8 ม.ค. เวลา 03:30 • ความคิดเห็น
ความคิดแบบอำนาจนิยม ที่สื่อถึงความถ่อยของคนที่คิดว่าอยากเป็นนักการเมืองเพราะมีญาติเป็น สส. ปู่เป็นผู้ใหญ่บ้าน มีสายกำนัน มีเครือญาติการเมือง นี่ไม่ใช่เหตุผล นี่คือคำสารภาพว่า ไม่เชื่อในระบบการเมืองแบบสาธารณะตั้งแต่ต้น
1
แต่เชื่อในสายเลือด เชื่อในบารมี และเชื่อในอภิสิทธิ์ เพราะถ้าการเมืองที่เริ่มจากจุดนี้ก็จะไม่ใช่การรับใช้ประชาชน แต่มันคือการสืบทอดอำนาจในคราบประชาธิปไตย และคนแบบนี้ไม่ควรถูกเรียกว่านักการเมือง แต่ควรถูกเรียกว่า “ทายาทระบบอุปถัมภ์” ครับ
1
การเล่าว่าญาติพอหมดอำนาจแล้วถูกเมิน เหมือนหมาไม่มีใครเสิร์ฟน้ำ ไม่ได้สะท้อนความโหดร้ายของการเมือง แต่มันสะท้อนนิสัยเจ้าขุนมูลนายของคนเล่าเอง เพราะคนที่เคยเคารพชาวบ้านอย่างเท่าเทียม เขาจะไม่รู้สึกตกใจเมื่อไม่มีใครกราบ ไม่มีใครเสิร์ฟ คนที่เจ็บปวดกับการหมดอำนาจ ไม่ใช่คนรักศักดิ์ศรี แต่คือคนเสพอภิสิทธิ์จนติด และคิดว่าการเคารพต้องแลกด้วยตำแหน่ง
1
การอ้างว่ามีประสบการณ์ทั้งรัฐ เอกชน และธุรกิจ ไม่ได้ทำให้เหมาะเป็นนักการเมืองโดยอัตโนมัติ เพราะประสบการณ์ที่ไม่ผ่านการกลั่นด้วยจริยธรรม ก็เป็นแค่ทักษะเอาตัวรอด ไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ใช้อำนาจรัฐ หลายคนมีประสบการณ์มาก แต่ใช้ประสบการณ์นั้นเพื่อเอาเปรียบระบบ ไม่ใช่เพื่อยกระดับมัน
1
บางคนอยากเล่นการเมือง ด้วยการชักชวนจากรุ่นพี่สมัครพรรคการเมืองแล้วสอบตก แล้วเอามาเล่าในโทน “เก่งนะ แต่ไปไม่ถึงฝัน” คือการพยายามทำให้ความล้มเหลวทางจริยธรรมดูเป็นเรื่องน่าเสียดาย ทั้งที่ความจริงง่ายมาก คนที่ไม่ผ่านการคัดกรอง ไม่ใช่เหยื่อ แต่คือคนที่ไม่ควรได้อำนาจ และการสอบตกไม่ใช่โศกนาฏกรรมของคนดี แต่มักเป็นข่าวดีของสังคม
1
หลายคนเชื่อตัวเองมีของในหัว มีลูกล่อลูกชน เข้าถึงชาวบ้าน คือภาษาของนักขาย ไม่ใช่นักการเมือง เพราะนักการเมืองที่ดีไม่อวดว่าตัวเอง “เข้าถึง” แต่ถามเสมอว่าตัวเอง “เคารพ” หรือเปล่า การเข้าถึงโดยไม่มีหลักการ คือการล่าคะแนน ไม่ใช่การรับใช้ประชาชน
1
และจุดที่ถ่อยที่สุดคือการประกาศอย่างไม่อายว่า ถ้าลงสนามเองไม่ได้ ก็จะใช้อำนาจเงินครอบงำสามีแทน นี่ไม่ใช่วิชั่น ไม่ใช่ความฉลาด และไม่ใช่ความเป็นเฟมินิสต์ นี่คือการยอมรับตรงๆว่าศรัทธาในระบบอำนาจสกปรก และพร้อมใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นเครื่องมือทางการเมือง คนประเภทนี้ไม่ได้อยากเปลี่ยนโครงสร้าง แต่แค่อยากย้ายตัวเองไปอยู่ฝั่งที่กดคนอื่นได้
1
ผู้หญิงหรือผู้ชายที่คิดว่าการครอบงำคู่ชีวิตด้วยเงินคือความเหนือกว่า ไม่ได้เก่ง ไม่ได้แกร่ง และไม่ได้ทันสมัย แต่มันคือความถ่อยทางอำนาจแบบเดียวกับผู้ชายเฮงซวยที่ใช้เงินซื้อเมีย ซื้อศักดิ์ศรี และซื้อความเงียบ ความต่างมีแค่ว่าเปลี่ยนเพศผู้กด แต่โครงสร้างความเน่ามันอันเดียวกัน
1
การเมืองไม่ใช่เวทีให้คนที่คิดแบบนี้มาทดลองบทบาทพระเจ้าในชีวิตคนอื่น และคนที่ยังเชื่อว่าอำนาจควรไหลผ่านเตียง ผ่านสายเลือด ผ่านเงิน หรือผ่านการครอบงำในบ้านตัวเอง ไม่มีวันใช้อำนาจนั้นอย่างเป็นธรรมในระดับประเทศได้
1
สรุปให้ชัดแบบไม่ต้องอ้อม การสอบตกของคนพวกนี้ไม่ใช่ความอยุติธรรม แต่คือระบบทำงานถูกต้อง และตราบใดที่ยังมีคนพยายามทำให้ความถ่อยดูฉลาด ทำให้อภิสิทธิ์ดูเป็นคุณสมบัติ และทำให้การครอบงำดูเป็นวิชั่น ประเทศนี้ก็จะยังไม่ถูกปกครองโดยนักการเมือง แต่โดยพ่อค้าอำนาจ ไม่ว่าจะอยู่ในร่างผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตามครับ
1
โฆษณา