8 ม.ค. เวลา 06:09 • ข่าวรอบโลก

เมื่ออเมริกา unfriend โลก ถอนตัวจาก 66 องค์กร?

ประธานาธิบดีทรัมป์พีคไม่หยุด ล่าสุดสั่ง "ล้างไพ่" ความสัมพันธ์โลกด้วยการถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศที่ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐ
โดยสามารถเหมากลุ่มที่โดน "เท" ออกเป็น 4 สายหลักดังนี้ครับ:
1. สายเขียว (Climate): องค์กรที่คุมกติกาโลกร้อนและพลังงานสะอาด
2. สาย Woke (DEI/Gender): องค์กรด้านสิทธิสตรี ความเท่าเทียม และมนุษยธรรม
3. สายวิชาการ (Research): มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของ UN
4. สายระเบียบโลก (Global Order): องค์กรที่คุมกฎหมาย rule of law และการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
📌 3 องค์กร ที่กระทบไทยแบบเต็มๆ!
แม้จะถอนตัวหลายสิบแห่ง แต่ 3 ชื่อนี้คือ องค์กรที่คนไทยรู้จักดี และเกี่ยวกับปากท้องและนโยบายประเทศเราโดยตรง:
🌡️ 1. IPCC & UNFCCC (กติกาโลกร้อน)
• สององค์กรนี้คือคนกำหนดมาตรฐาน "ภาษีคาร์บอน" และดูแล "กองทุนช่วยเหลือภัยพิบัติ"
1
• กระทบไทย: ไทยเราพึ่งพาเงินและเทคโนโลยีจากกองทุนโลกเพื่อช่วยเกษตรกรรับมือภัยแล้ง/น้ำท่วม เมื่อพี่เบิ้มอย่างสหรัฐฯ หยุดจ่าย งบส่วนนี้จะหายไปมหาศาล และผู้ส่งออกไทยอาจต้องเจอกำแพงภาษีคาร์บอนที่ไร้คนกลางมาคอยไกล่เกลี่ยกติกาให้
🚢 2. UNCTAD (การค้าและการพัฒนา)
• คือที่ปรึกษาใหญ่ที่ช่วยประเทศกำลังพัฒนา (อย่างไทย) วางระบบศุลกากร ยกระดับโลจิสติกส์ทางเรือ และสิทธิพิเศษทางภาษี (GSP) เคยมีเลขาธิการเป็นคนไทยมาแล้ว
• กระทบไทย: สหรัฐฯ เคยใช้ UNCTAD เป็นเวทีสร้างแต้มต่อทางการค้าให้ไทย การถอนตัวครั้งนี้อาจทำให้ "สิทธิพิเศษ" บางอย่างหายไป และเราต้องไปเจรจาการค้าแบบตัวต่อตัว (Bilateral) กับสหรัฐฯ ซึ่งเสียเปรียบกว่าเดิม
🏢 3. UN ESCAP (ศูนย์กลางเอเชียที่ถนนราชดำเนิน)
• สำนักงานใหญ่ ESCAP ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ! เป็นคนวางแผนเชื่อมรถไฟข้ามประเทศและโครงสร้างพื้นฐานทั่วเอเชีย
• กระทบไทย: การมี ESCAP ในไทยทำให้เราเป็น "Center" ของภูมิภาค ถ้าสหรัฐฯ ลดบทบาท บทบาทของไทยในเวทีโลกก็อาจถูกลดทอน และเราอาจต้องเอนเอียงไปพึ่งพาอิทธิพลจากฝั่ง "จีน" มากขึ้นเพื่อขับเคลื่อนโครงการในเอเชียต่อ
💡 สรุปสั้นๆ
การที่สหรัฐฯ ทิ้งเก้าอี้ครั้งนี้ คือการบอกว่า "ดูแลตัวเองนะโลก" หลังจากนี้กติกาการค้าและสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไทยเราต้องรีบหาพันธมิตรใหม่และปรับแผนเศรษฐกิจให้ทันก่อนจะตกขบวนครับ!
โฆษณา