7 ม.ค. เวลา 19:35 • ข่าว

กรมควบคุมโรคเผยไข้หวัดใหญ่ยังระบาด ผู้ป่วยสะสมกว่า 1.18 ล้านราย เสียชีวิต 125 ราย เด็กเล็กป่วยสูงสุด

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ในช่วงนี้ พบว่าการเจ็บป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการสัมผัสใกล้ชิด การอยู่ร่วมกัน หรือการทำกิจกรรมร่วมกันในพื้นที่ปิด กรมควบคุมโรคจึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนทำความเข้าใจลักษณะของโรคและอาการ เพื่อให้สามารถดูแลตนเองและลดการแพร่กระจายของโรคได้อย่างเหมาะสม
จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 ธันวาคม 2568 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สะสม 1,183,823 ราย เสียชีวิต 125 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.01 กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 3 อันดับแรก คือ กลุ่มอายุ 5 - 9 ปี (6,150.20) รองลงมาเป็น อายุ 0 - 4 ปี (5,122.00) และอายุ 10 - 14 ปี (4,203.20) ตามลำดับ
“โรคไข้หวัดใหญ่” เป็นโรคติดเชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน มีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไป มักมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไอ และเจ็บคอ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที ติดต่อทางการหายใจ โดยจะได้รับเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศเมื่อผู้ป่วยไอ จาม หรือพูด ในพื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น โรงเรียน โรงงาน การแพร่เชื้อจะเกิดได้มาก นอกจากนี้การแพร่เชื้ออาจเกิดโดยการสัมผัสฝอยละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย หรือจากมือที่สัมผัสกับพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ แล้วใช้มือสัมผัสที่จมูกและปาก
ขณะที่ “ไข้หวัด” มักมีอาการไม่รุนแรง ไข้ไม่สูง มีน้ำมูก ไอเล็กน้อย และสามารถหายได้เอง อย่างไรก็ตาม หากมีอาการไข้สูง ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยมาก หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 - 3 วัน ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง
โฆษณา