7 ม.ค. เวลา 15:12 • ปรัชญา
วัดพระธรรมกาย

"เจ้าคณะอำเภอส่งมาเพื่อให้รักษาวัด และปกครอง

ตักเตือนว่ากล่าวผู้อยู่วัดโดยพระธรรมวินัย
อันจะให้วัดเจริญได้ต้องอาศัยความพร้อมเพรียง
และเห็นอกเห็นใจกัน จึงจะทำความเจริญได้
ถิ่นนี้ ไม่คุ้นเคยกับใครเลย มาอยู่นี้เท่ากับถูกปล่อย
โดยไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร เพราะต่างไม่รู้จักกัน
แต่ก็มั่นใจว่า ธรรมที่พวกเราปฏิบัติตรงต่อพระพุทธโอวาท
จะประกาศความราบรื่น และรุ่งเรือง
ให้แก่ผู้มีความประพฤติเป็นสัมมาปฏิบัติ
ธรรมวินัยเหล่านั้นจะกำจัดอธรรมให้สูญสิ้นไป
พวกเราบวชกันมาคนละมาก ๆ ปี ปฏิบัติธรรมเข้าขั้นไหน
มีพระปาฏิโมกข์เรียบร้อยอย่างไร
ทุกคนทราบความจริงของตนได้
ถ้าเป็นไปตามแนวพระธรรมวินัยก็น่าสรรเสริญ
ถ้าผิดพระธรรมวินัยก็น่าเศร้าใจ
เพราะตนเองก็ติเตียนตนเอง
ได้เคยพบมาบ้าง แม้บวชตั้งนานนับสิบ ๆ ปี
ก็ไม่มีภูมิจะสอนผู้อื่น จะเป็นที่พึ่งของศาสนาก็ไม่ได้
ได้แต่อาศัยศาสนาอย่างเดียว
ไม่ทำประโยชน์ให้เกิดแก่ตนและเกิดแก่ท่าน
ซ้ำร้ายยังทำให้พระศาสนาเศร้าหมองอีกด้วย
บวชอยู่อย่างนี้เหมือนตัวเสฉวน
(เรื่องเสฉวนนี้หลวงพ่อท่านชอบพูดบ่อย ๆ ต่อมาก็หายไป)
จะได้ประโยชน์อะไรในการบวช ในการอยู่วัด
ฉันมาอยู่วัดปากน้ำ จะพยายามตั้งใจประพฤติให้เป็นไป
ตามแนวพระธรรมวินัย พวกพระเก่า ๆ จะร่วมกันก็ได้
หรือว่าจะไม่ร่วมด้วย ก็แล้วแต่อัธยาศัย
ฉันจะไม่รบกวนด้วยอาการใด ๆ
เพราะถือว่าทุกคนรู้สึกผิดชอบด้วยตนเองดีแล้ว
ถ้าไม่ร่วมใจ ก็ขออย่าขัดขวาง
ฉันก็จะไม่ขัดขวางผู้ ไม่ร่วมมือเหมือนกัน
ต่างคนต่างอยู่ แต่ต้องช่วยกันรักษาระเบียบของวัด
คนจะเข้าจะออกต้องบอกให้รู้ ที่แล้วมาไม่เกี่ยวข้อง
เพราะยังไม่อยู่ในหน้าที่
จะพยายามรักษาเมื่ออยู่ในหน้าที่"
🍀คัดจากพระนิพนธ์ของ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถร)
สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๗
#พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) #พระผู้ปราบมาร
#หลวงพ่อวัดปากน้ำ #หลวงปู่วัดปากน้ำ
โฆษณา