8 ม.ค. เวลา 11:33 • หุ้น & เศรษฐกิจ

"Larry Fink: How Investors Know a Market Rise Is Coming"

Larry Fink (CEO ของ BlackRock) ได้แบ่งปันสัญญาณสำคัญ 5 ประการที่บ่งบอกว่าตลาดกำลังจะปรับตัวขึ้น ดังนี้
1. มีเงินสดถือรออยู่ในระบบจำนวนมหาศาล (Record Cash on the Sidelines)
เมื่อนักลงทุนเกิดความกลัวและถือเงินสดไว้เป็นสถิติใหม่ (ปัจจุบันมีประมาณ 25 ล้านล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ) สิ่งนี้คือ "กำลังซื้อในอนาคต"
ประวัติศาสตร์ชี้ว่าเมื่อเงินสดล้นระบบและคนส่วนใหญ่กลัว นั่นมักจะเป็นจุดต่ำสุดของตลาด เพราะไม่มีใครเหลือให้ขายแล้ว และเมื่อความเชื่อมั่นกลับมา เงินเหล่านี้จะไหลเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว
2. เงินจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่เริ่มไหลเข้าสู่สินทรัพย์ใหม่ๆ (Institutional Money Flows)
การที่กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Funds) หรือสถาบันการเงินระดับโลกเริ่มสะสม Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นสัญญาณของความเชื่อมั่นระยะยาว
นอกจากนี้ยังมีการไหลของเงินเข้าสู่ "ตลาดนอกตลาด" (Private Markets) เช่น โครงสร้างพื้นฐาน และสินเชื่อภาคเอกชน (Private Credit) ซึ่งสะท้อนว่า "เงินฉลาด" (Smart Money) กำลังหาโอกาสใหม่ๆ
3. นวัตกรรมทางเทคโนโลยีสร้างความต้องการในการลงทุนใหม่ (Technological Innovation)
AI (Artificial Intelligence): ไม่ใช่แค่กระแส แต่ต้องใช้การลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น Data Centers และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทศวรรษหน้า
Tokenization: การแปลงสินทรัพย์ (หุ้น, พันธบัตร, อสังหาฯ) ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลบน Blockchain จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเปิดโอกาสให้คนเข้าถึงการลงทุนได้มากขึ้น
4. ตลาดสินเชื่อและสภาพคล่องปรับตัวดีขึ้น (Credit Markets and Liquidity)
ตลาดสินเชื่อคือ "เส้นเลือดใหญ่" ของเศรษฐกิจ เมื่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Credit Spreads) อยู่ในระดับที่เหมาะสมและสถาบันการเงินเริ่มผ่อนปรนเกณฑ์การปล่อยกู้ จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของบริษัทและราคาหุ้น
สภาพคล่องในตลาดที่ดีทำให้การซื้อขายสินทรัพย์ทำได้ง่ายและระบบการเงินทำงานได้อย่างราบรื่น
5. ความรู้สึกของนักลงทุนเปลี่ยนจากความกลัวเป็น "ความหวังอย่างระมัดระวัง" (Sentiment Shift)
จุดเปลี่ยนสำคัญคือเมื่อคนเริ่มเลิกตื่นตระหนกและเริ่มมองหาโอกาส (Cautious Optimism) แม้จะยังมีความกังวลอยู่บ้างก็ตาม
เมื่อข่าวร้ายออกมาแล้วตลาดไม่ร่วงลงต่อ แสดงว่ารับข่าวร้ายไปหมดแล้ว (Priced in) และแรงขายเริ่มหมดลง
บทสรุป
อย่าพยายามรอให้สถานการณ์สมบูรณ์แบบ: เพราะเมื่อไหร่ที่ทุกคนมั่นใจ ตลาดมักจะปรับตัวขึ้นไปสูงมากแล้ว
เน้นการลงทุนระยะยาว: แม้จะผ่านวิกฤตหลายครั้งในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา หากลงทุนต่อเนื่อง ผลตอบแทนทบต้นก็ยังอยู่ในระดับที่ดี (ประมาณ 8% ต่อปี)
มองหาความสอดคล้องของสัญญาณ: ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบทั้ง 5 ข้อ แต่ถ้าเริ่มเห็นสัญญาณหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน นั่นคือเวลาที่ต้องจัดพอร์ตเพื่อรับขาขึ้น
ชมวิดีโอฉบับเต็มได้ที่นี่
โฆษณา