รู้ เพียงแค่นี้ ก็ถือว่าเป็นบุญของเราแล้วที่ได้เจอ
คือได้เจอผู้ที่คิดจะต้องปลีกตัวเอง มาแก้นิสัยตัวเอง ถ้าคิดอย่างนี้ จะสบายใจไปเยอะแล้ว
เมื่อมาบวชแล้ว แก้ได้แค่ไหน อย่างไรก็ดูกันไป ถ้าท่านไม่ไหวก็สึก จบแค่นั้น
หากเห็นว่าท่านบวชมานาน คิดว่าท่านน่าจะแก้ไขตัวเองได้เยอะแล้ว ก็ไม่แน่ เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกัน พื้นเดิมท่านมาขนาดไหน
แล้วถ้าผิดพลาด ชนิดที่พระพุทธองค์ท่านบอกว่า อย่างนี้ ยังแก้ไขได้อยู่ คือ ท่านผิดพลาดแล้ว แต่ยังไม่ยอมแพ้ พระพุทธองค์ยังให้โอกาสเขาอยู่
ไม่มีเชื้อเลวอะไรเกินไป พระพุทธองค์ก็ให้โอกาส นักกีฬาแม้วิ่งอยู่ข้างท้าย แต่ก็ยังวิ่งอยู่ต่อ นี้คือพระประเภทที่หนึ่ง
ส่วนอีกพวกหนึ่ง พระประเภทครูบาอาจารย์ เมื่อเป็นครูบาอาจารย์แล้ว ก็มี ๒ ประเภทย่อย
คือพระประเภทหมดกิเลสแล้ว เป็นพระอรหันต์ อย่างนี้เป็นมาตรฐานดีเยี่ยมเลย
อีกประเภทหนึ่ง คือท่านก็ยังฝึกตัวอยู่เหมือนกัน แต่ว่ารู้มากหน่อย มีประสบการณ์ในการแก้ไขตัวเองมากหน่อย
ท่านก็ยังไม่หมดกิเลส ท่านก็มีประสบการณ์มากหน่อย แล้วท่านแก้อะไรไปได้แล้ว ท่านก็เอามาสอนคนอื่น
แต่สิ่งที่ท่านยังแก้ไม่ได้ยังมีอีก ต้องรับรู้ตรงนี้ไว้ด้วย ต่อมาท่านจะผิดพลาดอะไรมาก็สึก
ถ้าโดยพระวินัย พระพุทธองค์บอกว่าอย่างนี้ไม่ไหวแล้ว อย่ากลับมาบวชอีกพระพุทธองค์ไม่รับแล้ว
เพราะว่า ความสังเกต ความรอบคอบ สติปัญญา ไม่พอ ไปพักก่อนเถิด ไปทำมาหากินแบบทางโลกก่อน ไม่ว่ากัน
อย่างน้อย ก็เคยได้สู้มาแล้ว เหมือนเป็นนักกีฬาที่สู้มาแล้ว แล้วแพ้ จะไปว่าอะไร
บางคนก็เอา แพ้งวดนี้แต่ไม่หนักหนาสาหัสนัก สึก งวดหน้ามีโอกาส จะมาบวชต่อ ก็ไม่ว่ากัน ถ้าเขายังจะสู้
แต่ว่าแพ้ขนาดนี้ ทำผิดพลาดขนาดนี้ แสดงว่าไม่ไหวแล้ว ก็ไม่ต้องมาบวชอีก
ไปทำมาหากินทางโลกต่อไป ก็ไม่มีใครว่าใคร มองแค่นี้มันก็จบ
โอ้โห บวชขนาดนี้ แล้วทำไมอย่างนี้ ฉันก็ไม่ได้บอก ไม่เคยคุยเลยว่า ฉันหมดกิเลสแล้ว ฉันก็พยายามช่วยตัวเอง
แล้วช่วยใครได้ ตามที่ฉันช่วยได้ ก็ช่วย ได้แค่นี้จะเอาอะไรกันอีก ไปวิจารณ์อย่างนั้นอย่างนี้ อย่างโน้น
คิดว่าต้องเอาฆราวาสมาควบคุมสงฆ์ ขนาดบวชเป็นพระแล้วยังไม่วายพลาด คุณนั้นศีล ๕ ยังถือไม่ค่อยได้ แล้วจะมาควบคุมสงฆ์ คิดให้ดี
คิดให้เยอะ แค่คุณอยู่บ้านของคุณ สามีกับภรรยา คุณยังกระทบกันอยู่หรือเปล่า คุณก็ยังกระทบกันอยู่
กระทบกับลูกกับหลานกับเพื่อนบ้าน ก็กระทบอยู่ อย่าคิดคุมสงฆ์เลย เพราะศีล ๕ คุณก็ยังไม่ได้เลย
ส่วนสงฆ์จะผิดพลาดอะไร ปล่อยให้สงฆ์จัดการกันไปเถิด ถ้าอย่างนี้จะรอดตัว อย่างนี้จะง่ายกว่า ไปพิจารณาให้ดี."
๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
#ข่าวพระ #การคณะสงฆ์ #พระคือนักเรียน #หลวงพ่อทัตตชีโว #วัดพระธรรมกาย
โฆษณา