วันนี้ เวลา 04:00 • ธุรกิจ

วอลแตร์ นักปรัชญา ผู้แฮกระบบหวย จนร่ำรวยเป็นเศรษฐี

ชื่อนี้สำหรับหลายคนอาจจะเห็นผ่านตามาบ้าง จากหนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษา หรือประวัติศาสตร์ ในฐานะของนักคิดคนสำคัญของโลก
แต่รู้หรือไม่ว่า นอกจากงานเขียนและแนวคิดของคุณวอลแตร์ จะประสบความสำเร็จ ด้วยการเป็นต้นธารแห่งแนวคิดเรื่องเสรีภาพในปัจจุบันนี้
ตัวของเขาเองยังเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในเรื่องการเงินการลงทุนอีกด้วย
ซึ่งวิธีการสร้างตัวของเขาก็ไม่ธรรมดาสมกับเป็นคนสำคัญของโลก
เพราะเขาสร้างตัวด้วยการ “แฮกระบบหวย” จนกลายเป็นเศรษฐีที่ร่ำรวยคนหนึ่งในยุคนั้นเลย
1
แล้วเรื่องราวการสร้างความมั่งคั่งของคุณวอลแตร์นั้นเป็นอย่างไร ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
แม้คุณวอลแตร์ ผู้มีชื่อจริงว่า ฟร็องซัว มารี อารูเอ (Francois-Marie Arouet) จะเกิดมาเป็นลูกของผู้มีอันจะกินในกรุงปารีส
เขากลับเลือกทิ้งอาชีพทนายความตามอย่างพ่อ เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่ “เงินซื้อได้” จึงเลือกจะทำอาชีพที่มีอิสระมากกว่าอย่างการเป็นนักเขียน
โดยแหล่งรายได้หลัก ๆ ของคุณวอลแตร์ในสมัยนั้นก็มาจากลิขสิทธิ์ของบทละครที่ตัวเองเขียน อันกลายเป็นที่โด่งดังในตอนนั้นอย่าง Oedipe
รวมถึงได้เงินสนับสนุนจากขุนนางและราชวงศ์ที่ชื่นชอบงานเขียนของเขา ทำให้คุณวอลแตร์แม้จะไม่ได้ร่ำรวยจนเป็นเศรษฐี แต่ก็ห่างไกลจากการเป็นนักเขียนไส้แห้ง
แต่ถึงอย่างนั้น งานเขียนของเขาส่วนใหญ่ที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ชนชั้นสูง และสถาบันศาสนา ด้วยการเสียดสีอย่างเผ็ดร้อน
ก็ทำให้คุณวอลแตร์ต้องเข้าออกคุกอยู่หลายครั้ง จนสุดท้ายก็โดนเนรเทศไปอยู่อังกฤษในปี 1726 ก่อนจะกลับมายังฝรั่งเศสได้ในปี 1729
ซึ่งในปี 1729 นี้เอง ทางรัฐบาลฝรั่งเศสกำลังประสบกับปัญหาการคลังอย่างหนัก ผู้คนพากันเทขายพันธบัตรรัฐบาลทิ้งจนแทบไม่มีค่า
รัฐมนตรีคลังในตอนนั้นจึงต้องเรียกความศรัทธากลับคืนมา ด้วยการให้คนที่ถือพันธบัตร มีสิทธิ์ซื้อหวยเพื่อลุ้นโชคได้ ในราคา 1 ใน 1,000 ของมูลค่าหน้าตั๋วพันธบัตรของตัวเอง
เช่น นาย A ถือพันธบัตรมูลค่าหน้าตั๋ว 100,000 Livres (สกุลเงินของฝรั่งเศสในสมัยก่อน) ก็จะสามารถซื้อหวยได้ในราคา 100 Livres
เพื่อให้คนซื้อและดันราคาพันธบัตรกลับมา ไม่ใช่ปล่อยให้กลายเป็นกระดาษแทบไม่เหลือค่าแบบที่เป็นอยู่
ต้องอธิบายก่อนว่าหวยเมื่อเกือบ 300 ปีที่แล้วนั้น ค่อนข้างแตกต่างกันกับหวยสมัยนี้มาก
เพราะหวยพันธบัตรของฝรั่งเศสที่เรากำลังพูดถึงนี้ จะคล้าย ๆ กันกับการสอยดาว ที่เป็นการจับฉลากหมายเลข จนกว่าของรางวัลจะหมด
รางวัลที่แต่ละคนจะได้ ถ้าหากถูกจับฉลากชื่อได้ คือเงินสดเท่ากับมูลค่าหน้าตั๋วพันธบัตรที่ตัวเองถือ
เช่น นาย A ถือพันธบัตรมูลค่าหน้าตั๋ว 100,000 Livres ก็จะได้รางวัลเป็นเงินสดไปในจำนวนเท่ากัน
แล้วทางกองสลากก็จะจับฉลากไปเรื่อย ๆ จนกว่ากองเงินรางวัลในงวดนั้นจะหมด
โดยกองเงินรางวัลก็จะมาจากยอดขายลอตเตอรี่ในงวดนั้น บวกกับเงินอุดหนุนของกระทรวงการคลัง 500,000 Livres หรือก็คือประมาณ 269 ล้านบาท เมื่อปรับเงินเฟ้อเป็นปัจจุบัน
เพียงแต่ว่ารัฐบาลฝรั่งเศสที่กำลังหน้ามืดกับการฟื้นฟูศรัทธา กำลังทำพลาดด้วยการเขียนกติกาว่า หวย 1 ใบ ไม่ว่าจะราคากี่บาท ก็มีโอกาสได้ลุ้นรางวัลเท่ากัน
นั่นจึงทำให้ ถ้าหากมีคนซื้อพันธบัตรขนาดเล็กสุด ซึ่งมีมูลค่าหน้าตั๋ว 1,000 Livres ก็จะได้สิทธิ์ซื้อหวย ในราคาแค่ใบละ 1 Livres เท่านั้น
และถ้ามีใครสักคน กว้านซื้อพันธบัตรขนาดเล็กเหล่านี้ไว้จำนวนมาก ๆ พวกเขาก็จะสามารถสร้างกำไรมหาศาลได้ เพราะมีโอกาสจะถูกรางวัลแน่ ๆ แม้จะลงทุนในจำนวนเงินเท่า ๆ กับคนอื่น
1
สมมติให้เห็นภาพว่า นาย A มีเงิน 100,000 Livres แล้วนำเงินไปซื้อพันธบัตรใหญ่สุด 1 ใบในราคา 100,000 Livres
เขาจะต้องจ่ายเงินค่าหวย 100 Livres เพื่อให้ได้ลุ้นหวยแค่ 1 ใบ
แต่ถ้าหากนาย A นำเงิน 100,000 Livres เท่ากันนี้ ไปกว้านซื้อพันธบัตรขนาดเล็กราคา 1,000 Livres จำนวน 100 ใบ ซึ่งลุ้นหวยได้ด้วยการจ่ายเงินแค่ 1 Livres แทน
เขาจะได้จ่ายเงินค่าหวย 100 Livres เท่าเดิม แต่ได้ลุ้นหวยมากขึ้นถึง 100 ใบ
พูดง่าย ๆ ก็คือ ลงทุนซื้อหวยด้วยเงินเท่าเดิม แต่มีโอกาสถูกรางวัลมากขึ้นถึง 100 เท่า..
ทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นนี้ ก็คือสิ่งที่คุณวอลแตร์ และเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ของเขาชื่อว่า คุณชาร์ล-มารี เดอ ลา กงดามีน (Charles-Marie de La Condamine)
1
คิดขึ้นมาได้ตอนที่กำลังนั่งทานอาหารด้วยกัน ในงานเลี้ยงของชนชั้นสูงกลางกรุงปารีส
เมื่อเป็นแบบนั้น คุณวอลแตร์ และคุณลา กงดามีน ก็ได้รวบรวมสมัครพรรคพวกอีกจำนวนหนึ่ง มาลงขันกันกว้านซื้อพันธบัตรขนาดเล็กจนเกือบหมด เมื่อถูกรางวัลแล้วก็จะเอามาแบ่งกัน
กว่ารัฐบาลฝรั่งเศสจะรู้ตัวว่าทำผิดพลาด และคนถูกรางวัลก็มีแต่ชื่อเดิม ๆ ก็เป็นเวลาเกือบปี แม้ทางรัฐมนตรีคลัง จะพยายามฟ้องว่า คุณวอลแตร์และพรรคพวก ตั้งใจโกงลอตเตอรี่
แต่สุดท้ายศาลก็ตัดสินว่า คุณวอลแตร์และพรรคพวก ทำตามกฎกติกาอย่างถูกต้อง จนสุดท้าย รัฐมนตรีคลังคนนั้นก็ต้องกระเด็นออกจากเก้าอี้ เซ่นความผิดพลาดของตัวเอง
ส่วนคุณวอลแตร์ก็ได้ผลตอบแทนจากการแฮกระบบหวยนี้ ไปประมาณ 500,000 Livres
ในขณะที่คุณลา กงดามีน ใช้เงินไปกับการท่องเที่ยวผจญภัยพร้อมกับทำงานวิจัยในหลาย ๆ ประเทศตามความชอบ
คุณวอลแตร์ กลับเลือกนำเงินที่ได้มาสร้างเป็นเงินต่ออีกทอดหนึ่ง ผ่านทั้งการเก็งกำไรในพันธบัตรแคว้น Lorraine
1
การทำธุรกิจด้วยการรับสัมปทานจัดหาเสบียงให้กองทัพฝรั่งเศส รวมถึงลงทุนในธุรกิจค้าขายระหว่างประเทศ
อีกทั้งเขายังลงทุนและฝากเงินในหลากหลายประเทศ เพื่อป้องกันการโดนรัฐบาลของประเทศใดประเทศหนึ่งยึดทรัพย์จนหมดตัว หากรู้สึกไม่ชอบใจในงานเขียนอันเผ็ดร้อนของเขา
 
รวมไปถึงการปล่อยกู้ให้พวกขุนนาง ที่ร่ำรวยอำนาจ แต่ขัดสนเงินทอง
ในรูปแบบของการปล่อยกู้แบบกินดอกเบี้ยตลอดชีพ ที่การจ่ายดอกเบี้ยจะสิ้นสุดลง เมื่อตอนที่ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ตาย
โดยเลขานุการของเขาได้บันทึกไว้ว่า ตอนอายุ 55 ปี คุณวอลแตร์ มีรายได้จาก Active Income อย่างการเขียนหนังสือ บทละคร กับ Passive Income จากการไปลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ และปล่อยกู้
รวมกันแล้วมากถึงปีละ 125,000 Livres หรือปรับเงินเฟ้อปัจจุบันก็เท่ากับปีละประมาณ 67,000,000 บาทเลย
ในบั้นปลายชีวิต เขายังไปซื้อปราสาทในเมือง Ferney ที่อยู่ติดกับชายแดนประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเป็นทางหนีทีไล่ในกรณีที่รัฐบาลฝรั่งเศส ไม่ชอบใจในงานเขียนของเขาอีก
ซึ่งที่นี่เองเขาก็ลงทุนสร้างธุรกิจโรงงานผลิตนาฬิกา และผ้าไหม เป็นการสร้างงานให้กับชุมชนข้างเคียง
ซึ่งก็ประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน จนเหมือนกับว่าเขาเป็นผู้ปกครองของเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้
เรื่องราวของคุณวอลแตร์นี้ แม้จะผ่านมาเกือบ 300 ปี แต่ก็สะท้อนให้เราเห็นความหมายของคำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” ได้อย่างดีมาก
เพราะเมื่อคุณวอลแตร์สามารถนำเงินที่มี มาลงทุนในธุรกิจ ปล่อยกู้เพื่อหารายได้เพิ่มเติม รวมทั้งเก็บเงินในหลากหลายประเทศ ไม่ให้ใครมายึดไปได้ทั้งหมด
เขาก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาขุนนางหรือชนชั้นสูงหน้าไหน มาสนับสนุนเขาอีกต่อไป และสามารถจะเขียนอะไรก็ได้ที่ตัวเองต้องการ
จนกลายเป็นงานเขียนที่สะท้อนแนวคิดอันเฉียบคมของคุณวอลแตร์ อันเป็นรากฐานของแนวคิดเรื่องสิทธิและเสรีภาพมากมาย ที่ทั่วโลกกำลังใช้อยู่จนทุกวันนี้..
2
#วางแผนการเงิน
#หลักวางแผนการเงิน
#อิสรภาพทางการเงิน
โฆษณา